2005/Sep/16

Close to you (Say the word

Close to you (Say the word..Special)

 

เรียวเฮ~~ชายหนุ่มร่างสูง หนุ่มหล่อคนดังปีหนึ่ง คณะวิดวะวิ่งมาพร้อมตะโกนเรียกชื่อคนน่ารักที่กำลังเก็บของอยู่ที่โต๊ะ

แฟนมารับแล้วแน่ะ เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆแอบแซว

พูดมากน่า คนน่ารักสีหน้าเขินเล็กน้อย ก่อนจะหันไปตามเสียงเรียก หรี่ตาลงนิดหน่อยเมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมให้ลานหน้าคณะเศรษฐศาสตร์เป็นสีส้มสด

....คนสองคนที่คงความเป็นเพื่อนกันมาตลอด ถึงแม้ความรู้สึกที่มีมันจะมากกว่าคำว่าเพื่อน แต่ทั้งคู่กลับไม่เคยเปิดเผยความรู้สึกแก่กันเลย จนกระทั่งหลังจากการปรากฏตัวของผู้ชายอีกคนที่ชื่อริวอิจิ(ในภาคที่แล้ว) ทำให้เพื่อนสนิทสองคนนี้ได้พัฒนาไปมากกว่าคำว่า เพื่อน ซะที

....จากเวลานั้น... ถึงตอนนี้... ผ่านมาปีกว่าแล้ว... ทั้งคู่เรียนจบชั้นม.ปลาย และเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกัน และแน่นอนว่าทั้งสองคนก็ยังรักกันหวานชื่นไม่เคยเปลี่ยน...

กลับกันรึยัง คำแรกที่ออกจากปากชายหนุ่มร่างสูงทันทีที่เค้ามาถึงโต๊ะที่คนน่ารักนั่งอยู่ ก่อนจะหันไปทักทายเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ

ยัง คนน่ารักตอบสั้นๆด้วยเสียงหวานๆ แต่ทำร้ายจิตใจคนที่ตั้งใจมาหาซะเหลือเกิน

อ้าวว ไหงงั้นอ่ะ ก็ไหนบอกว่าวันนี้เลิกเรียนแล้วจะไปเดทกันไงอ่า ร่างสูงโวยวาย ทำเสียงง๊องแง๊งๆเป็นเด็กๆ นี่ถ้าหน้าตาไม่ดีหน่อยคงทนดูไม่ได้แหงๆ

เฮ๊ยเคตะ เบาๆดิ คนน่ารักปราม เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะโวยวายเสียงดัง กลัวคนใต้คณะจะหันมามองกันหมด ถึงเวลานี้จะแทบไม่มีคนหลงเหลืออยู่ที่คณะแล้วก็เหอะ ช่วยไม่ได้นี่นา ก็อามิจังเค้าป่วยเข้ารพ. ก็เลยขอร้องให้ชั้นไปทำงานพิเศษแทนอ่ะ

หา!!! อามิไม่สบายเหรอ อามิจังที่ว่าก็เป็นสาวหวานดาวประจำคณะเรียวเฮเค้า แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทอีกคนนึงของเรียวเฮด้วย แล้วก็แน่นอนว่าถ้าเป็นเพื่อนสนิทของเรียวเฮล่ะก็ แทบจะไม่มีคนไหนที่เคตะไม่รู้จักหรือสนิทสนมด้วยเลย (พูดง่ายๆคือมันเจือกนั่นเอง)

มือสวยๆท้าวลงที่ขอบโต๊ะด้วยอาการหงุดหงิดเล็กน้อย ....ถึงจะเป็นห่วงที่อามิไม่สบายก็เหอะ แต่ทำไมต้องมาขัดขวางการเดทของชั้นเนี่ย ... แล้วงานไรอ่ะ?? เคตะถาม

เลี้ยงเด็ก คนน่ารักตอบ ก่อนจะลุกจากโต๊ะ โทษทีนะเคตะ แล้วไว้ค่อยไปเดทกันวันหลังนะ เขย่งปลายเท้าหอมแก้มคนร่างสูงเบาๆเมื่อแน่ใจว่าเวลาเย็นแบบนี้จะมีคนนั่งอยู่ใต้คณะแค่เพียงเบาบาง  ไปนะบ๊ายบาย บอกลาทั้งเคตะและเพื่อนที่นั่งมองแล้วก็ร่วมฟังบทสนทนาอยู่ตลอด คว้าเป้ใบเก่งก่อนจะวิ่งออกไปปล่อยให้เคตะยืนเก้อเพราะแอบอึ้ง(ที่นานๆทีเรียวเฮจะนึกทำอะไรในที่สาธารณะแบบนี้)อยู่

เดี๋ยวก่อนเรียวเฮ หลังจากอึ้งอยู่หลายวิ พอนึกได้ก็รีบเรียกคนน่ารักไว้แล้วก็วิ่งตามมา

อะไรอีกอ่ะ ชั้นรีบนะ คนน่ารักหันกลับมา รอจนตาโย่งวิ่งมาถึงที่ แต่เคตะไม่พูดอะไร ยกแขนขึ้นโอบไหล่เล็กของคนน่ารักแล้วเดินดึงให้ออกมาด้วยกันทันที

ชั้นไปด้วย

เฮ๊ย เดี๋ยวสิ จะบ้าเหรอ มือเล็กๆพยายามจะแกะแขนของเคตะออก แต่ก็ไม่เคยสู้แรงได้เลยซักครั้ง

ไปทางไหนอ่ะ เดินนำดิ ปล่อยให้คนตัวเล็กเดินนำ แต่แขนก็ยังโอบแน่นอยู่อย่างนั้น เรียวเฮไม่รู้จะทำยังไงก็เลยต้องยอมเดินไปด้วยกันทั้งแบบนั้น จนกระทั่งถึงที่หมาย.... บ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดค่อนข้างใหญ่ สวนหน้าบ้านที่ดูเขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่กำลังรับแสงอาทิตย์ยามเย็น

ที่นี่แหละ เรียวเฮว่า กดออดหน้าบ้าน ดึงตัวเองออกจากเรียวแขนยาวที่โอบแน่นมาตลอดทาง พลางถอนหายใจเบาๆ ....จะตามมาทำไมวะเนี่ย....

ไม่นานนักก็มีคนเปิดประตูบ้านออกมา หญิงสาวที่ดูจากใบหน้าแล้วอายุมากกว่าเรียวเฮและเคตะไม่น่าจะเกินห้าปี แต่ชุดวันพีซสีดำ กับเครื่องประดับแวววาวที่หล่อนใส่ ทำให้ดูเหมือนคุณนายดีๆนี่เอง

เอ่อ...คือผมจิบะ... เรียวเฮจะแนะนำตัวให้อีกฝ่าย

เรียวเฮคุงสินะ อามิจังบอกฉันไว้แล้วล่ะ ว่าเธอจะมาทำงานแทน หญิงสาวยิ้ม ดูไม่ต่างจากที่ฉันคิดไว้เลย หล่อนพูดกับตัวเองเบาๆพลางเปิดประตูรั้วหน้าบ้านให้กับชายหนุ่มทั้งสอง ก่อนจะหันไปยังร่างสูง แล้วเธอ....

เอ่อ..นี่เพื่อนผมเองครับ เรียวเฮรีบพูด

คงจะเป็นเคตะคุงสินะ ริมฝีปากแดงวาวยิ้มเล็กๆ  แต่ทำสองหนุ่มตรงหน้าเหวออย่างรุนแรง... นี่ไม่ต้องตกใจขนาดนั้น ฉันไม่ได้มีญาณวิเศษอะไรหรอก หัวเราะเบาๆ หันกลับมาที่เรียวเฮ อามิจังเค้าพูดถึงเธอให้ฉันฟังน่ะ แล้วก็ย้ำนักย้ำหนาว่าให้ฉันไว้ใจที่จะให้เธอมาดูแลลูกชายชั้นแทนได้ แล้วก็ยังบอกอีกว่าอาจจะมีผู้ชายสูงๆหล่อๆชื่อทาจิบานะ เคตะมาด้วยกันกับเธอ

อ๋ออ......อย่างนี้เอง.....เหรอ...ครับ.... เรียวเฮได้ยิ้มแหยๆพูดไม่ออก ...ยัยบ้าอามิ ทำไมต้องมาเล่าเรื่องของชั้นให้คนอื่นฟังซะขนาดนี้วะ.... เอ่อ..แต่ว่าเคตะเค้าแค่มาส่งน่ะครับ เดี๋ยวก็จะกลับแล้วเนอะ หันกลับมายิ้ม(สยอง)ให้ร่างสูง พร้อมส่งสายตาบังคับขู่เข็ญให้กลับไปซะ อยู่ไปก้อรบกวนเค้าเปล่าๆ แต่ร่างสูงก็ได้แต่อ้อมแอ้ม

อ่ะ...คือ..... เคตะเลิ่กลั่กมองหญิงสาวที มองคนน่ารักที...หนอย เจ้าเรียวเฮ คิดจะไล่ให้ชั้นกลับก่อนเรอะ... แต่จะพูดกับคุณนายนี่ยังไงดีล่ะ....

เห็นท่าทางของทั้งสองคน หญิงสาวก็มองออกไปซะหมด เอาล่ะๆ ถ้าเป็นห่วงเพื่อนมากก็อยู่ด้วยกันทั้งคู่ก็ได้

หา!!!” เรียวเฮตกใจกับความใจกว้างของหญิงสาวนี่ซะเหลือเกิน จะดี...เหรอ...ครับ

เอาน่า..ชั้นเชื่อใจอามิจังมาก แล้วเค้าก็ย้ำกับชั้นว่าให้ไว้ใจเธอได้ เพราะฉะนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา เท่าที่ฉันดูเธอสองคน ฉันก็คิดว่าคงไว้ใจพวกเธอได้ล่ะ หันมาทางร่างสูงอีกที แต่หวังว่าเธอคงจะไม่แกล้งลูกชายน่ารักของฉันหรอกนะ พูดดักคอไว้เพราะดูจากท่าทางแล้วหมอนี่คงจะไม่รักเด็กซักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดูเป็นเด็กเกเรที่ไหน หล่อนจึงไม่ได้อึดอัดใจที่จะให้ร่างสูงนี่อยู่ดูแลลูกชายพร้อมกันกับเรียวเฮด้วย

แม่ค๊าบบบ เสียงเล็กๆใสๆดังขึ้นจากในบ้าน พร้อมร่างของเด็กชายน่ารัก แม่จะไปแล้วเหรอครับ

จ๊ะ ริวจัง หญิงสาวก้มลงมองลูกชายที่เดินมายืนอยู่ข้างๆ ก่อนเงยหน้ากลับมาที่เด็กหนุ่มทั้งสองเพื่อแนะนำลูกชายตัวเอง วันนี้พี่สองคนนี้เค้าจะมาอยู่เป็นเพื่อนริวจังแทนพี่อามินะ สวัสดีพี่เค้าสิจ๊ะ

สวัสดีครับ ผมชื่อริวตะ อายุ5ขวบครับ เด็กน้อยโค้งทักทาย

แต่...เรียวเฮกะเคตะสิ...แทนที่จะทักตอบกลับยืนอึ้งทำหน้ายังกะเจอผี จนสองแม่ลูกงงว่าเป็นอะไรกัน...

เอ่อ...มีอะไรรึป่าวจ๊ะ

อ่อ..อ้อ เปล่าครับ ไม่มีอะไร เรียวเฮรีบตอบทันทีที่ตั้งสติได้ หันไปมองตาเคตะนิดนึง ประมาณว่า...นายก้อคิดอย่างที่ฉันคิดใช่ไม๊....

ก็เด็กคนนี้น่ะสิ...รูปร่างหน้าตา ผิวสีขาว ผมดำสนิท ตาใสๆ แก้มยุ้ยๆ ดูยังไงๆก็คล้ายริวอิจิคุงชะมัดเลย ถ้าไม่คิดถึงนิสัยว่าริวอิจิคุงไม่น่าจะไปปล่อยไข่ไว้ที่ไหน มีหวังเชื่อสนิทว่าต้องเป็นลูกของริวอิจิคุงแน่ๆ...แล้วนี่ยังชื่อริวตะอีกตะหาก...

เรียวเฮโน้มตัวลงไป ยิ้มให้เจ้าตัวเล็กที่ยืนมองตาแป๋วอยู่ หวัดดีคับ ริวตะคุง พี่ชื่อเรียวเฮนะ แล้วนี่พี่เคตะ แนะนำตัวเองแล้วก็เคตะให้เจ้าเด็กน้อย

ริวจังจ๊ะ ช่วยไปตามคุณพ่อให้แม่ทีนะจ๊ะ หญิงสาวบอกกับลูกชาย

ครับ รับคำอย่างว่าง่ายแล้วก็วิ่งกลับเข้าบ้านไป

เดี๋ยวฉันต้องไปธุระแล้ว ฝากพวกเธอด้วยนะ ถ้าพวกฉันกลับมาช้าก็อย่าให้ริวตะนอนดึกกว่าสามทุ่มครึ่งนะ พูดเสร็จ สามีของเธอในชุดสูทสีดำก็เดินออกมาพร้อมกับเด็กชายริวตะ ...เดาไม่ยากเลยว่าสามีภรรยาคู่นี้คงจะไปงานเลี้ยงอะไรแน่ๆ... แล้วทั้งสองคนก็ขึ้นรถคันสวยที่จอดอยู่หน้าบ้านแล้วขับออกไป

เมื่อรถหรูขับออกไปไกลแล้ว เรียวเฮทำท่าจะหันกลับมาที่เด็กน้อย แต่ตัวเองกลับเป็นฝ่ายถูกมือเล็กๆนุ่มๆดึงซะก่อน พี่เรียวเฮฮะ เข้าบ้านกันเหอะ เด็กน้อยยิ้มพลางออกแรงดึง

อื..อื้มๆ ยิ้มให้ริวตะ ก่อนจะหันมายิ้มให้ร่างสูง แล้วทั้งคู่เดินตามหนูน้อยเข้าบ้านไป...

 

นี่เคตะ คนน่ารักหันมากระซิงกระซาบกับร่างสูง ขณะเดินตามหนูน้อยขึ้นไปที่ห้องชั้นบน ริวตะนี่เหมือนริวอิจิคุงเลยเนอะ

อื้อ นั่นสิตอบเสียงเรียบเหมือนไม่อยากจะสนใจนัก

น่ารักดีเนอะ คนน่ารักยิ้มใส แล้วห็หันกลับเดินตามริวตะไป

.....เดี๋ยวๆๆ...ไอ้เหมือนริวอิจิมันก้อใช่อยู่ แต่ไอ้ น่ารักดี นี่มันหมายความว่าไงวะ??... ร่างยาวแอบสงสัยในคำพูดของคนน่ารักแล้วก็ยืนนิ่ง คิ้วขมวดอยู่อย่างนั้น

อ้าว ยืนทำไรอยู่ ไม่ตามมาอ่ะ คนน่ารักเรียกเสียงแหลมเมื่อเห็นเคตะหยุดเดิน

เออๆ แล้วร่างยาวก็เดินต่อด้วยสีหน้าไม่พอใจซักเท่าไหร่ .....ตกลงเมื่อกี้ มันชมใครน่ารักวะ......ริวตะ หรือริวอิจิ.....

 

ถึงแล้วครับ ห้องผม แล้วเจ้าตัวเล็กก็เปิดประตูห้องของตัวเองให้พี่ชายทั้งสอง รกหน่อยนะฮะ พูดอย่างนั้นแล้วก็ทำท่าเขินๆ

ไม่หรอกคับริวตะคุง คนน่ารักยิ้มหวานให้ อย่างนี้ไม่เรียกว่ารกหรอก ถ้าเทียบกับห้องของใครบางคน…” พูดเสียงแหลม ยิ้มเล็กๆแล้วก็แอบมองใครบางคนด้วยหางตา

อะไรเล่า... ร่างสูงบ่น ...อยู่เฉยๆทำไมต้องมากัดกันด้วยวะ...

ห้องใครเหรอครับ พี่เรียวเฮ เด็กน้อยไม่รู้เรื่องอะไรด้วยก็เลยถามออกไปตรงๆ

แฮะๆ ไม่มีอะไรหรอกคับริวตะคุง อย่ารู้เลยเนอะ แล้วก็ยิ้มหวานให้อีกที หนูน้อยก็เลยยิ้มร่าตอบให้

งั้นเราเล่นอะไรกันดีครับ

เล่นเหรอ??? อืมมม แล้วริวตะคุงทำการบ้านเสร็จแล้วเหรอ

ง่ะ ยังไม่เสร็จเลยคับ หน้าหงอยลงทันที กะว่าจะได้หลอกล่อ(??)ให้ลืมเรื่องการบ้านแท้ๆ

งั้นริวตะคุงทำการบ้านก่อนนะ พี่จะช่วยด้วย เสร็จแล้วเราค่อยเล่นกัน นะคับ คนน่ารักยิ้มให้  ยิ้มหวานใสขนาดนี้ แม้แต่เด็กอย่างริวตะยังเผลอใจอ่อนตามไม่ได้เล้ยยย

อ่า ก็ได้ครับ พูดเสร็จก็เดินคอตกเล็กน้อยไปหยิบสมุดการบ้านในกระเป๋า มานั่งลงที่โต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้องโดยมี คนน่ารักนั่งข้างๆ  ส่วนร่างสูงทิ้งตัวลงที่พื้นพิงกับเตียงนุ่มๆ สบายกว่าชาวบ้านเค้าอยู่คนเดียว

คนน่ารักหยิบสมุดหนังสือของเด็กน้อยขึ้นพลิกไปมา อ๊ะ ชื่อของริวตะเขียนแบบนี้เหรอถามเสียงแหลมจนเคตะหันมามอง

เจ้าตัวเล็กเขยิบตัวเข้ามา ยื่นหน้ามามองใกล้ๆ อ๋อ คับ ทำไมเหรอ ถามสีหน้าไร้เดียงสา

อืม ก้อ... คนน่ารักยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กะตัวเองคนเดียว

ทำไมอ่ะ ร่างยาวชักสนใจมั่ง

ก็เนี่ย ชื่อของริวตะใช้ตัวริวจากชื่อริวอิจิ แล้วก็ตัวตะจากชื่อเคตะด้วยล่ะ หันไปหาร่างยาวแล้วพูดไปยิ้มไป ท่าทางแฮปปี้สุดๆ กะอีแค่เรื่องชื่อแค่นี้

อ่อ... ร่างยาวตอบแค่นั้น พยักหน้าหงึกๆ ...แล้วทำไมต้องทำท่าดีใจขนาดนั้นวะ...

แต่คนน่ารักก็ยังปลื้มไม่หาย นั่งดูริวตะทำการบ้านไปด้วย แล้วก็ยิ้มไปด้วย ร่างที่แอบมองอยู่ก็ชักจะหมั่นไส้เล็กๆ จากที่นั่งพิงกะเตียงสบายๆอยู่ก็เลยขยับเข้ามานั่งเบียดคนน่ารักซะชิด แถมแขนยาวๆก็สอดเข้าข้างเอวบาง ร่างเล็กไม่ทันตั้งตัวก็เลยหน้าแดงขึ้นมาซะเฉยๆ

เฮ๊ย ทำอะไรน่ะ พูดเสียงเบาๆ พลางพยายามทำให้ตัวเองหลุดจากอ้อมแขนนั่น

ริวตะที่นั่งก้มหน้าก้มตาทำการบ้านอยู่ ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบก็เลยเงยหน้าขึ้นมา มีอะไรรึป่าวคับ

เรียวเฮกะใช้จังหวะนั้นขยับเข้าไปนั่งใกล้ริวตะแทน แต่เคตะไวกว่า ใช้แขนโอบเอวของร่างบางแล้วดึงเข้ามาชิดกับตัวเองมากขึ้น

ไม่มีนี่ ร่างยาวพูดเสียงสูง ยิ้มให้ริวตะ

ริวตะกระพริบตาปริบๆสองที พี่สองคนเป็นแฟนกันเหรอฮะ ....ถามตรงชะมัด เหมือนริวอิจิจริงๆ ให้ตายดิ...

เฮ๊ยย!!” คนน่ารักตกใจ หน้าแดงกว่าเดิมอีก จู่ๆมาโดนเด็กถามแบบนี้

ใช่แล้ว ร่างยาวยิ้มตอบด้วยสีหน้าภูมิใจสุดริด แขนยาวๆยังโอบเอวร่างเล็กไว้แน่นอยู่อย่างนั้น

ร่างเล็กได้ยินอย่างนั้นก็หันไปโวยเบาๆ เฮ๊ยยย ไปพูดกับเด็กแบบนั้นทำไมอ่ะ แก้มใสๆแดงขึ้นมาอีกแล้ว ..น่ารักชะมัดเลย...

อ่าว? ไม่เห็นเป็นไรเลย ลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ

ดีจังนะครับริวตะยิ้ม(เหมือนจะเจ้าเล่ห์)ให้ร่างสูง ก่อนจะหันไปหาคนน่ารัก พี่เรียวเฮครับ ผมไม่เข้าใจตรงนี้ ยื่นสมุดการบ้านให้ดู เรียวเฮเองก็เขยิบเข้าไปใกล้เด็กน้อย แขนยาวๆจำใจต้องปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระ ทำเอาเคตะแอบฉุนนิดหน่อย ...ไอ้เด็กบ้า ตั้งใจขัดรึป่าววะเนี่ย??.... (หาเรื่องแม้กระทั่งเด็กนะไอ้เคะ)

 

คนน่ารักช่วยสอนการบ้านให้เด็กชายริวตะอยู่นาน โดยมีสายตาคู่สวยคอยจ้องไม่วางตา กว่าจะทำการบ้านเสร็จก็เกือบชม. ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิท...

โอ๊ยย เสร็จซะที หิวจัง เสียงเล็กๆสูงๆดังขึ้น

อ๊าก นี่มันจะทุ่มนึงแล้วนี่นา คนน่ารักก็ร้องเสียงสูงไม่แพ้กัน เมื่อยกแขนดูนาฬิกาแล้วรู้ว่าดึกแล้ว ขอโทษนะริวตะคุง พี่ลืมเวลาไปเลย งั้นเดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กินนะ พูดเสร็จก็ลุกขึ้น ริวตะคุงชอบทาน...

ข้าวห่อไข่ เสียงเรียบๆของเคตะดังขึ้นประสานกัน ...ก็รู้อยู่แล้วว่าเรียวเฮไม่เคยทำอาหารอย่างอื่นหรอก...

ร่างเล็กได้ยินก็หันไปค้อนให้หนึ่งที แล้วก็หันกลับมายิ้มให้ริวตะ อื้ม ชอบข่าวห่อไข่ไม๊

ชอบคับ หนูน้อยยิ้มร่า ที่จริงริวตะชอบกินทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ต้องถามก็ยังได้

คนน่ารักยิ้มพอใจกับคำตอบของหนูน้อย งั้นรอแป๊บนึงน้า ลุกขึ้นเปิดประตูห้องออกไป แล้วก็หันกลับมาที่ร่างยาว เคตะ ห้ามแกล้งเด็กนะ

นี่ คิดว่าชั้นนิสัยเสียขนาดจะรังแกเด็กเล็กๆนี่เลยเหรอ

ไม่รู้สิ คนน่ารักยิ้มใส แล้วก็ปิดประตูเดินลงชั้นล่างไป...

 

...ปัง...สิ้นเสียงปิดประตู ภายในห้องเล็กๆก็เข้าสู่ความเงียบสงัด..

....ตายห่า..แล้วกรูจะทำยังไงกับเจ้าเด็กนี่ล่ะ ไอ้เราก็ไม่ได้รักเด็กเหมือนเรียวเฮซะด้วย...... พอเรียวเฮไม่อยู่ ร่างสูงก็ไม่รู้จะเล่นหรือคุยกะริวตะยังไงดี จะปล่อยห้องเงียบๆก็ดูท่าจะไม่ดีซะด้วย แต่แล้วริวตะก็เป็นคนเปิดฉากทำลายความเงียบซะเอง

พี่เคตะเป็นแฟนพี่เรียวเฮนานยังฮะพูดแล้วก็เขยิบๆเข้ามานั่งใกล้ เงยหน้ามองร่างสูงด้วยดวงตาใสสื่อ ท่าทางอยากรู้อยากเห็นซะจริงๆ

...เป็นเด็กเป็นเล็กถามอะไรเนี่ยย??... อืม...ก้อ ปีกว่าๆอ่ะ (อ้าววว..ทำเป็นบ่นแต่ก้อตอบนี่หว่า)

ดีจังนะฮะ ยิ้มร่าเชียว พี่เรียวเฮน่ารัก แล้วก็ใจดีด้วย โตขึ้นผมอยากมีแฟนแบบนี้จัง

ฮะๆๆ ได้ยินริวตะพูดอย่างนั้น ร่างสูงก็หัวเราะเบาๆ ...ท่าทางหมอนี่จะเป็นสูตรผสมระหว่างเรากับเจ้าริวอิจิจริงๆแฮะ....  ซักวันก็ได้เจอเองแหละ คนที่เกิดมาเพื่อเราน่ะ มือใหญ่ขยี้หัวเด็กน้อยเบาๆอย่างเอ็นดู ก่อนจะเริ่มออกแรงแกล้งจนหัวเจ้าหนูยุ่งเหยิงไปหมด

อ๊า...หัวยุ่งหมดเลย ร้องเสียงสูงอีกละ

ฮ่าๆๆๆ แล้วร่างสูงก็หัวเราะอย่างสบายอารมณ์หลังจากนั่งเซ็งมาอยู่ตลอดชม.

 

ไม่นานนักข้าวห่อไข่ฝีมือเรียวเฮก็เสร็จพร้อมสำหรับทั้งสามคน และทุกคนก็ทานกันหมดในเวลาอีกไม่นานเช่นกัน....

อิ่มแล้วครับ เจ้าตัวเล็กยิ้มอย่างมีความสุข มือเล็กๆลูบที่ท้องของตัวเอง อร่อยจังเลย

ได้ยินแบบนั้นคนทำก็เลยยิ้มใหญ่ และรอยยิ้มนั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาของร่างสูงไปแน่...

ก็ทำเป็นอยู่อย่างเดียวนี่นา ถ้าไม่อร่อยก็แย่สิร่างสูงแซว

พูดมากน่ะ ไม่ได้บังคับให้นายกินซะหน่อย คนน่ารักหันมาพูดเสียงแหลม แล้วก็หันกลับไปที่ริวตะ ริวตะบอกว่าอร่อยก็พอแล้วเนอะยิ้มหวานให้เด็กน้อย ...นี่ถ้าไม่ใช่เด็กล่ะก็ มีหวังได้หลงไอ้รอยยิ้มหวานๆนี่ไปแล้วแน่ๆ...

กินข้าวเสร็จแล้ว ไปเล่นกันเหอะ เด็กน้อยกระโดดลงจากเก้าอี้ เข้าไปหาคนน่ารัก ดึงแขนเรียวๆให้ลุกตาม นะฮะ ร่างเล็กๆส่งสายตาอ้อนวอน แบบนี้เป็นใครก็คงต้องยอมล่ะ

คับๆ แต่เดี๋ยวพี่เก็บโต๊ะก่อนนะคับ ยิ้มหวานให้อีกละ

อ่า ก็ได้คับ ริวตะหน้ายู่ ทำแก้มป่อง น่ารักซะ งั้นผมไปนั่งดูทีวีรอนะฮะ

คับ เรียวเฮรับคำ แล้วริวตะก็เดินยิ้มแป้นออกจากห้องครัวไป ส่วนร่างสูงก็ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ มองคนน่ารักเก็บกวาดทำความสะอาดห้องครัว

เฮ๊ยย เอาแต่นั่งมอง ไม่ช่วยกันเลยนะ ขมวดคิ้ว บ่นเหมือนเวลาอยู่บ้านเล้ยย

ก็มันงานนายนี่นา ร่างสูงพูดแบบไม่สนใจ ตั้งใจจะยั่วเล่นเฉยๆ

แล้วที่เมื่อกี้กินไปล่ะ ฉันมาทำงานดูแลริวตะ ไม่ได้มาดูแลนายนะ พูดเสร็จก็เก็บจานชามเดินไปที่อ่างล้างจาน

ร่างสูงแอบยิ้มมุมปาก ลุกจากโต๊ะเดินไปกอดร่างเล็กเบาๆจากด้านหลัง ล้อเล่นหรอกน่า ..ก้อเวลาเรียวเฮงอนมันน่ารักนี่นา...

คนน่ารักหันคอเงยหน้ามามอง ทำตาขวางๆเล็กน้อย ไม่ต้องเลย นายก็อย่างงี้ทุกทีอ่ะพูดเสร็จยังไม่ทันจะหันกลับ ร่างสูงก็ก้มหน้าลงมาประกบริมีฝีปากสีหวานนั่นเบาๆ ช้าๆ แต่เนิ่นนาน.....

พอแล้ว!!” คนน่ารักดันร่างสูงออกก่อนที่เคตะจะทำอะไรมากไปกว่านี้ แก้มใสมีสีหวานๆเจือขึ้นมาอีกแล้ว

เคตะยิ้มน้อยๆ เดี๋ยวชั้นทำเอง นายนั่งเฉยๆเหอะ

อื้อ คนน่ารักยิ้มหวานให้ด้วยใบหน้าที่ยังมีสีระเรื่ออยู่ ก่อนจะนั่งที่โต๊ะกิน ท้าวคางมองหลังร่างสูงด้วยรอยยิ้ม

 

เสร็จแล้วครับผม ร่างสูงหันมายิ้มให้คนน่ารักที่นั่งเงียบอยู่ที่โต๊ะ อ่าววเฮ๊ยย หลับซะแล้ว พอหันมาก็เห็นเรียวเฮฟุบอยู่ที่โต๊ะกินข้าว เคตะค่อยเดินเข้ามาใกล้ๆ มือใหญ่ลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างเบามือ มาทำงานแท้ๆ ยังจะหลับได้อีก เชื่อเค้าเลย ถึงจะพูดแบบนั้นแต่รอยยิ้มบนใบหน้าช่างตรงข้ามกับคำพูดซะเหลือเกิน นิ้วเรียวค่อยเคลื่อนช้าๆบนแก้มใสเบาๆอย่างรักใคร่ แต่แล้วคนน่ารักก็รู้สึกตัวขึ้น ร่างยาวก้มลงจูบหน้าผากคนตรงหน้า กระซิบเบาๆ ตื่นได้แล้วครับผม

มือเล็กๆยกขึ้นจับหน้าผากอุ่นๆด้วยอาการสลึมสลือเล็กน้อย....นี่เราเผลอหลับไปเหรอเนี่ย???...

ริวตะรออยู่นะ เคตะพูดเสียงเบาข้างหู ใบหน้าอยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆกระทบใบหูจนเรียวเฮหน้าแดงขึ้นมา

อะ...อืมๆ.. นายไปก่อนเหอะ เดี๋ยวขอฉันล้างหน้าหน่อย ว่าแล้วก็รีบลุกหลบไปที่อ่างน้ำเพราะรู้ว่าหน้าตัวเองกำลังร้อนน่ะสิ ส่วนตาโย่งก็แอบยิ้มก่อนจะเดินไปยังโซฟาหน้าทีวีในห้องนั่งเล่น...

 

อ้าวเฮ๊ย เสียงทีวียังดังอยู่ แต่เจ้าตัวน้อยที่อยู่หน้าจอทีวีนี่สิ หลับปุ๋ยไปซะละ นี่ก็หลับอีกคนละ ....คนไหนเด็ก คนไหนผู้ใหญ่เนี่ย...ดูยังไงก็เหมือนกันชัดๆ...ร่างยาวคิดแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว

อ้าว ริวตะหลับไปแล้วเหรอ เรียวเฮพูดเสียงแหลมเมื่อเดินออกจากครัวมาเห็นร่างเล็กๆนอนขดอยู่บนโซฟ$