Say the word ..Chapter1..
....ทางเดินหน้าห้องในตึกเรียนที่เงียบสงบ...
แดดยามบ่ายของฤดูใบไม้ผลิ
สายลมอ่อนๆพัดกลีบซากุระที่ร่วงหล่นใกล้จะหมดต้น
และกำลังผลิใบสีเขียวสดขึ้นมาแทนที่....
....ความสงบ
ร่มรื่น
สวยงามของธรรมชาติที่กำลังจะหมดลงภายในเวลาไม่กี่วินาที....
....ออออดดดดดดดดดดดดด....
สัญญาณบอกเวลาเลิกเรียนนั้นเองที่ทำลายบรรยากาศสวยงามลงหมดสิ้น
“เย้~~~~เลิกเรียนแล้วโว๊ยยย”
“อย่าลืมทำการบ้านมาด้วยล่ะ!!!”
“กลับก่อนนะคร๊าบบบบบบ~~~~”
“นี่!!!
พวกเธอให้มันเบาๆหน่อยเป็นบ้างไม๊เนี่ย!!!!”
สภาพปกติของห้องเรียนแทบทุกห้องในรร.ม.ปลายชายล้วนแห่งหนึ่ง
เสียงอาจารย์บ่นสลับกับเสียงจอจอของนร.หนุ่มทั้งหลาย
อาจารย์พูดไปเถอะ..ยังกะจะมีใครสนใจฟังงั้นแหละ...
“เฮ๊ยยยยยย
หยุดเดี๋ยวนี้นะเคตะ
จะหนีไปไหน
วันนี้เวรนายนะเว๊ย”
เสียงใสแหกปากขึ้นจนฟังดูเหมือนเสียงแสบแก้วหูมากกว่า
เมื่อเห็นชายร่างสูงโย่งคนหนึ่งกำลังย่องออกจากห้องเรียน
...ปี2ห้อง4...ห้องเรียนธรรมดาๆห้องนึงที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าห้องอื่น
นอกเสียจากว่าห้องนี้มีนร.คนดังของโรงเรียนอยู่คนนึงก็เท่านั้นเอง...
...ซวยเลย
โดน “แม่” จับได้อีกแล้ว...
เจ้าของชื่อหันมายิ้มแหยๆ
ให้คนตัวเล็กๆน่ารักที่ส่งเสียงดังเมื่อครู่
“ง่า....ไม่ได้จะหนีน้า
แค่จะไปห้องน้ำแป๊บเดียวเอง”
“อ๋อเหรอ...”
ยิ้มหวานซะ “งั้นก้อไปได้”
ร่างยาวยิ้มดีใจ...ทำไมหลอกง่ายจังวะ...
กำลังจะหันหลังวิ่งต่อ...
“เดี๋ยว”
เสียงสูงๆเรียกให้ต้องชะงักอีก
...อะไรอีกวะ...น่ากลัวชิบหาย...
“กระเป๋าน่ะ
จะเอาไปทำไม” เสียงดุไม่ได้เข้ากับหน้าหวานๆเอาซะเล๊ยย
“กลัวหายรึไง
เดี่ยวเฝ้าให้ก้อได้”
ร่างยาวที่หันหลังให้เป็นไหล่ตก
คอพับ ...เฮ้อ..ซวยจริง..จะรีบกลับไปดูแข่งบอลถ่ายทอดสดซะหน่อย...
แล้วก็หันกลับ
เดินเข้ามาในห้อง
วางกระเป๋าลงกับโต๊ะ
“อ่าว
ไม่แล้วเหรอ” ยิ้มมุมปากเล็กๆ
ถามทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
“เออ
หายปวดแล้ว” ...เซ็งเลยวุ้ย... แล้วก็เดินไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ตู้หลังห้อง....
....เวลาผ่านไปชม.กว่าๆ...เด็กหนุ่มหลายคนที่กำลังทำความสะอาดห้องไป
แหกปากร้องเพลงไป
และคละเคล้าด้วยเสียงหัวเราะ
...ก็มัวแต่เล่นไปด้วยทำไปด้วย
ก็เลยไม่เสร็จกันซักที...
..ตึง..ตึง...เสียงเท้ากระแทกพื้นดังมาจากหน้าห้อง
คนตัวเล็กๆยืนลบกระดานแต่เอื้อมไปลบที่สูงๆไม่ถึง
เลยได้แต่กระโดดเหยงๆเป็นจังหวะ
เพื่อนร่างสูงมอง
ยกมือขึ้นเกาหัวแรกๆ
“ใครใช้ให้เจ้าเปี๊ยกนั่นไปลบกระดานล่ะเนี่ย” พูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
ยัดไม้ถูพื้นใส่มือเพื่อนก่อนจะเดินไปหน้ากระดาน
เพื่อนๆมองตามแล้วก็ได้แต่แอบยิ้มกันเอง...
ร่างเล็กทำท่าเตรียมจะกระโดดอีกรอบ
แต่...อ้าว...มือใหญ่ๆเข้ามาวางทับมือเล็กที่ถือแปรงลบกระดานซะนี่...
“เดี๋ยวชั้นลบเอง ไปทำอย่างอื่นไป๊”
คนตัวเล็กหันมายิ้มให้น่ารักต่างกับคนที่ส่งเสียงแว๊ดๆเมื่อกี้เป็นคนละคนเชียว
แล้วก้อวิ่งไปหลังห้องช่วยเพื่อนๆคนอื่น
แถมยังช่วยแหกปากร้องเพลงกะเค้าอีกแน่ะ
....กว่าหนุ่มๆจะทำความสะอาดเสร็จ
ฟ้าก็ทำท่าจะเปลี่ยนสีซะแล้ว...เห็นทีจะได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้านซะที...
“ฉันกลับก่อนน้า
บ๊ายบาย”
เพื่อนร่วมเวร(ทำความสะอาด)คนสุดท้ายกำลังจะเดินออกจากห้อง
“กลับดีๆล่ะ”
คนตัวเล็กยิ้มให้เพื่อน
“โชคดีเพื่อน”
ร่างสูงๆยืนพิงแท่นยืนสำหรับอาจารย์หน้าห้อง
ยกมือเป็นสัญญาณบอกลา
...แล้วห้องเรียนที่เสียงดังอยู่เสมอก็เหลือแค่คนตัวเล็กๆ
กับเพื่อนร่างโย่งอีกคน..
แสงแดดยามเย็นส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง
ย้อมห้องทั้งห้องให้เป็นสีส้ม
รวมถึงใบหน้าขาวใสของคนตัวเล็กๆนี่ด้วย
“เราก้อกลับกันเหอะ”
เรียวปากบางยิ้มๆเล็กให้ตัวเองก่อนลุกขึ้นหยิบกระเป๋า
“อื้อ” เสียงใสตอบพร้อมรอยยิ้มหวานๆบนใบหน้า
แก้มขาวใส
ใบหน้าหวานๆ ดวงตากลมโต
เสียงน่ารักๆ
กับรอยยิ้มไร้เดียงสาที่มักมีให้ทุกคนเห็นเสมอๆ...นี่แหละที่ทำให้คนตัวเล็กคนนี้เป็นคนดังของห้อง
และยังเป็นดาวเด่นของโรงเรียนอีกด้วย...คนน่ารักคนนี้...จิบะ
เรียวเฮ...
คนร่างผอมสูงกับอีกคนตัวเล็กน่ารักเดินเคียงคู่กันกลับบ้าน
ระหว่างทางก็จ้อกันเสียงดังปนด้วยเสียงหัวเราะแหลมของคนร่างเล็กไปตลอดทาง...จนกระทั่งถึงที่หมาย...
“บายนะ พรุ่งนี้อย่าสายล่ะ” เสียงหวานๆบอกลาเพื่อนที่เดินมาส่งถึงหน้าบ้านโดยไม่รอฟังคำตอบแล้วก็เดินเข้าบ้านตัวเองไป
“กลับมาแล้วครับ” เสียงเหนื่อยๆบอกคนในบ้านขณะยืนถอดรองเท้าทั้งๆที่ยังไม่ได้ปิดประตู
“กลับมาแล้วเหรอเรียวจัง”
เสียงของผู้เป็นแม่ทักเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับบ้านมาแล้ว
“อ้าวเคจัง
มาด้วยเหรอ”
แล้วก็ทักใครอีกคนที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หลังลูกชายของตัวเอง
...เคจัง???..อะไรวะ???...
หันหลังจะไปปิดประตู...
“เฮ๊ยยยยยยยยยยยยย” ร่างสูงโย่งตามเข้าบ้านมาแถมยืนบังประตูซะแทบมิด
“ตามเข้ามาทำไม
กลับบ้านตัวเองไปดิ”
...บ้านของหมอนี่น่ะเหรอ...ก็หลังถัดไปนี่ไง...บ้านอยู่ติดกัน
เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ..อันที่จริงต้องเรียกว่ายิ่งกว่าเพื่อนด้วยซ้ำ...ผู้ชายร่างผอมสูงที่ผิดกับกับคนตัวเล็กอย่างสิ้นเชิง..ทาจิบานะ
เคตะ..
“อ๊าววว
ไปไล่เคจังเค้าทำไมล่ะลูก
ไหนๆก็เข้ามาแล้วอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนดีกว่านะ”
แม่ของเรียวเฮต้อนรับซะอย่างดี
“แหม
เกรงใจจัง
แต่ก็รบกวนหน่อยนะคร๊าบบ” ยิ้มทักเจ้าของบ้านอย่างคุ้นเคย
แล้วเดินเข้าไปบนบ้านราวกับเป็นบ้านของตัวเอง…..
“นี่
ทีเมื่อกี้ทำเป็นจะรีบหนีกลับบ้านนะ” ร่างเล็กแอบหน้าหงิกเล็กน้อยหลังจากเดินขึ้นมาที่ห้องของตัวเองแล้วโดยมีเพื่อนตัวดีตามเข้ามาด้วย
...หมั่นไส้จริง
ทำไมแม่ต้องชวนมันอยู่กินข้าวด้วยวะ
บ้านตัวเองก็มีแท้ๆ...
ร่างยาวทิ้งตัวลงบนเตียง
ห้องที่คุ้นเคยเพราะเคยเข้ามาไม่รู้กี่ครั้ง
“ก็อยากกินข้าวบ้านนี้อ่ะ อร่อยกว่าข้าวบ้านชั้นตั้งเยอะ” ...อีกอย่าง...จะรีบกลับบ้านตัวเองทำไมล่ะ
กลับไปป่านนี้ก้อไม่มีบอลให้ดูแล้ว
แถมคนที่บ้านก็คงยังไม่มีใครกลับมาด้วย...
ร่างเล็กมองด้วยหางตา
“ที่พูดมานี่มีความเกรงใจบ้างไม๊เนี่ย”
“เฮ้อ~~” คนตัวสูงถอนหายใจ
“นายเนี่ยน้า~ กับคนอื่นทำตัวซะน่ารักเชียว
แต่กับชั้นนี่ไม่เคยอ่ะ
มีแต่บ่นๆๆๆ
ทำตัวเป็นแม่อยู่ได้” ...ใช่แล้ว..เรียวเฮมักทำตัวเป็น
“แม่”
อยู่เสมอ....ไม่ใช่อะไรหรอก..ก็หมอนี่มันชอบทำตัวไม่ได้เรื่องอยู่เรื่อยนี่นา
ถ้าเรียวเฮไม่คุมแล้วใครจะคุมล่า...
“หนอย
ว่าชั้นบ่นเป็นคนแก่เรอะ
(เค้าไม่ได้พูดซะหน่อย)
ตัวเองนั่นแหละที่ทำตัวไม่ได้เรื่องอยู่เรื่อย
ชั้นถึงต้องคอยบ่นปากเปียกปากแฉะอยู่เนี่ย”แอบโมโหนิดนึงแล้วก็ดึงหมอนที่หัวสวยๆหนุนอยู่ออกมาตีร่างยาวๆนั่นไปเต็มๆ
“โอ๊ยยย
เจ็บนะเฟ้ยย”
แล้วก็คว้าหมอนอีกใบมาตีกลับ
ฟาดกันไปฟาดกันมาอย่างเมามันส์...น่าเอ็นดู้~~…
ไม่นานนักอาหารเย็นก็พร้อมสำหรับทุกคน...
“ทานเยอะๆเลยนะเคจัง” คุณแม่ผู้ใจดียิ้มหน้าบาน
ส่วนลูกชายก็ยังหน้าหงิกต่อไป
...หมั่นไส้โว๊ยยย...
“ขอบคุณครับคุณป้า....ทานนะคร๊าบบบบ”
แล้วก็เริ่มลงมือทันที
...กินซะอย่างกะไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน...
ไม่ทันไรก้อเอ่ยปากขอเพิ่มซะแล้ว
“ขออีกชามคร๊าบบบ”
ร่างเล็กเห็นแล้วก็อดขำนิดๆไม่ได้...ยังกะเด็ก..เมื่อไหร่ไอ้หมอนี่มันจะโตวะ...(แล้วตัวเองนี่โตจังนะ)
“เอ...แล้วคุณลุงล่ะครับ”
..หมายถึงพ่อของเรียวเฮน่ะ...
“อ๋อ
เค้าไปดูงานที่ต่างประเทศน่ะ”
แม่ของเรียวเฮตอบยิ้มๆ
พลางเติมข้าวให้ “ว่าแต่เคจังมาอยู่แต่กับเรียวจังตลอดอย่างงี้
เมื่อไหร่จะหาแฟนได้ล่ะลูก”
ประสาคนเป็นแม่
ก็ชวนคุยไปเรื่อย..
แต่ทำเอาเรียวเฮที่กำลังยกชามาซดอยู่แทบจะสำลักคอตาย
“โธ่
คุณป้าครับ
ถ้าผมมีแฟนแล้วเรียวจังของคุณป้าจะอยู่กับใครล่ะครับ
ผมกลัวมันเหงาหรอกครับ
ถึงได้อยู่เป็นเพื่อนมันเนี่ย”
พูดจบก็โซ้ยข้าวเข้าปากต่อ
“ขอบจายยยนะ” ...พูดจาน่าหมั่นไส้ซะจริง....แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นอย่างที่เคตะพูดจริงๆนั่นแหละ
...ถึงจะไม่ได้เป็นดนดังอะไรมากมาย
แต่หมอนี่น่ะตัวก็สูง
หน้าตาก็ดี ใครเห็นเป็นก็ต้องหลง
ถ้าไม่นับว่าชอบทำตัวไม่ได้ความอยู่เรื่อยล่ะก็หาแฟนได้ไม่ยากหรอก...
กลืนข้าวลงคอเสร็จปากสวยๆก็พล่ามต่อ
“ผมว่าเป็นห่วงเรียวเฮดีกว่านะครับ
มีคนมารุมจีบได้ไม่เว้นวันเลย
แต่ไม่รู้ทำไมหาแฟนไม่ได้ซัก...โอ๊ยยย”
พูดยังไม่ทันจบดี
เรียวเฮก็กระแทกเท้าใส่ขายาวๆที่อยู่ใต้โต๊ะกินข้าวไปเต็มๆ
“พูดมากน่ะ
กินๆแล้วก็กลับบ้านตัวเองไปได้แล้ว”
“ดุจังโว๊ย” บ่นเสร็จก็โซ้ยข้าวในชามต่อ...(ห่วงเรื่องกินมากกว่านี่เอง)...
กว่าเพื่อนตัวยุ่งจะกลับไปได้ก็ดึกดื่นมืดค่ำ
...บ้านค่อยสงบสุขซะที...คนตัวเล็กเดินไปอาบน้ำ
แล้วก็กลับมาทำการบ้านที่ห้อง
ก่อนจะเข้านอน...เป็นกิจวัตรเหมือนเดิม
อย่างนี้
ทุกวันๆ....
เช้าวันต่อมา....
“เคต๊า~~~~ ตื่นเดี๋ยวนี้นะ”
...ปังๆๆๆ...
เสียงแสบหูกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้องแต่คนในห้องก็ยังนอนต่อไป...จะลุกทำไมล่ะ
ไม่ลุกเดี๋ยวเจ้าคนหน้าห้องมันก้อเปิดประตูเข้ามาเองแหละ...
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ที่จริงจะเคาะไปทำไมไม่รู้
ในเมื่อก็รู้ๆอยู่ว่ายังไงก็ต้องเข้าไปปลุกถึงเตียงอยู่ดี
...มันก็เป็นแบบนี้ทุกเช้านั่นแหละ... เคตะตื่นสายประจำ
แล้วคนที่ต้องเข้ามาปลุกถึงที่ทุกเช้าก็หาใช่คนในบ้านไม่
แต่กลับเป็นเรียวเฮ...เพื่อนที่อยู่ข้างบ้านซะนี่...
ร่างเล็กเปิดประตูเข้าห้อง
ร่างยาวๆขดอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่ม...ท่าทางสบายซะเหลือเกิน...
ผู้บุกรุกไม่รีรอใดๆทั้งสิ้น
สองมือเล็กกระชากผ้าห่มออกทันที
“จะตื่นไม๊ห๊า
เคตะ”
แต่ขอโทษทีเหอะ
ร่างยาวหาได้สะทกสะท้านไม่
ยังนอนขดต่อไปนั่นแหละ
.. “...โอ่ย...หนวกหู...น่า......” คนอะไรสามารถจริงๆ...เสียงแสบหูขนาดนี้แล้วยังนอนต่อได้อีก...
“นี่..
ถ้าไม่ตื่นชั้นจะจูบนะ” ร่างเล็กลดระดับเสียงลงมา
พูดเบาๆ
...แค่นั้นแหละ...ร่างยาวเด้งขึ้นจากเตียงทันที...ไม้เด็ดนี่ใช้ได้ผลจริงๆ..
เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว
เรียวเฮที่เข้ามาปลุกเพื่อนแบบเดิมๆทุกวันแต่เคตะก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นซักที
พอแค่พูดเล่นว่า
...ถ้าไม่ตื่นจะจูบนะ...
หมอนี่ก็ยอมตื่นทันที...ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
...จูบของเรียวเฮมันน่ากลัวนักรึไง
ทำไมต้องรังเกียจกันขนาดนี้...
...กว่าจะปลุกเคตะได้สำเร็จ
เรียวเฮก็ยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านจนกว่าเพื่อนจะแต่งตัวเสร็จ...
ยังดีว่าหมอนี่มันไว
ห้านาทีก็เสร็จแล้ว
(เออ ไวจริงๆ)
“เสร็จแล้วๆ”
ร่างยาววิ่งลงบันไดมา
แว๊บเข้าไปคว้าขนมปังในครัว
ก่อนจะออกมาเจอคนตัวเล็กรออยู่ที่หน้าประตูเหมือนเดิมทุกวัน “ผมไปนะคร๊าบบบบ” ร่างยาวคาบขนมปังไว้คาปาก
ก่อนจะหันไปล๊อกประตูบ้าน
แล้วทำท่าจะเดินออก..
“อ๊ะ”
คนตัวเล็กส่งเสียงขึ้น
“เนคไทเบี้ยวแน่ะ” ว่าแล้วก็วางกระเป๋าลงข้างๆ
เดินหน้าเข้ามาชิด
ยกแขนขึ้นจัดเนคไทให้คนตัวสูง
เคตะยืนนิ่งให้เพื่อนตัวเล็กจัดเนคไทให้เข้าที่
ขนมปังยังคาอยู่ในปากอย่างนั้น
“เสร็จละ” ร่างเล็กยิ้มใสปิ๊งให้เพื่อน
หน้าตาภูมิใจกับผลงานของตัวเองมาก
ไม่ได้รู้เล๊ยยว่าเมื่อกี้นายเคตะเค้าแอบเขินซะหน้าแดง
แถมใจเต้นตึกตักอีกตะหาก
“ขะ..ขอบใจ” ดึงขนมปังออกจากปาก
ปรับหน้าให้เข้าที่(ยังไง???)
แล้วก็รีบทำเป็นเดินนำ
...กลัวเค้าจะเห็นว่าหน้าแดงล่ะซี้...
“อ่าวเฮ๊ยย
รอด้วยดิ๊” แล้วคนตัวเล็กก็ต้องรีบวิ่งตามขายาวๆนั่น
ก่อนที่จะตามไม่ทัน.....
2B Continued
Say the word ..Chapter2..
“หวัดดีเรียวเฮ
หวัดดีเคตะ”
เสียงเพื่อนๆทักเมื่อเห็นสองหนุ่มเดินเคียงคู่มาด้วยกันเฉกเช่นทุกวัน
“หวัดดีฮิโรกิ”
คนตัวเล็กยิ้มใสให้เพื่อนร่วมห้องที่เจอกันหน้าตึก
เดินไปที่ตู้เก็บรองเท้าด้วยกัน ...เปิดตู้มาแล้วก้อ...สีหน้าเบื่อหน่ายสุดขีด
“อีกแล้วเหรอเนี่ย......”
ได้ยินอย่างนั้นเพื่อนตัวดีก็ชะโงกมาดูตู้เก็บรองเท้าของคนตัวเล็ก
...ซองจม.สีขาวสะอาด....จม.รักอีกแล้วคับท่าน...
แล้วด้วยความมือไว
ขณะที่มือเล็กๆกำลังจะหยิบซองขาวๆนั่นออกมา
เคตะก็ยืดแขนมาคว้าจม.ออกจากตู้ของเพื่อนรักไปอย่างไร้มารยาทที่สุด
(- -“)
“เฮ๊ยย
นั่นมันของชั้นนะ”
...ยั่วโมโหแต่เช้าเลยนะ...
“โธ่
ยังไงนายก็เอาไปทิ้งไม่อ่านอยู่แล้ว
ขอชั้นดูหน่อยละกัน” ...ก็บอกแล้วว่าเรียวเฮน่ะคนดัง
มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง
รวมถึงรุ่นเดียวกันรุมจีบ
แถบส่งจม.รักให้ได้ไม่เว้นวัน
แต่พ่อคนน่ารักก้อไม่เคยมีท่าทีจะสนใจใครเลยซักนิด
แถมจม.รักที่ได้
เรียวเฮก็จะโยนทิ้งโดยที่ไม่เคยแกะอ่านเลยด้วยซ้ำ...
“อะไร
เรียวเฮได้จม.รักอีกแล้วเหรอ” นายฮิโรกิที่ยืนอยู่ใกล้ๆได้ยินก็ช่วยเข้ามาผสมโรง
ทำให้จากเดิมที่เสียงเคตะคนเดียวก็ดังอยู่แล้ว
ยังดังเพิ่มขึ้นอีกจนคนแถวๆนั้นเริ่มหันมามอง
“เอาคืนมานะ” คนตัวเล็กพยายามจะเข้าไปแย่งคืน
แต่ตัวแค่นั้นจะไปทำอะไรเคตะด๊ายยยย
“ขอดูหน่อยดิ๊ว่าใครส่งมา” หมุนซ้ายหมุนขวาหลบเจ้าตัวเล็กพลางแกะจม.ออกอย่างไม่มีเกรงใจ
“ใครกันน้าจะโชคดีได้เป็นหนุ่มไร่แห้วรายต่อไป
....แต่นแต๊นนนน...”
“เฮ๊ยย
เอาคืนม๊า”
ชักโมโหแล้วนะ
“ผู้โชคดีได้แก่....”
“เฮ๊ยยยย
อย่าอ่านนะเว๊ยยยย”
ก็ไม่อยากให้ชาวบ้านเค้ารู้นี่หว่า
น่าอายจะตายไป
แถมคนที่ส่งจม.มาก็น่าสงสารแย่
“โองา.............”
พูดไปได้สองคำก็หยุดอึ้งอยู่
เรียวเฮก็งง...อ้าว???...อะไรของมัน...แต่ก็ยังดีที่มันไม่อ่านออกมา...ก่อนจะคว้าจม.มาดูมั่งว่าเคตะมันอึ้งอะไรอยู่....
ดูเสร็จก็เงยหน้ามา
“โองาตะ
ริวอิจิ???
ใครเหรอ????”
ถามด้วยหน้าตาใสซื่อ
“เฮ๊ยยยย
ไม่รู้จักเหรอวะ”
เคตะถามเสียงดัง
สีหน้าบอกว่าตกใจอย่างแรง
“ไปมุดหัวอยู่ไหนมาวะ
แค่นี้ก็ไม่รู้”
….ป๊าบบบ....
มือเล็กๆยกตบหัวเพื่อนอย่างแรง
“ก็อยู่กะนายนี่น่ะสิ
ถามได้
จะบอกไม่บอกว่าใคร
ไม่บอกไม่ง้อก็ได้นะเว๊ย
ไม่เห็นจะอยากรู้เลย”
....ก็ไม่อยากรู้จริงๆนั่นแหละ
บอกแล้วว่าเรียวเฮไม่สนใจใครหรอก
เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกที่จะไม่รู้ว่าคนที่เพื่อนพูดถึงอยู่นี่คือใคร...
“โองาตะ
ริวอิจิเหรอ!!!!??” นายฮิโรกิได้ยินก็มาช่วยร่วมวง
“โหย
สุดยอดอ่ะ!!!”
...อ่าว...ยิ่งพูดเรียวเฮยิ่งงง...ตกลงมันคือใครกัน???... “ทำไมอ่ะ??
ใครเหรอ
ฮิโรกิ???”
หันไปถามเพื่อนด้วยสีหน้าบ๊องแบ๊วแทนละ
เพราะถามเคตะแล้วท่าจะไม่ได้ความซะที
“ก้อประธานนร.ไง”
นายฮิโรกิเลยได้หน้าที่ชี้แจงแถลงไขให้ฟัง
“รูปหล่อพ่อรวย
การเรียนดี
กีฬาเด่น
เห็นว่าพ่อเค้าเป็นกรรมการบริษัทใหญ่
แล้วก็ได้ยินมาว่าเคยไปเรียนที่อังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆ
เพิ่งจะกลับมาเข้าม.ปลายที่ญี่ปุ่นเพราะว่าจะสอบเข้าโตได
สาวๆมัธยมแถบนี้เค้ากรี๊ดกันตรึมเลยละ” (โหย
น่าเปลี่ยนบทน้องริวกะเคตะนะเนี่ย)
พูดซะยาวแถมเผลอทำหน้าเพ้ออออไปใหญ่...
“อ้อ...เหรอ”
ฟังเพื่อนเล่าถึงสรรพคุณของเจ้าของจม.ขนาดนี้แล้วแต่เรียวเฮก็ยังทำสีหน้าเฉยเมยต่อไป...
“โหยคนดังมาเองเลยนะเนี่ยคราวนี้
ปล่อยหลุดมือไปจะดีเหรอเรียวเฮ
เสียดายแย่เลย”
ปล่อยให้ฮิโรกิพล่ามอยู่นาน
..ตาชั้นพูดมั่งล่ะ..
ส่วนเรียวเฮก็ยืนมองหน้าเพื่อนแบบไม่ค่อยสบอารมณ์
...พูดมากจริง...
แต่เคตะก็ยังพูดฉอดๆต่อไป
“โอกาสได้แฟนดีๆมาแล้วน้า
ไม่งั้นมัวแต่เลือกมากชาตินี้หาแฟนไม่ได้กันพอดี” ก็แซวเล่นไปงั้นแหละ
เรียวเฮเคยคิดจะตกลงอะไรกับใครมั่งล่ะ
..ไม่มี๊~~…ฉันรู้จักเรียวเฮมากี่ปี
ต่อให้เป็นประธานนร.คนดังยังไงหมอนี่ก้อไม่มีทางสนใจอยู่แล้ว...
แต่หารู้ไม่ว่าไอ้ที่พูดแบบไม่คิดอยู่เนี่ยมันจะพาจนเข้าได้เหมือนกัน...
..หึหึ..คนน่ารักแอบยิ้มมุมปาก.. “อืมม
ก็จริงของนายเนอะ
โอกาสดีๆเห็นทีจะต้องรีบคว้าไว้ซะละ”
พูดด้วยสีหน้าสะใจเล็กๆ
“สงสัยงานนี้ฉันอาจจะต้องปล่อยให้นายเหงาซักหน่อยละนะ”
...ใส่กลับด้วยคำที่เคตะเพิ่งพูดเล่นไปเมื่อวาน..
“ไปกันเหอะฮิโรกิ” พับกระดาษจม.ใส่กระเป๋าเสื้อแล้วก็เดินฉับๆไปไม่สนใจเพื่อนที่ยืนแข็งเป็นหินเพราะสายตาเฉือดเฉือนเมื่อกี้ไปเรียบร้อยแล้ว...
......พักกลางวัน....
“เฮ๊ยไปกินข้าวกัน”
เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจดังไปทั่วห้องและบริเวณโรงเรียนทั้งหมด
คนตัวเล็กกำลังเก็บข้าวเก็บของบนโต๊ะ...
“เรียวเฮ...
มีคนมาหาแน่ะ”
เสียงใครบางคนตะโกนเข้ามาที่ห้อง
ไม่ใช่แค่เจ้าตัวที่หันไปตามเสียงเรียก
แต่ใครบางคนที่นอนฟุบหาหนังสือเรียน(เพราะหลับกลางชม.เรียน)ก็หู่ผึ่งจนต้องรีบเงยหน้าขึ้นมามองเหมือนกัน
“ใครเหรอ?”
เสียงหวานๆถามเพื่อนขณะที่กำลังเดินไปที่ประตูห้อง
...ที่ประตู
ชายคนหนึ่งรูปร่างไม่สูงใหญ่นัก
ใบหน้าได้รูป
ดวงตาฉายแววสดใส
จมูกสัน ริมฝีปากสวยได้รูป
เส้นผมสีน้ำตาลที่ค่อนข้างยาว
รอบตัวราวกับมีออร่าส่องสว่างเป็นประกาย(โอ้วว
แสบตา)....
....หล่อจังแฮะ....แม้แต่เรียวเฮยังต้องแอบคิดว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีทีเดียว
เคตะเงยหน้ามองไปที่ประตู
แล้วก็แอบอึ้งพูดอะไรไม่ออก
...ที่จริงต้องเรียกว่าไม่กล้าพูดมากกว่าเพราะเมื่อเช้าดันพลั้งปากพูดมากไปหน่อยจนโดนเรียวเฮโกรธไปเรียบร้อยแล้ว...
“เอ่อ...” อยู่ๆมีคนหล่อที่ไหนไม่รู้มาหา
ก็คงงงเป็นธรรมดา แต่ยังไม่ทันพูดอะไรอีกฝ่ายก็ชิงพูดตัดหน้าซะก่อน
“อ่านจม.ของผมรึยังครับ”
....หา!!!!...
จม.เหรอ??
งั้นผู้ชายคนนี้ก้อคือ....ประธานนร.
...โองาตะ
ริวอิจิ...
“เอ่อ...คือ..”
เรียวเฮได้แต่อ้ำอึ้ง
เมื่อเช้าแค่เปิดจม.ดูชื่อเสร็จเรียวเฮก็พับยัดใส่กระเป๋าเสื้อยังไม่ได้หยิบมาอ่านต่อเลย
...คือที่จริงเรียวเฮลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าจม.นั่นยังนอนอยู่ในกระเป๋าเสื้อตัวเอง....
“ผมกลัวว่าคุณจะไม่ได้อ่านแล้วจะไม่ไปตามนัด
ก็เลยมาหาที่ห้องน่ะครับ” ...อย่าว่าไม่อ่านแล้วไม่ไปเลย
ต่อให้อ่านเรียวเฮก็ไม่คิดจะไปอยู่แล้ว....
“แล้ว...มีอะไรจะคุย...งั้นเหรอ” ถามตะกุกตะกักเล็กน้อยเพราะชักมึนๆกะออร่าที่เปล่งประกายนี่เหลือเกิน
“...งั้น..ไปคุยที่อื่นได้ไม๊ครับ”
เรียวเฮหันไปหาเพื่อนที่นั่งแอบมองอยู่ตลอด
แต่พอเรียวเฮหันไปเคตะก็รีบหันหลบไปทางอื่น...กลัวคับกลัวๆ..
...หนอย..ทำเป็นไม่สนใจเรอะ...
เรียวเฮยังโมโหไม่หาย
“อ๋อ!!ได้สิ
ได้เลย”
พูดเสียงดังฟังชัด
ดังเว่อร์ๆกะให้ใครบางคนได้ยินเต็มสองรูหู
....ยุดีนักนี่....
“จริงเหรอครับ”
ได้ยินอย่างนั้นประธานนร.สุดหล่อก็ยิ้มกว้างซะเห็นเขี้ยวสวยๆใสปิ๊งจนแสบตาหนักกว่าเดิม “งั้นไปกันเลยนะครับ” แล้วก็หลบให้คนตัวเล็กๆเดินออกจากห้อง
ก่อนจะเดินลงตึกเรียนไปด้วยกัน
ระหว่างทางที่เดินลงจากตึก
สายตาแทบทุกคู่เป็นต้องหันมามองสองคนนี้จนเรียวเฮชักอึดอัด
...ก็ประธานนร.คนดัง
กับ ดาวเด่นของรร....
อยู่ด้วยกันแบบนี้ใครไม่มองก็ให้มันรู้ไปสิ
...แล้วคุณชายริวอิจิ(!???)ประธานนร.ก็พาคนร่างเล็กน่ารักมาที่สวนข้างๆโรงยิมซึ่งค่อนข้างเป็นมุมอับที่ไม่มีใครเค้าเข้ามากัน
ทั้งๆที่จริงๆแล้วมุมอับตรงเนี๊ยะบรรยากาศดีเอามากๆ
หลังคาโรงยิมที่ยื่นออกมาเป็นที่กันแดดให้
แปลงดอกไม้เล็กๆ
กับม้านั่งยาวสองตัว
คงจะแย่นิดหน่อยตรงที่ลมมันไม่ค่อยพัดผ่าน
แต่ยังดีว่าฤดูนี้อากาศมันไม่ร้อนขนาดนั้น...
.....ริวอิจิค่อยๆนั่งลงบนม้านั่ง
เรียวเฮนั่งตามลงข้างๆ....
“เอ่อ....”
ริวอิจิค่อยๆเปิดปากพูดทำลายความเงียบ
“เรียวเฮครับ”
“..ค..ครับ..”
พูดซะสุภาพ
แถมหน้าหล่อๆยังดูจริงจังสุดริด
...สถานการ์ที่ไม่ค่อยชิน
ทำเอาเรียวเฮรู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูกเอาซะเลย...
“คุณ...คบกับผมได้ไม๊ครับ”
แล้วก็โพล่งออกมาตรงๆโจ่งแจ้งได้ใจความดีทีเดียว
“เอ่อ...คือ..”
...ยังไงล่ะ
ก็เรียวเฮไม่ได้คิดจะคบกับใครอยู่แล้ว
ที่ตามมาเนี่ยก้อเมื่อกี้อยากแกล้งเคตะมันเฉยๆ
...ทำไงดีล่ะเนี่ยยย...
“เดี๋ยวสิครับ
ฟังผมพูดจบก่อน”
ริวอิจิขัด “ผมรู้ว่าคุณไม่เคยคิดจะคบกับใคร
แต่ผมชอบคุณจริงๆนะ
ถ้าคุณยังไม่มีคนที่ชอบอยู่แล้วก็ให้โอกาสผมหน่อยเถอะครับ” ใบหน้าหล่อๆ
สายตาจริงจัง
กับเสียงที่ฟังดูออดอ้อนเล็กๆ
...ถ้าใจไม่แข็งจริงเรียวเฮคงเผลอตอบตกลงไปแล้วว
แต่ใครๆก็รู้ว่าเรียวเฮไม่ใช่คนแบบนั้นเลยซักนิด...
ร่างเล็กหลบสายตา
สีหน้าลำบากใจ
พูดอะไรไม่ออก..
“ว่าไงล่ะครับ????”
เงียบไปนิดนึง
“หรือว่าเรียวเฮมีคนที่ชอบอยู่แล้ว???”
น้ำเสียงเริ่มเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อย
ได้ยินคำถามอย่างงั้นเรียวเฮก็รีบตอบอย่างด่วนทั้งๆที่ในหัวเหมือนจะมีหน้าใครลอยขึ้นมา
“ไม่มีนะ
ไม่มีหรอก”
....ช่าย...ไม่มีหรอก
ไม่มีเนอะ
ไม่มีๆๆๆๆๆๆ....
แอบย้ำอยู่คนเดียวในใจ
“จริงนะครับ” ได้ยินแค่นั้นริวอิจิก็ยิ้มกว้าง
แบบว่าดีใจสุดๆ
“ถ้างั้นผมก็ยังมีโอกาสใช่มั้ยครับ”
“เอ่อ...”
มาไม้นี้เรียวเฮก้อพูดไม่ออกเหมือนกัน
“คงงั้นมั้ง”.....อ่า..นี่เราพูดอะไรออกไปเนี่ย...
แต่ทำไมเห็นหน้าหมอนี่แล้วมันปฏิเสธไม่ลงยังไงไม่รู้...
ก้อริวอิจิเล่นฉีกยิ้มซะหน้าบาน
เห็นเขี้ยวน่าร๊ากกก...
ใครจากล้าปฏิเสธล่ะเนี่ย...
“ถ้างั้นผมจะพยายามนะครับ
ขอบคุณมากนะครับเรียวเฮ”
หน้าตาจริงจังสุดริดแถมเผลอจับมือเล็กๆยกขึ้นมากำอีกตะหาก
พอรู้สึกตัวว่าก็รีบปล่อยทันที
“ขอโทษครับ
...ฮะๆๆ...”
แอบหน้าแดงนิดนึง
แล้วยังหัวเราะแก้เก้ออีก
เรียวเฮเห็นอย่างนั้นก็เผลอยิ้มออกมา
...รู้มั้ยห๊าว่ายิ้มหวานๆเนี่ยจะยิ่งทำให้นายริวอิจิหลงรักหนักเข้าไปอีกกกก..
“ถ้างั้น...ชั้นขอตัวก่อนนะ” ยิ้มน้อยๆให้แล้วลุกขึ้นยืน
“ไปไหนเหรอครับ
ผมไปเป็นเพื่อนมั้ยครับ”ลุกขึ้นยืนตาม
เสนอตัวใหญ่เลย
“อ่ะ..ไม่ต้องหรอก
ชั้นไปคนเดียวดีกว่านะ”
สีหน้าลำบากใจ
...แค่จะไปกินข้าวกะเพื่อนที่โรงอาหารเหมือนทุกวัน..ป่านนี้เพื่อนคงรออยู่...
พอเห็นอีกฝ่ายทำท่าทีลำบากใจก็เลย..
“อ๊ะ..ขอโทษนะครับ...
ถ้างั้นไว้เจอกันนะครับ”
บอกลาอย่างสุภาพสุดๆสมกับเป็นผู้ดีจากอังกฤษ
(เหรอ???)
เรียวเฮยิ้มเฝื่อนๆ
พยักหน้าให้เล็กน้อยแล้วก็รีบไปที่โรงอาหาร....
“เฮ้
เรียวเฮ
ทางนี้ๆๆ”
เพื่อนโบกมือให้คนตัวเล็กที่เดินเข้าโรงอาหารมาคนเดียว
ภายในโรงอาหารที่เด็กนร.เดินกันพล่านแบบนี้ยังอุตส่าห์บอกเห็นคนตัวเล็กนี่ได้
จะบอกว่าคนมองเก่งหรือเป็นเพราะว่าคนน่ารักคนนี้เค้าเด่นด้วยตัวเองนะเนี่ยยย
เคตะแอบเหลือบมองเพื่อนตัวเล็ก
พอเห็นว่าเดินมาคนเดียวก็ยิ้มแบบโล่งอกสุดๆ
หลังจากที่กินข้าวไม่อร่อยอยู่ตลอดระหว่างที่เรียวเฮไปกับคุณประธานนร.
ร่างเล็กโบกไม้โบกมือตอบให้รู้ว่าเห็นแล้ว
แล้วก็ไปซื้อข้าวมานั่งที่โต๊ะ..
“เป็นงายบ้างเหรออออ”
เพื่อนคนเดิม
ฮิโรกิยิ้มถามอย่างมีเลศนัย
“อะไร??
จะให้เป็นยังไงล่ะ”
ตอบแบบไม่รู้ไม่ชี้
“ก้อคงประทานไร่แห้วไปเหมือนเดิมอ่ะดิ” เคตะแทรกขึ้นมาแบบมั่นใจสุดๆ
...ก็รู้อยู่แล้วว่าเรียวเฮน่ะไม่มีทางตกลงกับใครได้หรอกน่า....
“จริงเหรอเรียวเฮ
ปฏิเสธไปอีกแลวเหรอ
น่าเสียดายออกน้า” ฮิโรกิพูดแล้วก้อแอบถอนหายใจ
“แต่ก้อน้า....”
..เรียวเฮจะไปตกลงกับใครได้ในเมื่อมี.....
เรียวเฮเหลือบตามองเพื่อนสนิทแว๊บนึง
พูดแทรกฮิโรกิขึ้นมา
.. “ป่าว
ยังไม่ได้ปฏิเสธ” เสียงเรียบๆ...แต่ดังพอจะให้ใครอีกคนได้ยินด้วย...
พูดจบประโยคก็ตักข้าวเข้าปากแบบไม่ใส่ใจ
“เฮ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย”
พูดแค่นั้นแหละ
เคตะก้อแหกปากซะลั่นโรงอาหาร
ฮิโรกิที่นั่งอยู่ข้างหูแทบแตก
ส่วนคนตัวเล็กน่ะเหรอ...ชินแล้วครับ..
กินข้าวต่อไปไม่สนใจ
“พูดจริงเหรอเรียวเฮ”
ฮิโรกิค่อยถามต่อเมื่อเคตะเงียบไปแล้ว
แต่เหมือนจะยืนอึ้งๆๆๆๆๆอยู่
...ที่ถามเมื่อกี้ก้อถามไปงั้นๆเอง
เพราะคิดว่ายังไงเรียวเฮก็คงต้องปฏิเสธเหมือนทุกครั้งแน่ๆ...
“อืม”
คนตัวเล็กตอบเสียงน่ารัก
หน้าตาซึมๆเล็กน้อย
เหมือนเด็กที่กำลังจะร้องไห้
ช่างแตกต่างกับสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชาที่มักมีให้เพื่อนสนิทอีกคนซะจริง
“นี่นายพูดจริงอ่ะ”
เคตะถามย้ำอะเกน
น้ำเสียงจริงจังอย่างรุนแรงหลังจากที่หายจากอาการอึ้งๆเมื่อกี้
“ก็บอกแล้วว่าจริง”
...ชักยั๊วะละนะ
ถามอยู่ได้...
“อ่า...ชั้นมีธุระว่ะ
ขอตัวก่อนน้า”
ฮิโรกิรีบหนีเอาตัวรอดเมื่อเห็นว่ากำลังจะมีศึกเกิดขึ้นได้
“อ่าวจะไปแล้วเหรอ”
คนน่ารักอ้อนซะ
...ก็ไม่อยากอยู่กะไอ้บ้าเคตะสองคนนี่หว่า...
“โทษทีนะ
ไปล่ะ” หาได้สนใจไม่
ยังไงก้อต้องเอาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
แล้วก้อชิ่งไปทันที
ทิ้งเพื่อนร่างโย่งกับคนตัวเล้กไว้ที่โต๊ะสองคน....
.....ชิ้งงง......ความเงียบย่างกรายเข้าสู่โต๊ะอาหาร
ทั้งๆที่โรงอาหารก็ออกจะเสียงดังโวยวายขนาดนั้น...
เคตะไม่กล้าอ้าปากพูดอะไรต่อแล้ว
วันนี้พูดอะไรก็ดูจะขัดหูคนน่ารักนี่ไปหมด
เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลยแท้ๆ
....ก้อแล้วมันเพราะใครกันเล่า....ในหัวก็ได้แต่คิดๆปนงงๆ
...เรียวเฮมันตกลงกับประธานนร.จริงอ่ะ...เป็นไปได้ไงวะ???....ไม่จริงน่า....ไม่จริ๊งงงงงงงง......
2B Continued
Say
the word..Chapter3..
....เช้าวันใหม่...
วันธรรมดาๆวันนึงที่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรประจำเหมือนเดิม
เช่นเดียวกันทุกวันๆ...
“ตื่นได้แล้ว
เคตะ!!!” เสียงแสบหูเหมือนเดิม...
“เฮ๊ยยย
บอกให้ตื่นเดี๋ยวนี้นะ
ได้ยินไม๊”
คนนอนตื่นยากเหมือนเดิม...
“ไม่ตื่นใช่ไม๊.....
ชั้นจะจู....”
มุขเดิมๆ...
“oopss..
ฮะๆๆ
ผมยังชี้อยู่เลยเคตะ”
เสียงหัวเราะ
รอยยิ้ม
ดวงตาสดใส...เหมือนเดิมทุกครั้ง...
นี่แหละเรียวเฮ..กับเคตะ..
ต่อให้ทะเลาะเรื่องอะไรกันก้อแล้วแต่..แค่ขึ้นวันใหม่
ทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิมได้..
ลองถ้าสองคนนี้ทะเลาะกันแล้วจะต้องเป็นเหตุให้เลิกคบเป็นเพื่อนกันล่ะก็
ป่านนี้คงเลิกคบกันไปนานนนนนแล้ววววว
เพราะทั้งคู่หาเรื่องทะเลาะกันได้ไม่เว้นวันเลยน่ะซี้....
ลองดูซิว่าวันนี้จะอยู่รอดปลอดภัย
สงบสุขกันไปได้นานซักแค่ไหนกัน....
เห็นคนน่ารักกลับมาสดใสเหมือนเดิม(อย่างที่คิด)แล้วเคตะก็เลยได้โอกาสถามเรื่องที่คาใจจนแทบจะนอนไม่หลับทั้งคืนซะที
... “นี่
เรียวเฮ”
“หืม”
เสียงหวานซะ
...ยังกะว่าเมื่อวานทั้งสองคนไม่ได้มีเรื่องทะเลาะอะไรกันเลยงั้นแน่ะ....แต่ที่จริงก็เป็นเรื่องปกติ...เท่าที่เคตะจำได้
เรียวเฮก็เป็นอย่างงี้มาตลอดตั้งแต่เริ่มรู้จักกันแล้ว...
“ถามไรหน่อยดิ”
ถึงอีกฝ่ายจะอารมณ์ดีแต่นายเคตะก็ยังกล้าๆกลัวๆ
อย่าให้เสียงกับยิ้มหวานๆนั่นหลอกเอาเชียว
บทเวลาเรียวเฮจะโมโหน่ะ
น่ากลัวแค่ไหนไม่มีใครรู้ดีเกินไปว่าเคตะหรอก
อันนี้ก็เพราะว่าโดนประจำน่ะสิ
(แต่คนทั้งรร.โดนหลอกไปเรียบร้อยแล้ว
ถึงได้มีแต่คนมารุมรักงายย)
“อะไรล่ะ” หน้าตาใสซื่อสุดริด
..เวลาอารมณ์ดีๆก็น่ารักเว่อร์ซะ
...ก็พอเข้าใจหรอกนะว่าทำไมคนทั้งรร.ถึงได้โดนหน้าหวานๆสวยๆนี่หลอกเอาได้ง่ายๆ...
“เอ่อ...เรื่องเมื่อวานอ่ะ...เรื่อง..ประธานนร.นั่นไง” (กล้าเสี่ยงที่จะถามมากเลยนะ
นายเคตะ)
ได้ยินแค่นั้นคนน่ารักก็ถอนหายใจแบบเซ็งๆ
“อืม..ประธานนร.
...แล้วทำไมล่ะ?”
...ถามมาชัดๆเลยดีกว่าจะได้ตอบง่ายๆ...
“ก็..นายจะคบกับเค้าเหรอ...” ...ก้อเมื่อวานบอกว่าไม่ได้ปฏิเสธไปนี่นา...จะให้เข้าใจว่าอะไรดีล่ะ
ในเมื่อที่ผ่านมาเรียวเฮก็ปฏิเสธคนที่มาสารภาพรักไปหมดทุกราย...แถมปฏิเสธแบบชัดถ้อยชัดคำ
ไม่ค่อยจะมีเยื่อใยซะด้วย..
แต่ยังไง๊ยังไง
หน้าหวานๆ เสียงหวานๆ
ยิ้มหวานๆนี่ก็ยังเชิญชวนให้หนุ่มๆทั้งรร.มาหลงรักได้อยู่เรื่อยนั่นแหละ
“ป่าวนิ” ตอบสั้นๆง่ายๆ
แต่คนฟังงงคับ
“อ่าวววว????
ยังไงอ่ะ??
ก็นายบอก...”
เออ...งงนั่นแหละ...
“ก้อแค่บอกว่ายังไม่ได้ปฏิเสธ
แต่ไม่ได้บอกว่าจะคบกับเค้าซะหน่อย”
“จริงเหรอ!!!!”
เคตะยิ้มกว้างซะตาจะเป็นเส้นอยู่ละ
“เฮ้อ~ ค่อยโลกอกหน่อย”
“ห๊ะ!! อะไรนะ?” ...เมื่อกี้ว่างายยยยยน้า....
“อ่อ..ป่าว
ไม่มีอะไร” รีบกลบเกลื่อนซะ
แต่ไอ้รอยยิ้มบนหน้าน่ะมันฟ้องนะ
เห็นอย่างงั้นแล้วเรียวเฮก็เผลอยิ้มแบบอายๆออกมาด้วย
...เมื่อกี้น่ะได้ยินหรอกน่า... แก้มขาวใสที่เป็นสีชมพูเรื่อๆยิ่งดูสดใสมากขึ้น
“เออนี่เคตะ
เสาร์นี้นายว่างปะ”
ถามเสียงใสเชียว
“อืม
วันเสาร์ก็พรุ่งนี้แล้วสิ
...ว่างดิ
ทำไมเหรอ??”
ยิ้มให้คนน่ารักแบบอารมณ์ดีสุดๆ
“งั้นไปดูหนังกันนะ
ชั้นอยากดู50 first datesอ่ะ” เงยหน้ามองคนตัวสูงกว่า
ตากลมๆ
ปากอิ่มๆ
ยิ้มใสๆ เสียงอ้อนๆ
...โอ๊ยยยยยยยยยย...น่ารักซะ...
(หนังไม่ค่อยอัพเดทเลย
ขออภัย....ได้ข่าวว่ามันออกไปแล้ว...คือคนแต่งก้ออยากดูแต่ยังม่ายด้ายดูอ่า
T_T)
“อ่อ
ได้สิ” ก็คนชวนน่ารักซะขนาดนี้
ใครจะกล้าปฏิเสธลงล่ะ
อีกอย่างเมื่อวานเพิ่งทะเลาะกันเอง
ไหนๆวันนี้ก้อกลับมาคืนดีกันละ
ต้องเอาใจซะหน่อย
(แกสองคนเป็นอะไรกันเหรอ??)
“เย้!” คนตัวเล็กทำหน้าดีใจอย่างกะเด็กๆ
....ก็อยากดูหนังเรื่องนี้กับเคตะเป็นพิเศษเลยนี่นา....
เคตะจะรู้บ้างไม๊น้าว่าทำไม....
แล้วทั้งคู่ก้อหวานแหววจี๋จ๋ากันไปจนถึงโรงเรียน.....
เหมือนเดิม...ทุกวัน...มันก็เป็นแบบนี้แหละ....
“เฮ้ยยย
ฮิโรกิ
หวัดดี”
คนร่างโย่งส่งเสียงเรียกเพื่อนซะดัง
เมื่อเดินเข้าประตูห้องมา
“หวัดดีเคตะ
หวัดดีเรียวเฮ”
เจ้าของชื่อก็หันไปทักทายผู้เข้ามาใหม่
คนน่ารักยิ้มหวานให้ เดินไปนั่งที่โต๊ะ
ส่วนเจ้าคนตัวโย่งรีบเข้าไปหาเพื่อนก่อนเลย
“ฮิโรกิ
ยืมการบ้านมาลอกหน่อยเด่ะ” พูดเบาๆ
เพราะไม่อยากให้ใครบางคนได้ยิน
“อ่าว??
ไรวะ?? ลอกของชั้นเนี่ยนะ
ทำไมไม่ไปลอกของแม่แกล่ะ” ..ฮิโรกิก้อใช่ว่าจะเรียนดีไปกว่าเคตะเล๊ยยยย
แต่อย่างน้อยก้อขยัน
แล้วก็ตั้งใจเรียนกว่านิดหน่อยล่ะนะ...
“ก้อเมื่อวานทะเลาะกันอยู่
จะให้ไปขอลอกตอนไหนละวะ”
ยังพูดเสียงเบาๆ
กลัวแม่ได้ยิน
...ไม่ใช่ว่าเรียวเฮจะไม่ให้เคตะลอก
ที่จริงคนที่ให้เคตะลอกการบ้านประจำก็คือเรียวเฮนั่นแหละ
แต่ว่านี่ก้อเพิ่งจะหายจากทะเลาะกัน
ถ้าไปขอยืมลอกการบ้านตอนนี้เรียวเฮก็ต้องบ่นอีกแน่ๆ
เคตะแค่ไม่อยากให้ความสงบสุขตอนนี้มันมลายหายไปอย่างรวดเร็วก้อเท่านั้นเอง...
“อ่าว??
ก็คืนดีกันแล้วไม่ใช่เหรอ”
แค่เห็นเดินมาด้วยกัน
แถมเมื่อกี้เรียวเฮยังยิ้มหวานให้อีก
แค่นี้ก้อรู้แล้ว
..ฮิโรกิถามแล้วก็ไม่รอฟังคำตอบ
ยื่นสมุดการบ้านให้เพื่อน
“เออๆ
เอาไปเหอะ
ผิดแล้วอย่ามาว่าละกัน”
“โอ้
แต๊งหลายเพื่อน” รับมาแล้วก็รีบแจ้นไปนั่งปั่นการบ้าน
...คิดเหรอว่าที่คุยกันเนี่ย
เรียวเฮจะไม่รู้เรื่องน่ะห๊า
แต่คนกำลังอารมณ์ดีสุดๆ...ก็พรุ่งนี้จาได้ไปเดทกันแล้วนี่นา...คิดแค่นี้คนน่ารักก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเองคนเดียว....
.....พักกลางวัน....เคตะ
เรียวเฮ
พ่วงด้วยฮิโรกิก้อไปกินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม....
“เออใช่เคตะ
พรุ่งนี้นายว่างป่าววะ” นายฮิโรกิถามขึ้น
“อ่ะ
ไม่ว่างว่ะ
ทำไมวะ”
ตักข้าวเข้าปากแบบไม่สนใจ
..ก็นัดกับเรียวเฮไปแล้วนี่นา...
“พอดีพี่ชายชั้นได้บัตรดูJ-Leaqueมาว่ะ
คิดว่าแกคงอยากดู
ก็เลยลองชวน...”
ยังพูดไม่ทันจบเคตะก็คว้าสองมือของเพื่อนมากำไว้
ดวงตาเป็นประกายแทบจะกลายเป็นรูปหัวใจ
“โอ้
ฮิโรกิเพื่อนรัก...นายช่างเป็นเพื่อนที่ประเสริฐจริงๆ”
“เฮ๊ย
ปล่อยเว๊ย
ขนลุก” ฮิโรกิพยายามดึงมือตัวเองออก
ทันใดนั้นเองรังสีอำมหิตก็แผ่ซ่านมาจนเคตะก้อเสียวสันหลังวาบ.... ...น่านไง
บอกแล้วว่าความสงบมันอยู่ได้ไม่นานหรอก....(ต้องโทษคนแต่งนั่นแหละ)
“เอ่....อ....เรียวเฮจ๋า” หันกลับมาหาคนตัวเล็ก
เรียกซะหวานเว่อร์
“ขอโทษนะเรียวเฮ
ให้ชั้นไปดูบอลเถอะนะๆๆๆ
แล้วไว้ดูหนังคราวหน้าชั้นเลี้ยงเอง
นะๆๆๆๆๆ”
เสียงหวาน
อ้อนสุดริด ดวงตาวิงวอนสุดๆ
คนตัวเล็กน่าหงิกตามระเบียบ....ก้มหน้าก้มตากินข้าว
ไม่พูดอะไรเลย....
“โธ่เรียวเฮ
matchแบบนี้มันไม่ได้หาดูถึงขอบสนามง่ายๆนะ
ให้ชั้นไปเหอะน้า~~~~~ขอร้องล่ะ” ประกบมือยกขึ้นแล้วก้มหัวขอโทษ
ฮิโรกิเห็นอย่างนั้นก้อ....อ่าว
ที่ไม่ว่างนี่นัดกับเรียวเฮไว้หรอกเนี่ย
ซวยแล้วกรูไม่น่าเลย....
จากที่ปกติก้อหน้าซีดอยู่แล้วเลยซีดหนักเข้าไปอีก...
“อ่า...เรียว.....”
เสียงเริ่มอ่อยแล้ว...จะตายไม๊เนี่ยกรู...แต่มันก็อยากดูบอลนี่นา....
ร่างเล็กตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก
ก่อนจะพรวดลุกขึ้นยืน
หันมามองเพื่อนด้วยสายตาเย็นชา
“เรื่องของนาย
ชั้นไม่เกี่ยว!!” พูดใส่อารมณ์เสร็จก้อเดินกระแทกส้นเท้า(เออ..ส้นตีนนั่นแหละ)ออกไป
ปล่อยเพื่อนสองคนที่แทบจะเข้ามากอดกันด้วยความกลัว
นั่งหน้าเสีย
เหงื่อแตกพลั่กอย่างนั้นต่อไป... (แล้วฮิโรกิมันจะกลัวอะไรกะเค้าด้วยล่ะนั่น...)
...หนอยเคตะบ้า
บ้าๆๆๆๆๆๆๆ
เห็นบอลสำคัญกว่างั้นเหรอ
งี่เง่าที่สุด
บ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....
คนตัวเล็กเดินอารมณ์เสีย
บ่นๆๆๆคนเดียว
ก้มหน้าก้มตาไม่ดูทางจน..โครม!!!..
ชนกะใครเข้าจนได้
“อ๊ะ
ขอโทษนะครับ
เป็นอะไรรึป่าวครับ” ฝ่ายตรงข้ามขอโทษอย่างสุภาพสุดๆ
ทั้งๆที่คนตัวเล็กเดินไม่ดูทางเองแท้ๆ
“เอ่อ...ไม่เป็นไร...มั้ง..ครับ” มือเล็กๆยกขึ้นจับหน้าผากตัวเอง...เจ็บอยู่เหมือนกันแหละน่า...
พออยู่ต่อหน้าคนอื่นเสียงกับหน้าโหดๆเพราะอารมณ์เสียก็กลับมาหวานได้ราวกับกดสวิตช์
ร่างเล็กค่อยๆเงยหน้าขึ้น
“อะ..อ๊าวววว...”
“อ่าว..เรียวเฮเองเหรอครับเนี่ย กำลังอยากเจออยู่พอดีเลย” ยิ้มกว้างซะเห็นเขี้ยวสวยๆอีกแล้ว
“โองาตะคุงเองเหรอ” คนน่ารักแอบหน้าแดงเล็กน้อย
ก็คนตรงหน้ามันหล่อนี่นา
แถมยิ้มน่ารักซะขนาดนี้
“เรียกริวอิจิก้อได้ครับ”
“เอ่อ...ริวอิจิคุง”
...เรียกสนิทไปไม๊เนี่ย
เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานเอง...
แต่อีกฝ่ายเค้าก็เรียกเราด้วยชื่อเหมือนกันนี่หว่า...
“แล้ว..
มีธุระอะไรกับฉันเหรอ” ถามเสียงหวาน
หน้าตาบ๊องแบ๊วซะ
“คือ...”
ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ...
“ผมมีตั๋วหนังอยู่สองใบพอดีน่ะครับ
ถ้าเรียวเฮไม่รังเกียจ
พรุ่งนี้ไปดูด้วยกันมั้ยครับ”
ร่างเล็กไม่ทันตอบ..มองตั๋วหนังสองใบในมือริวอิจิ
แล้วก็มัวแต่อึ้งอยู่
...50 first dates… (อะไรมันจะเว่อร์ปานนี้- -“)
“อืม..ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรหรอกนะครับ”
ก็เรียวเฮไม่ตอบเลยนึกว่าอาจจะไม่อยากไป...น้ำเสียงผิดหวังจนอีกฝ่ายรู้สึกได้
“เอ่อ..ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก” ..รีบแก้ตัวใหญ่...
“ก็..ว่างอยู่.....”
...ก้อว่างจริงๆนี่นา
ในเมื่อเคตะจะไปดูบอล...
“จริงเหรอครับ”
สีหน้าดีใจอย่างสุดซึ้งอีกแล้ว
(เหมือนกลับไปกลับมาได้เลยวุ้ย)
“ถ้างั้นไปดูด้วยกันนะครับ”
คนน่ารักเหมือนจะคิดอยู่ซักพักก่อนจะเอ่ยปากตกลง“อื้ม
ไปก็ได้” ...ช่วยไม่ได้
เคตะอยากไม่ไปกับเราเอง
ชั้นไปกับคนอื่นก้อได้
เชอะ... “ฉันอยากดูหนังเรื่องนี้อยู่พอดีเลย”
ยิ้มหวานให้จนริวอิจิแทบจะตัวลอยอยู่แล้ว
“ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมขับรถไปรับที่บ้านดีมั้ยครับ” มีรถขับสมกับเป็นคุณหนูลูกคนรวยจริงๆ
“เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอก..ชั้นไปรอที่สถานีดีกว่า”
...ก็ไม่อยากให้มาถึงบ้านนี่นา...
“เอางั้นก็ได้ครับ”
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เต็มใจนักก็ไม่ว่าอะไร
“ถ้างั้นผมไปรับที่สถานีตอน11โมงนะครับ”
“อื้ม” เรียวเฮยิ้มให้
ส่วนริวอิจิเองก็ยิ้มหน้าบานหุบไม่ลงใหญ่แล้ว
“ผมดีใจจังครับ
ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกันนะครับ”
“อื้ม” คนน่ารักตอบสั้นๆ
ยกมือบอกลาให้ประธานนร.สุดหล่อที่กำลังเดินไปด้วยสีหน้าท่าทางมีความสุข
..พอลับสายตาไปแล้ว... “เฮ้อ~~~” ถอนหายใจเถือกใหญ่
...ไม่รู้ทำไมพอเห็นรอยยิ้มของริวอิจิแล้ว
มันถึงปฏิเสธไม่ลงทุกที...
แล้วสองขาก็พาร่างเล็กๆกลับมาที่ห้องเรียนอย่างเคย
ไม่นานนัก
เพื่อนสนิททั้งสองคนก็กลับมา
คนร่างโย่งรีบเดินเข้ามาที่โต๊ะของเรียวเฮ
“เออนี่...เรียวเฮ”
เจ้าของชื่อเงยขึ้นมองหน้า
ไม่พูดอะไร
“คือพรุ่งนี้ชั้นไม่ไปดูบอลก็ได้นะ
อย่าโกรธเลยนะ”
ง้อเข้าๆๆๆ
“อืมม
ก็ตามใจ” คนน่ารักลดสายตาลง
ตอบแบบไม่มองหน้า
แต่พอได้ยินแบบนี้เคตะก็เลยยิ้มออกมาได้หน่อยนึง “ถ้างั้นตกลงเราไปดูหนังกันนะ
ชั้นเลี้ยงเอง”
“ไม่ได้หรอก”
ร่างเล็กพูดเสียงเรียบ
เคตะแทบจะหุบยิ้มไม่ทัน
...อ่าว..ทำไมอีกวะ...
“ชั้นไม่ว่างแล้วล่ะ”
“หา??
ได้ไงอ่ะ
ก้อไหนบอกอยากไปดูหนังไง”
ทำไมเปลี่ยนใจเร็วจัง
“ก็จะไปดูหนัง...แต่ไม่ได้ไปดูกับนาย”
“อ่าว??
แล้วจะไปกับใครล่ะ” ...ไหงงั้นซะล่ะเนี่ย...
ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมอง
ดวงตากลมโตจ้องไปที่ตาสวยๆของอีกฝ่าย
“ประ
ธาน นัก เรียน” จงใจพูดทีละคำชัดๆ
ให้เคตะได้ยินเต็มสองรูหู
พูดเสร็จก็ลุกจากโต๊ะเดินออกนอกห้องไปอีกรอบ
ปล่อยเคตะยืนเป็นบ้าต่อไปคนเดียว
.........เฮ๊ยยยยยยยยยยยยยยยย
อะไรวะ...ได้ไงอ่ะ....ไหนบอกไม่ได้จะคบไงเล่า....เรียวเฮ๊..........
2B Continued
Say the word ..Chapter4..
...เช้าวันถัดมา...
“ผมไปแล้วนะครับ”
คนร่างเล็กเปิดประตูเดินออกจากบ้าน
ข้างนอกอากาศแจ่มใส
แต่หน้าหวานๆนั้นกลับมีสีหน้าที่ไม่สดใสนัก
ร่างเล็กค่อยๆเดินออกนอกรั้วประตู
แล้วก้อ..
“อ้าว
เรียวเฮ...
หวัดดี...” เสียงคุ้นๆหูดังขึ้น ผู้ชายร่างผอมสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน
กางเกงยีนส์สีซีด
กับรองเท้าผ้าใบที่ดูมอมแมมไม่น้อย
“เคตะ....” เรียวเฮเรียกชื่ออีกฝ่าย
อารมณ์ตกใจนิดหน่อย
ไม่คิดว่าจะเจอเคตะเวลานี้...
“หวัดดี”
...ทำไมต้องเจอเคตะตอนนี้วะเนี่ย....
“จะ..ไปดูบอลกับฮิโรกิเหรอ” ทำเป็นถามเสียงใส
“อะ..อืมม”
ก็เมื่อวานพอเรียวเฮบอกว่าจะไปดูหนังกับประธานนร.แทน
แถมท่าทางคงง้อไม่สำเร็จแล้ว
ตอนเย็นเคตะก้อเลยโทรไปบอกฮิโรกิว่าจะไปดูบอลด้วยกัน
(พูดง่ายๆ
คือเสียดาย) “แล้วนี่นาย..จะไปดูหนังสินะ..” พูดเสียงเบาเพราะกลัวว่าเรียวเฮอาจจะยังโกรธอยู่
..ถึงตอนหลังเรียวเฮจะเป็นคนบอกว่าจะไปดูกับคนอื่นเองก็เถอะ...
“อื้ม”ยิ้มอารมณ์ดีเชียว
“ก็ชั้นอยากดูหนังเรื่องนี้นี่นา”
“งั้น...เดินไปที่สถานีด้วยกันมั้ย”
“เอ่อ...
อืม ก็ได้”
....ทำไงได้อ่ะ จะปฏิเสธได้ยังไง...ถึงจะไม่อยากก็เหอะ...
ที่ทำเป็นยิ้มแย้มนี่ก็แค่กลบเกลื่อนให้เคตะรู้สึกผิดไปงั้นเองแหละ...
....ก็นึกอีกทีมันไม่อยากไปกับริวอิจิแล้วนี่นา...
สุดท้ายทั้งคู่ก้อเดินไปยังสถานีรถไฟด้วยกัน
ระหว่างทางทั้งสองคนแทบจะไม่คุยอะไรกันเลย
....เงียบ....จนน่าอึดอัด...
จนกระทั่งทั้งคู่มาถึงหน้าสถานี...
“เอ่อ...เคตะนายไปเถอะ
เดี๋ยวชั้นรอริวอิจิคุงที่นี่” ร่างเล็กบอกเพื่อนที่กำลังจะเดินเข้าไปซื้อตั๋วในสถานี...
....ริวอิจิคุงเหรอ....เรียกซะสนิทกันจังนะ.....
“งั้น
เดี๋ยวชั้นรอเป็นเพื่อนละกัน”
“เอ่อ..ไม่ต้องหรอก”
สีหน้าลำบากใจ
....ก็ไม่อยากให้เคตะเห็นตอนเขาอยู่กับริวอิจินี่นา.... “นายไปเหอะ
ชั้นรอคนเดียวได้”
“แต่ว่า....”
...ก็เป็นห่วงเรียวเฮนี่นา....
“ไปเหอะน่า”
....รีบๆไปซะทีก่อนที่ริวอิจิคุงจะมา.....สองมือเล็กๆพยายามดันหลังเคตะให้เดินเข้าสถานีไป
แต่แรงแค่นั้นจะไปทำอะไรได้
ขณะที่เถียงๆกันอยู่นั่นเอง
รถสปอร์ตสีดำเป็นมันวาวก็เข้ามาจอดตรงหน้า
ชายคนหนึ่งเปิดประตูรถลงมาจากด้านคนขับ
“เรียวเฮครับ
รอนานรึป่าว”
...โธ่...จนได้น้า
อุตส่าห์ไม่ให้มารับถึงที่บ้านแล้วเชียว....
เรียวเฮหันไปตามเสียงเรียก
“เอ่อ
ไม่นานหรอก”
ยิ้มบางๆให้
ริวอิจิสวมเสื้อเชิ้ตลายสีขาวสะอาดตา
กางเกงยีนส์สีดำ
กับรองเท้าหนังที่เป็นมันวาวไม่ต่างกับรถที่ขับมา
ผมยาวสีน้ำตาลที่ปล่อยลงมาดูรับกับใบหน้าใสๆนั้น
“ถ้างั้นไปกันเลยมั้ยครับ” ยิ้มกว้างจนดูแสบตาเหมือนเคย...
“เอ่อ...อืมม” ร่างเล็กตอบแล้วก็หันไปทางเคตะ “ชั้นไปนะ”
“อืม
โชคดี”
ริวอิจิเดินมาเปิดประตูรถให้คนตัวเล็ก
แล้วเดินกลับไปฝั่งคนขับ
พยักหน้าให้เคตะทีนึง
เคตะพยักตอบ
แล้วประธานนร.สุดหล่อก็ขึ้นรถขับออกไป
เคตะยืนมองรถรถหรูขับไปไกลแล้วจึงค่อยเดินเข้าไปในสถานี....
...บนรถหรูของคุณชายริว....
“คนเมื่อกี้...ทาจิบานะคุงใช่มั้ย” เสียงริวอิจิดังขึ้นทำลายความเงียบ
ตั้งแต่ขึ้นรถมาเรียวเฮก็ไม่พูดอะไรซักคำ...
“หะ..หา..”
คนน่ารักมัวแต่เหม่อไม่ทันได้ฟัง
ก่อนจะนึกทวนคำถามที่ได้ยินเมื่อกี้
“อ๋อ..ใช่ๆ”
...แล้วทำไมประธานนร.ถึงรู้จักเคตะวะ....
ไม่รู้คิ้วของเรียวเฮมันผูกกันยุ่ง
หรือเครื่องหมายquestion markมันโผล่หลามาให้เห็นบนหน้ารึไง
ริวอิจิเห็นก้อหัวเราะเบาๆ
“ฮะๆ
ผมแค่รู้จักชื่อเค้าเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทเรียวเฮน่ะครับ”
...อ้อ...
แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเรียวเฮคิดอะไรอยู่
คนใสซื่อแบบนี้ล่ะน้า
คิดอะไรมันก็ออกมาทางหน้าหมด
แต่ก็..นั่นแหละส่วนนึงที่ทำให้ใครๆก็หลงรักคนหน้าหวานคนนี้
ไม่เว้นแม้กระทั่งประธานนร.คนดัง
ไม่นานนักรถคันหรูก็มาถึงหน้าโรงหนังขนาดใหญ่
ทั้งสองคนเดินลงจากรถเข้าไปภายในโรงหนัง
คนตัวเล็กหน้าหวาน
ผิวขาวใส กับหนุ่มหล่อมาดผู้ดี
ทำเอาแทบทุกคู่สายตาไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายเป็นต้องเหลียวหลังมามอง
ที่โรงหนังมีคนไม่มากไม่น้อย
แต่ที่แน่ๆมองไปทางไหนก็เห็นแต่คู่รักมาเดทกันทั้งนั้น
....ก้อมาดูหนังเรื่องอะไรกันล่า....
…อะไรกันเนี่ย
มีแต่คนมาเดทกัน...
เรียวเฮเห็นบรรยากาศรอบๆแล้วก็หน้าแดงขึ้นมา
...คงไม่มีคนเข้าใจเราผิดหรอกนะ...
(ไม่มี๊ ไม่มี
ไม่มีเลยยยยยยยยย)
......เรา....น่าจะมากับ...เคตะ.....
บรรยากาศรอบๆทำให้คนน่ารักเผลอคิดแบบนั้นขึ้นมา...
“เรียวเฮ
เอาน้ำอะไรดีครับ”
ริวอิจิหันมาถาม ทำเอาเรียวเฮตื่นจากภวังค์
“เอ่อ..โค้กก็ได้”
แล้วริวอิจิก็วิ่งไปสั่งเครื่องดื่มที่แคนดี้บาร์
ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมเครื่องดื่มสองแก้ว “นี่ครับ”
“ขอบคุณนะ” มือเล็กๆรับแก้วเครื่องดื่มใหญ่ๆมา
“หนังใกล้ฉายแล้ว
เข้าไปกันเลยมั้ยครับ” ยิ้มสวยให้อีกแล้ว
“อื้ม” เรียวเฮเห็นแล้วก็เผลอยิ้มตอบให้ไม่ได้จริงๆ
...ช่างเหอะ...ยังไงสำหรับเคตะ
บอลก็สำคัญกว่าเราอยู่ดี...อย่าไปสนใจเลย...
แล้วทั้งคู่ก้อเดินเข้าโรงหนังไป....
ภายในโรงหนังที่มีแต่คนนั่งกันเป็นคู่ๆ
ที่นั่งของเรียวเฮและริวอิจิเองก็เป็นอีกคู่ที่ห่างจากคู่อื่นๆ
เสียงคู่รักคุยกันจี๋จ๋าก็ดังให้ได้ยินจากรอบสารทิศ
จนกระทั่งไฟในโรงหนังค่อยๆมืดลง...
....ตลอดการฉายหนัง
เสียงหัวเราะของคนในโรงดังขึ้นเป็นระยะๆ
แต่กลับไม่ได้ยินเสียงใสๆจากปากคนตัวเล็กเลยซักนิด
จนคนข้างๆเองก็รู้สึกได้
..ก็หนังมันไม่ได้เข้าหัวเรียวเฮเลยนี่นา
..แค่ดูไปได้ไม่กี่ฉาก
ในหัวของคนน่ารักก็เอาแต่คิดเรื่องของคนคนนึงอยู่ตลอด...
....สองชม.ผ่านไป....หนุ่มสาวคู่รักทั้งหลายทยอยเดินออกจากโรงหนังใหญ่
แต่ละคู่ต่างก็ยังหวานแหววจี๋จ๋ากันต่อไป
ยกเว้นประธานนร.สุดหล่อกับคนตัวเล็กน่ารัก
ดวงตากลมโตดูเหม่อลอยออกไปไกล ราวกับไร้ซึ่งจุดหมาย...
“หนังไม่สนุกเหรอครับ” ริวอิจิหันมาถามเมื่อเห็นเรียวเฮท่าทางไม่ร่าเริงเลย
“เอ่อ..สนุกสิ
สนุกดี” รีบแก้ตัวใหญ่
...ทั้งๆที่ไม่ได้ดูเลยเนี่ยนะ..จะไปสนุกตรงไหนล่ะ...
“เรียวเฮหิวรึป่าว....”
กำลังจะชวนไปกินข้าวต่อแต่ยังพูดไม่ทันจบ
คนน่ารักที่ไม่ทันได้ฟังเลยก็แทรกขึ้นมา
“อ๊ะ
ขอโทษนะริวอิจิคุง
ฉันนึกได้ว่ามีธุระด่วนน่ะ” ก้มหัวขอโทษ
“ขอตัวกลับก่อนนะ”
“อ่าว
งั้นเหรอครับ”
สีหน้าผิดหวัง...แต่ก็ยังรักษามารยาทผู้ดีไว้เหมือนเคย
“ช่วยไม่ได้นะครับ..งั้นเดี๋ยวผมไปส่งละกันนะ” และก็ไม่ลืมทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอีกเช่นกัน
“เอ่...อ
ไม่เป็นไรหรอก
ชั้นไปเองดีกว่า
งั้นชั้นไปละนะ
ขอโทษจริงๆนะ” พูดเองเออเองแล้วร่างเล็กๆก็วิ่งปรู้ดออกไป
ปล่อยให้หนุ่มหล่อยืนเก้ออยู่อย่างนั้น............ฟิ้ววว~~……… (น่าสงสารจัง)
...มาดูซิว่าฝ่ายตาโย่งจะเป็นยังไงบ้าง....
ภายในสเตเดียมขนาดใหญ่
เสียงเชียร์โห่ร้องกึกก้องไปทั่ว
พร้อมด้วยเสียงคนพากย์บอล
ทุกคนกำลังคึกคักกันสุดริด
เช่นเดียวกับผู้ชายคนนี้...
“วู้~~~~ นั่นแหละๆๆๆ
เอาเลย
วู้ๆๆๆ~~~” เสียงของนายฮิโรกินั่นเอง...
ส่วนเพื่อนตัวโย่งข้างๆน่ะเหรอ..ท่าทางวันนี้จะไม่ค่อยสบาย
ปกติมันบ้ากว่าฮิโรกิหลายเท่า
ถ้าปีนรั้วออกไปเล่นด้วยได้มันคงลงไปแล้ว
แต่วันนี้มาแปลก....เคตะเงียบสนิท....
“เฮ๊ย
นายเป็นไรป่าววะ
ท่าทางไม่มันส์เลย
ไข้ขึ้นรึป่าว”
“ป่าวๆ
ไม่ได้เป็นอะไร” ...ก้อจะให้มันส์ได้ไง
ในเมื่อคนน่ารักไปเดทกับประธานนร.รูปหล่ออยู่
ใครมันจะมีอารมณ์นั่งดูบอลอีกวะ...
(เออ..ทำไมแกไม่คิดให้มันได้งี้แต่แรกเล่า)
ปากก้อบอกไม่เป็นไรหรอกนะ
แต่หน้าบูดดูไม่ได้ขนาดนี้
มีรึฮิโรกิจะดูไม่ออก
“เฮ๊ย
ฮิโรกิ
โทษทีว่ะ
ชั้นกลับก่อนดีกว่า” หลังจากที่นั่งเซ็งอยู่นานก็ตัดสินใจได้ซะที
..ไหนๆก็ดูบอลไม่รู้เรื่องละ
อยู่ไปก้อเท่านั้น
ร้อนใจเปล่าๆ…
“เอางั้นเลยเหรอวะ
เออๆ
ตามใจนาย”
ในเมื่อท่าทางเพื่อนจะไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะดูบอลขนาดนี้ก้อเอาเหอะ
“กลับดีๆ
กลับให้ถึงบ้านนะเว๊ย” ถึงจะเป็นห่วงเพื่อนแต่ก็ยังห่วงดูบอลมากกว่า
ปล่อยให้เพื่อนเดินแทรกฝูงชนออกจากสนามบอลไปเพียงลำพัง....
ฝ่ายคนตัวเล็กขึ้นรถไฟกลับมายังที่บ้านตัวเอง
...ก้อไม่ได้มีธุระอะไรที่ไหนหรอก
แต่มันไม่มีอารมณ์จะเที่ยวนี่นา
มีแต่จะทำให้ริวอิจิเซ็งซะเปล่าๆ
กลับบ้านมาซะยังดีกว่า...
ตลอดเส้นทางกลับบ้าน
ในหัวยังคงมีแต่เรื่องของคนๆนึงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น
...เราไม่น่าไปโกรธเคตะเลยน้า
ก็รู้ๆอยู่ว่าหมอนั่นบ้าบอลขนาดไหนแท้ๆ...
แถมตอนหลังอุตส่าห์มาบอกว่าจะไม่ดูบอลแล้วก็ได้แท้ๆ.....
ร่างเล็กค่อยๆเดินจากสถานีกลับบ้านด้วยอาการซึมๆปนเหนื่อยๆ...เฮ้อ...อยู่กับริวอิจิแค่ไม่กี่ชม.ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้น้า...
“เรียวเฮ!! เรียวเฮ!!” จู่ๆก็มีเสียงใครบางคนเรียกขึ้นดังมาจากด้านหลัง
คนตัวเล็กหันกลับไปตามเสียงเรียก
ผู้ชายผอมสูงดูคุ้นเคยกำลังวิ่งมาหา
“เคตะ....”
...มาได้ไงเนี่ย...แล้วบอลล่ะ???
“แฮ่ก..แฮ่ก...”
เจ้าคนผอมสูงหอบหลังจากที่วิ่งมาถึงตัวคนน่ารักแล้ว
“บอลไม่สนุกเหรอ
ทำไมกลับเร็วจัง”
“เอ่อ...ก้อ...” เคตะอ้ำอึ้งไม่ตอบ
แล้วก็ถามกลับแทน
“แล้วหนังล่ะหนุกไม๊”
“อะ...อืมม..ก้อ...”
ตอบไม่ถูกเหมือนกัน
...ก็ไม่ได้ดูเลยนี่หว่า… “เดี๋ยวสิ
ชั้นถามก่อนนี่นา
ทำไมมาถามย้อนล่ะ” แล้วก็แอบโวยวายเล็กน้อย
“ฮะๆๆๆๆๆๆ”
เห็นเรียวเฮโวยเป็นเด็กๆ
เคตะก็เลยหัวเราะออกมา
ทำเอาเรียวเฮก็แอบขำไปด้วย
“งั้นก้อกลับบ้านกันเหอะ”
ร่างยาวหันมายิ้มให้
“อื้ม”
ยิ้มใสให้
หลังจากที่ทำหน้าเครียดมาทั้งวันแล้ว
“ถ้างั้น.....วิ่งแข่งกันกลับบ้านดีกว่า
ใครถึงก่อนชนะ”
เจ้าคนร่างยาวหันมาพูดเสร็จก็วิ่งออกไป
ไม่รอเพื่อนตัวเล็กๆนี่เลย
“เฮ๊ยย
เดี๋ยวดิ
ไอ้ขี้โกง
หยุดน้า” ร่างเล็กรีบวิ่งตาม
เสียงแหลมเล็กตะโกนไล่
คละเคล้าปะปนด้วยเสียงหัวเราะของทั้งสองคน
2B Continued
Say the word ..Chapter5..
“เย้~~ชั้นชนะ!!” ตาโย่งร้องดีใจเมื่อวิ่งมาถึงหน้าบ้าน(อะไรจะดีใจปานนั้น)
“แฮ่กๆๆ”
แล้วก็หันกลับไปดูคนตัวเล็กที่วิ่งตามหลังมาด้านหลัง
“แฮ่ก..โอ๊ย..ไอ้..บ้า...แฮ่ก..ขี้โกง...นี่นา...” วิ่งไปด้วยพูดไปด้วยเดี๋ยวก้อเหนื่อยตายซะก่อนหรอก
อากาศร้อนๆยามบ่ายทำให้ใบหน้าขาวใสดูเป็นสีแดงระเรื่อ
“โอ๊ยย
ถึงซะที
เหนื่อยเว๊ย”
“ฮ่าๆๆๆ”
เคตะหัวเราะเสียงดัง
“อืม...ให้คนแพ้ทำอะไรดีน้า~~”
“หา....อะไรนะ”
คนน่ารักร้องเสียงแหลม
“ชั้นไม่ได้ตกลงจะแข่งกะนายซะหน่อย” แล้วก็โวยวายเหมือนเคย
“อ่าว
ถ้างั้นนายวิ่งตามมาทำไมล่ะ”
ถามยิ้มๆ
หน้าตาเจ้าเล่ห์
“ก้อ.......”
เถียงไม่ออก “ไม่รู้ล่ะ
ชั้นไม่ได้วิ่งแข่งกะนายละกัน” ก็เลยแก้ตัวน้ำขุ่นๆไป
“อ่าว
อย่างงี้เค้าเรียกแพ้แล้วพาลนะ” เห็นคนน่ารักแบบนี้แล้วมันน่าแกล้ง
เคตะก็เลยเอาใหญ่เลย
“เอ๊ะ...ก้อบอกว่าไม่ได้แข่งจะเรียกแพ้ได้ไงเล่า” คนตัวเล็กก็ยังเถียงเป็นเด็กๆต่อไป
“โอ่ย
เหนื่อยแล้วหิวจัง”
“อ่าว
ยังไม่ได้กินข้าวหรอกเหรอ” เคตะถาม..นี่มันก้อจะบ่ายสามแล้วนะ...
“อืมม
ก็ยังน่ะสิ
หิวจะตายอยู่ละ” คนตัวเล็กว่าพลางเดินเข้าไปไขกุญแจบ้าน
“ที่จริงชั้นก็ยังไม่ได้กินเหมือนกัน” เคตะเองพอออกจากสนามบอลมาแล้วก็ตรงกลับบ้านมาทันทีเหมือนกัน
“โอเค
งั้นเข้ามาเลย
เดี๋ยวทำให้กิน” คนน่ารักเปิดประตูบ้านกว้าง
ยิ้มใสให้ เคตะเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มกว้างซะตาจะเป็นขีด
แล้วก็เดินเข้าบ้านข้างๆแทนบ้านตัวเองเหมือนเคย
ร่างสูงเดินเข้าบ้านเพื่อนด้วยความคุ้นเคยราวกับเป็นบ้านของตัวเอง
แล้วนั่งลงบนโซฟาหน้าทีวีในห้องนั่งเล่น
ส่วนคนตัวเล็กเดินไปที่ครัวที่อยู่ข้างๆกันทันที
“แล้วแม่นายไปไหนอ่ะ” เคตะหันหลังตะโกนถามหลังจากกดปุ่มเปิดทีวีแล้ว
“ไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัดน่ะ
เห็นว่าคืนนี้จะกลับดึก” ร่างเล็กตอบขณะเปิดตู้เย็นหาของมาทำอะไรกิน
“แล้วบ้านนายล่ะ
ไม่มีใครอยู่อีกล่ะสิ”
“อืม
ก้อเหมือนเดิม”
พ่อแม่เคตะน่ะงานยุ่งตลอด
หมอนี่ถึงได้มาขลุกอยู่บ้านข้างๆประจำเลยไงล่ะ
“วันนี้ไปพบลูกค้าที่คิวชูนู่นแน่ะ”
“อ่าว
งั้นคืนนี้ก็ไม่ได้กลับน่ะสิ”
“อืม..มั้ง...”
เคตะตอบแบบไม่ใส่ใจนักแล้วก็กดรีโมตนั่งดูทีวีต่อไป….
.....และแล้วอาหาร(มื้อไหนดีเนี่ย?)ฝีมือคนน่ารักก็เสร็จในเวลาไม่นาน... กลิ่นหอมๆลอยมาแตะจมูกให้ตาโย่งยิ่งหิวมากขึ้น..
“เสร็จแล้ว
เคตะ” เสียงน่ารักๆดังขึ้น
เคตะรีบปิดทีวี
แล้ววิ่งมานั่งยิ้มอยู่ที่โต๊ะกินข้าวทันที
“เอ้า...”
คนน่ารักยกจานข้าวมากำลังจะวางตรงหน้า
...พอเคตะเห็นก็แทบจะหุบยิ้มไม่ทัน....(???)
“ง่ะ...ข้าวห่อไข่อีกละ”
เหมือนเดิมทู้กที
ให้เรียวเฮทำกับข้าวทีไร
9ใน10ครั้ง
เรียวเฮจะทำข้าวห่อไข่
...ก็เพราะเจ้าตัวเค้าชอบกินน่ะสิ...
“เรื่องมากอีก
จะกินไม่กิน”
ยังไม่ทันวางจาน
พอเคตะพูดงี้ก็เลยแกล้งดึงมือกลับ
“เฮ๊ยย
กินสิ กินๆๆ” สองมือรีบคว้าจานกลับได้ไวราวกับลิงก็ไม่ปาน
“หิวจะตายแล้วเนี่ย....แต่อุตส่าห์ทำให้ชั้นกินทั้งที
น่าจะทำของที่ชั้นชอบสิ”
“ใครบอกว่าชั้นทำให้นายกิน
ฉันทำกินเองแต่ทำเผื่อนายตะหาก” คนตัวเล็กพูดเสียงน่ารัก
“โธ่
ใจร้าย~” แล้วก็ทำเสียงกระซิกกระซิก
(เหมือนจาน่ารักเลยว่ะ-555)
“พูดมากจริง
ตกลงจะกินไม่กิน” แขนเรียวเล็กจะเอื้อมไปดึงจานข้าวกลับอีกรอบ
แต่เคตะไวกว่าดึงเอาไว้ได้ก่อน
“กินสิคร๊าบบบบ
กินคร๊าบบบบ” ว่าแล้วก็ลงมือกินทันที
เรียวเฮเห็นก็แอบยิ้มๆ
...ทำเป็นบ่นไปนะ...แต่ก็เห็นกินไม่ยั้งอย่างนี้ทุกที...
ไม่นานข้าวห่อไข่จานใหญ่ก็ลงไปอยู่ในท้องของเจ้าโย่งเรียบร้อย.. “ฮ้า...อร่อยจัง”
...นั่นไง...ทำเป็นบ่น...แต่ก็กินซะเกลี้ยงนี่นา....
“ล้างจานด้วย”
เสียงหวานๆดังขึ้น
แต่ไอ้ที่พูดนี่มันไม่เห็นหวานเหมือนเสียงเลยน้า
“หา!!” เคตะร้องซะดัง
“อะไรว้า”
“อ่าว
นายนี่
มากินข้าวบ้านคนอื่นฟรีๆแล้วยังไม่คิดจะช่วยอีก” คนน่ารักแอบทำเสียงดุ
“อ่า
คร๊าบๆ
ล้างให้ก็ได้คร๊าบบบ”
แล้วก้อเดินทำหน้าเจี๋ยมเจี๊ยมไปล้างจานแต่โดยดี
ส่วนพ่อคนน่ารักน่ะเหรอ
ก็นั่งมองแล้วก็แอบอมยิ้มอยู่คนเดียวน่ะสิ
~~
....เวลาผ่านไป...ฟ้าใสๆเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครึ้ม...แต่ตาโย่งก็ยังนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านของคนน่ารักอยู่
...ก็แม่ของเรียวเฮยังไม่กลับมา
หมอนี่ก็เลยอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้นเอง....
....แต่เวลาก็ยังผ่านไปเรื่อยๆ
แม่ของเรียวเฮยังไม่กลับมาซะที
ท้องฟ้าค่อยๆมืดลงจนกระทั่งมืดสนิท
อากาศเย็นๆค่อยคืบคลานเข้ามา
ก่อนที่หยดน้ำใสๆจะโปรยปรายลงมายามค่ำคืน
“อ๊าววว
ฝนตกซะได้”
ร่างยาวมองออกไปนอกหน้าต่างขณะที่ยังนั่งแกร่วอยู่หน้าทีวีโดยมีคนตัวเล็กนอนเล่นอยู่ข้างๆ
....ทันใดนั้นเอง...
เปรี้ยง!!!!!! เสียงฟ้าร้องดังสนั่นพร้อมกับสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาหนักกว่าเดิม
“อ๊ากกกกก”
คนตัวเล็กกรีดร้องขึ้นทันที
แถมยังไม่รู้สึกตัวเผลอกอดคนร่างสูงที่อยู่ข้างๆซะแน่นเลย
“ฮ่าๆๆๆๆ
แค่ฟ้าร้องเองทำเป็นกลัวไปได้” ....พูดอย่างนี้แต่เมื่อกี้ตอนที่ถูกกอดก็แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ...
ร่างเล็กรู้สึกตัวก็รีบผละออกจากหน้าอกของอีกฝ่าย
ใบหน้าใสมีสีเจือขึ้นมาอีกแล้ว
“ไม่ได้กลัวซะหน่อย..แค่ตกใจเอง”
เถียงข้างๆคูๆเหมือนเดิม
เคตะก็ได้แต่อมยิ้ม
…RRRRR… เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ร่างเล็กแอบสะดุ้งเล็กน้อย
(ไม่ใช่หนังผีนาเว๊ยย)
“อ่าว
แค่โทรศัพท์ก็ตกใจด้วยเหรอ”
เจ้าโย่งเลยได้โอกาสแซวอีก
เรียวเฮหันมาเหล่ก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์
“ครับ
จิบะครับ...แม่เหรอครับ.....งั้นเหรอครับ...ครับ...ไม่ต้องห่วงครับ..หวัดดีครับแม่”
พูดคุยกันเสร็จแล้วก็วางหูไป
“แม่นายเหรอ
ว่าไงมั่งอ่ะ” เคตะถามทันทีที่คนน่ารักวางโทรศัพท์ลง
“แม่บอกว่าติดฝนอยู่
คืนนี้จะค้างที่บ้านญาติ” พูดพลางเดินกลับมาที่เดิม
เปรี้ยง!!!!!
“แว้กกกกกก” คนน่ารักร้องเสียงหลงพร้อมกับกอดร่างสูงข้างๆเข้าซะแน่นอีกรอบ
ส่วนคนที่ถูกกอดเหรอ...ก็ได้แต่แอบยิ้มน่ะสิ....
หึหึ..ไม่ได้กลัวเลยนะ
ไม่ได้กลัว....
แล้วร่างเล็กก็รีบผละตัวเองออกมาอีกรอบ
“ยิ้มอะไรเล่า
บอกว่าไม่ได้กลัว”
แก้มสีชมพูดูจะเข้มหนักขึ้นกว่าเดิม
“ถ้างั้น....ชั้นกลับบ้านตัวเองดีกว่า” พูดพลางยิ้มเจ้าเล่ห์
“หา!! เฮ๊ยย
เดี๋ยวดิ
ฝนตกอยู่นายจะกลับยังไง”
“โธ่
บ้านอยู่แค่เนี๊ยะ
วิ่งไปสองก้าวก็ถึง”
....เออ..มันก็ใช่หรอกนะ...
“แต่ว่า.....”
คนน่ารักก็ได้แต่อ้ำอึ้ง
“ทำไมล่ะ
อยู่คนเดียวไม่ได้เหรอ”
ตาโย่งยิ่งได้ใจ
แกล้งเข้าไปอีก
“ไม่ใช่ซะหน่อย”
รีบเถียงเสียงแหลมเชียว
“งั้นชั้นกลับเลยนะ
บ๊ายบาย”
ว่าแล้วก็ทำท่าจะเดินออกจากบ้านไป
“เฮ๊ยยย
เดี๋ยวดิ
ใจคอจะปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวเรอะ” คนน่ารักรีบคว้าชายเสื้อของร่างยาวไว้
ถึงจะทำเสียงแข็ง
แต่ดวงตากลมโตนั้นกลับส่งสายตาอ้อนวอน
คนร่างยาวแอบยิ้มก่อนจะหันหลังกลับมา
“กลัวก็บอกมาเห๊อะ~”
มาถึงขนาดนี้แล้ว
คนน่ารักก็เถียงต่อไม่ออก.......
“อยู่เป็นเพื่อนก็ได้”
ร่างยาวพูดเสียงอ่อนโยน
มือใหญ่ๆยีหัวของคนตัวเล็กเบาๆ
“แต่ว่า.......”
สายตาเจ้าเล่ห์อีกแล้ว..
“นายห้ามทำอะไรชั้นนะ”
เสียงดัดจริตแบบน่าถีบมาก!!!
“แหวะ!!!” ร่างเล็กรีบผลักคนตรงหน้าออกด้วยความหมั่นไส้
“ใครจะไปทำวะ
ชั้นว่าชั้นควรจะเป็นคนบอกนายมากกว่านะ”
“ฮะๆๆๆๆๆๆ”
ตาโย่งก็หัวเราะใหญ่
(ไปกินกัญชามาป่าววะ)
ก่อนจะเหลือบไปมองนาฬิกาที่ผนัง
...4ทุ่มกว่าแล้วรึเนี่ย...
“เรียวเฮ..งั้นชั้นขออาบน้ำก่อนละกันนะ”
“อืม
เอาดิ
ไปหยิบเสื้อที่ห้องเองละกัน
เดี๋ยวชั้นไปเปิดน้ำให้” ว่าแล้วเคตะก็เดินขึ้นบันไดไปชั้น2
เปิดประตูเข้าไปยังห้องของคนตัวเล็ก
เปิดตู้เสื้อผ้าออกอย่างคุ้นเคย
...ไม่แปลกหรอก
ก็ตั้งแต่เด็กๆแล้ว
เคตะเคยมานอนที่ห้องนี้ตั้งกี่ครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้นในตู้นี่ก็มีเสื้อผ้าของเคตะหลงๆปะปนอยู่ด้วยซ้ำ
แต่ว่าหลังจากขึ้นม.ปลาย
เรียวเฮก็ตั้งใจเรียนมากขึ้น
เคตะก็เลยแทบจะไม่ได้รับอนุญาต(จากแม่)ให้มานอนที่นี่บ่อยๆเหมือนเมื่อก่อนก็เท่านั้นเอง
ร่างยาวหยิบเสื้อ
กางเกง
ผ้าเช็ดตัวออกมาวางลงบนเตียง
...เตรียมตัวจะลงไปอาบน้ำ...
ส่วนคนน่ารัก
พอเคตะเดินขึ้นชั้นบนไปแล้ว
ตัวเองก็เดินไปเปิดน้ำที่ห้องน้ำก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องเช่นกัน…
...แอ้ดดด...
คนตัวเล็กเปิดประตูเข้าไปในห้องของตัวเอง
แต่ว่า....
“เฮ๊ยยยยยยยย” พอคนน่ารักเห็นคนที่อยู่ในห้องแล้วก็รีบปิดประตูลงแทบจะไม่ทัน
ใบหน้าขาวใสแดงขึ้นมาทันที
“ไอ้บ้า
ทำอะไรน่ะ”เสียงแหลมๆตะโกนเข้าไปถึงคนในห้องของตัวเอง
...ก็เคตะน่ะสิ..เห็นว่าไม่มีใครอื่นอยู่ในบ้านด้วย
ก็เลยถอดเสื้อออกแล้วพันผ้าเช็ดตัวที่ท่อนล่างไว้กะว่าเดินเข้าห้องน้ำไปอาบได้เลย
ไม่ยุ่งยากดี
แต่คนตัวเล็กสิตอนนี้หน้าแดงไปถึงหูแล้ว
“โทษทีๆ”
แล้วเคตะก็ยังเปิดประตูห้องเดินออกมาทั้งๆที่นุ่งแต่ผ้าเช็ดตัว
ในมือถือเสื้อผ้าสำหรับใส่นอน
“ขี้เกียจไปถอดในห้องน้ำอ่ะ ว่าแต่...นายจะเขินทำไม
เป็นผู้ชายด้วยกัน”
แอบยิ้มเจ้าเล่ห์อีกแล้ว ..ก็เรียวเฮเล่นเบือนหน้าไปทางอื่น
แถมสีหน้า(สีจริงๆนะ)มันฟ้องว่ากำลังเขินน่ะสิ...
“เออน่า..รีบๆไปอาบเลยไป” คนน่ารักไล่เสียงดัง
ตาโย่งก็เลยแอบยิ้มแล้วก้อเดินลงชั้นล่างไป...ท่าทางมีความสุขซะจริง...
พอเคตะไปแล้ว
เจ้าของห้องก็เลยเปิดประตูกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง...
“โอ๊ยยย
เจ้าบ้านั่น
เล่นถอดเสื้อแล้วก้อกองทิ้งไว้เงี้ยนะ
คิดว่าชั้นเป็นคนใช้รึไงวะ” เสียงเล็กๆบ่นออกมาทันทีเมื่อเห็นเสื้อกับกางเกงยีนส์ที่วางกองสุมๆอยู่กับพื้น
ร่างเล็กเดินเข้าไปหยิบกางเกงมาพาดบนราว
ส่วนเสื้อ...เอาไปซักดีกว่า...
ก็เลยวางทิ้งไว้อย่างนั้นก่อน
แล้วก็เปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อและกางเกงสำหรับตัวเองออกมา
..นั่งรอ
จนเคตะกลับขึ้นมา...
...ไม่นานนัก
ร่างยาวก็เปิดประตูกลับเข้ามา...
“เฮ้
ชั้นอาบเสร็จแล้วนะเรียวเฮ”
บอกเพื่อจะให้คนน่ารักไปอาบต่อ...
แต่ว่า.....เงียบ.......
เคตะเดินเข้าห้องมา
มองคนน่ารักที่เผลอนอนหลับไปขณะที่รอเคตะอยู่
ผิวขาวใส
หน้าหวานๆ
ผมสีน้ำตาลอ่อน...น่ารักอย่างนี้ใช่ม๊า
ทุกคนถึงได้รุมรักนายน่ะ....
ร่างยาวนั่งลงที่ขอบเตียง
มือใหญ่ๆของเคตะเอื้อมไปลูบเส้นผมนุ่มเบาๆ
แต่คนตัวเล็กรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพอดี
เคตะก็เลยรีบชักมือกลับ
“อ่าว...อาบเสร็จแล้วเหรอ”
คนน่ารักลุกขึ้นถาม
ขยี้ตาด้วยอาการสลึมสลือเล็กน้อย
“อื้ม
นายรีบไปอาบเหอะ
ท่างทางเหนื่อยๆนะ”
ร่างยาวยิ้มให้
“อือ”
พูดแค่นั้นแล้วร่างเล็กๆลุกขึ้นจากเตียง
หยิบเสื้อผ้า
พร้อมทั้งเสื้อเชิ้ตของเคตะเดินออกนอกห้องไปด้วยท่าทางงัวเงีย
ส่วนคนในห้องก็แอบยิ้มหน้าบานอยู่น่ะสิ
...รู้ไม๊ว่าผู้ชายทั้งรร.จะอิจฉานายแค่ไหน..ถ้ารู้เรื่องนี้น่ะห๊ะ...นายเคตะ...
2B Continued
Say the word ..Chapter6..
เวลาผ่านไปนานพอสมควร
เรียวเฮเปิดประตูกลับเข้ามาที่ห้อง
เคตะที่เพิ่งจัดการไดร์ผมตัวเองเสร็จหันไปตามเสียงประตูห้อง
ร่างเล็กกับเสื้อยืดตัวใหญ่
เส้นผมที่เปียกน้ำจนดูเป็นสีเข้มกว่าปกติ
หยดน้ำที่เกาะบนแก้มกับต้นคอ
ทั้งที่เป็นภาพคุ้นๆตาที่เคตะเคยเห็นอยู่บ่อยครั้ง
แต่ทำไมเวลานี้กลับรู้สึก..แปลก...หรือพิเศษ...กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา...คงเพราะเขาไม่ได้มาค้างคืนกับเรียวเฮนานแล้วล่ะมั้ง....
เคตะพยายามสลัดความคิดนั้นออกจากหัวก่อนที่จะเผลอแสดงสีหน้าประหลาดออกมาให้คนน่ารักเห็น
“เฮ้
เปียกมาเชียว
เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก
อากาศยิ่งเย็นๆอยู่”
ข้างนอก
สายฝนยังคงกระหน่ำซ้ำอยู่อย่างนั้น
ทั้งๆที่เมื่อเช้าอากาศยังดีอยู่แท้ๆ..
“มานี่
เดี๋ยวเป่าผมให้”
“อื้ม”
คนน่ารักยิ้มให้
ตอบเสียงหวาน
แล้วก็เดินมานั่งลงที่พื้นห้อง
เอนหลังพิงกับขอบเตียงให้ร่างยาวที่นั่งอยู่บนเตียงเป่าผมให้จนเส้นผมเปียกสีเข้ม
กลายเป็นเส้นผมนุ่ม
สีหวานๆเหมือนอย่างเคย...
“เอ้า
เสร็จแล้วครับผม”
“ขอบใจนะ”
คนน่ารักหันกลับมายิ้มหวานให้
เคตะยิ้มตอบก่อนจะเอาไดร์ไปเก็บที่เดิม...
“ฮ๊าวววว~~” แล้วอยู่ๆเจ้าร่างโย่งก็หาวซะกว้าง
“ง่วงแล้วเหรอ
จะนอนเลยไม๊”
เจ้าของห้องถามขณะที่ยังนั่งกอดหมอนใบใหญ่อยู่ที่พื้นข้างเตียง
ร่างเล็กๆ
กับดวงตากลมโตใส
..ดูยังไงก็เหมือนเด็กล่ะน้า...
“อืม..ก็ดีเหมือนกัน
ชักเพลียๆละ”
พูดแล้วก็กระโดดลงบนเตียงใหญ่
นอนลงตรงพื้นที่ข้างหนึ่งของเตียง
ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม
หลับตาลงเตรียมจะหลับเต็มที่ ...สองคนนี้เค้าก็นอนด้วยกันแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ...
เรียวเฮยิ้มกับท่าทีเป็นเด็กไม่เคยเปลี่ยนของเพื่อนร่างสูง
“งั้นปิดไฟละน้า”
..แล้วห้องทั้งห้องก็เข้าสู่ความืดมิด
ร่างเล็กนอนลงบนที่ว่างฝั่งที่เหลือของเตียง
ค่อยๆหลับตาลง...ได้เวลาพักผ่อนซะทีนะ...
แต่ว่า.....
เปรี้ยง!!!!!!
เสียงฟ้าผ่ายังดังให้ได้ยินเป็นระยะๆ
“อ๊ากกกกกกกกก”
คนน่ารักก็ยังร้องเสียงแหลมเหมือนเคย
ใบหน้าขาวใสนั่นแทบจะซุกอยู่กับหน้าอกของคนร่างยาวที่นอนอยู่ข้างๆ
เคตะแอบยิ้มมุมปากทั้งๆที่ยังหลับตา
แขนเรียวค่อยๆยกขึ้นโอบร่างเล็กๆนั้นไว้เบาๆ
...โอ๊ยย..มันจะร้องจะผ่าอะไรนักหนาเนี่ยย..บ้าจริง..ฮือๆๆ...
คนน่ารักหลับตาปี๋อยู่ในใต้ผ้าห่มและอ้อมกอดหลวมๆของเคตะทั้งๆที่ไม่รู้สึกตัว
(ก้อมัวแต่กลัวอยู่)
...อา...อุ่นจังแฮะ....
สบายจัง.... แล้วอ้อมกอด
กับหน้าอกอุ่นๆของเคตะก็ดูเหมือนจะสบายจนทำให้คนน่ารักเผลอหลับลงไปได้ในที่สุด......
.....เช้าวันใหม่มาถึง
แสงอาทิตย์ลอดผ่านม่านสีฟ้าอ่อนๆเข้ามาเป็นสัญญาณบอกถึงฟ้าหลังฝนที่สดใส
ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อยทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่
....อา..อุ่นสบายดีจัง....
หลับตาพริ้มอยู่บนเตียงใหญ่ๆ
ใต้ผ้าห่มหนานุ่ม
กับหน้าอกอุ่นๆของใครบางคน....
...หา!!!!
หน้าอกเหรอ???.....
นึกขึ้นได้ทั้งๆที่ตายังปิดอยู่
แถมยังรู้สึกว่าได้ยินเสียงลมหายใจของใครบางคนดังอยู่ใกล้ๆอีกด้วย
ร่างเล็กค่อยๆปรือตาขึ้น
มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าชัดๆๆ
“เฮ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
อุบส์” เรียวเฮแหกปากซะดัง
แล้วก็รีบเอามือปิดปากของตัวเองทันที
เมื่อเห็นว่าตัวเองอยู่ภายใต้วงแขนเรียวๆของคนร่างยาวที่นอนอยู่ข้างๆ
พอเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นหน้าสวยๆของเคตะอยู่ใกล้จนหน้าแทบจะชิดกันอยู่แล้ว
แล้วยังลมหายใจอุ่นๆที่รินรดกันนั่นอีกล่ะ...
เรียวเฮใจเต้นอย่างรุนแรง
ผิวขาวๆกลายเป็นสีชมพูระเรื่อไปทั้งหน้า
...เฮ๊ยๆๆๆๆ..นี่เรานอนอยู่อย่างนี้ทั้งคืนเหรอเนี่ย....
ร่างเล็กพยายามจะเอาตัวเองออกจากอ้อมกอดนั่น
แต่ก็ไม่กล้าขยับตัวมากเพราะกลัวเคตะจะตื่น...แต่แล้ว...
..ก๊อกๆๆๆ..
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ใครบางคนพยายามจะเปิดประตูเข้ามา
...เฮ๊ยยยย
ใครวะ อย่าเพิ่งเข้ามาน้าเว๊ยยยย.....
“เรียวจังๆ
เป็นอะไรไปลูก
ส่งเสียงซะดังเชียว”
...แม่ของเรียวเฮน่ะเอง....
โชคดีที่เรียวเฮมักจะล็อคประตูห้องนอนจนติดเป็นนิสัย
แม่ก็เลยเปิดประตูเข้ามาไม่ได้
ร่างเล็กพยายามจะเขยิบตัวเองออกจากวงแขนเรียว
แต่ทำไมดูเหมือนมันจะรัดแน่นซะเหลือเกิน
...ว่าแต่...แม่กลับมาแล้วเหรอเนี่ย...
“เอ่อ..ไม่มีไรครับแม่..ผม..ตกเตียงน่ะครับ” เมื่อขยับตัวไม่ได้มาก
จึงจำใจตะโกนบอกออกไปนอกห้องแบบให้สะเทือนถึงคนข้างๆน้อยที่สุด
...ไม่เป็นไรหรอกมั้ง
หมอนี่มันตื่นยากอยู่แล้ว...
“อ่อ
ไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย”
“ครับๆ” ...รอจนแน่ใจว่าผู้เป็นแม่ได้เดินไปแล้ว
แล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
...เฮ้อ...รอดตัวไป...
..เอ๊ยย
ไม่ใช่เวลามาโล่งใจ...แล้วนี่เราจะลุกจากเตียงยังไงล่ะเนี่ย....
ร่างเล็กหันกลับไปที่คนข้างๆ
ใบหน้าของเคตะยามหลับที่ไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว
หน้าสวยๆ
แถมยังอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่เซนต์แบบนี้...ทำเอาคนน่ารักใจเต้นไม่เป็นส่ำ...
...เฮ๊ย..แล้วทำไมชั้นต้องใจเต้นด้วยวะ...
แต่ว่ายิ่งคิดก็ดูเหมือนว่าหัวใจมันจะเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
จนกลัวว่าคนข้างๆจะรู้สึกได้รึป่าว...
ตาสวยๆ
ขนตายาว
จมูกสัน
ริมฝีปากเรียวบาง
ทุกอย่างราวกับกำลังดึงดูดให้ดวงตากลมโตจ้องมองอยู่อย่างนั้น...
ใบหน้าขาวใสค่อยๆเคลื่อนเข้าหาไปใกล้อย่างลืมตัว...
“จ้องได้
แต่ห้ามลักหลับนะ” ริมฝีปากเรียวขยับพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
ทั้งๆที่ดวงตาคู่สวยยังปิดสนิท
....เฮ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย...
เรียวเฮรีบสปริงตัวขึ้นมาอย่างเร็ว
ใบหน้าหวานๆกลายเป็นสีแดงก่ำ
ผิวใสๆร้อนขึ้นมาทันที
“ตะ...ตื่นอยู่...เหรอเนี่ยยย....” เสียงเล็กๆสั่นอย่างเห็นได้ชัด
ร่างยาวลืมตาขึ้นมองคนน่ารักที่แดงไปแทบจะทั้งตัว
ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเคย
“อืม
ก็ตื่นแล้ว”
....ตื่นแล้ว....ตื่นนานยัง...
ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่
ตอนไหน ยังไง...
อยากจะถามแต่ไม่กล้า
เพราะกลัวคำตอบ
...จริงๆแล้วตาโย่งนี่ตื่นตั้งแต่ตอนที่เจ้าคนตัวเล็กร้องเสียงดังแล้วล่ะ
แต่ว่าทำเป็นแกล้งหลับอยู่อย่างนั้น
ที่เรียวเฮขยับตัวออกจากวงแขนเรียวไม่ได้
ก็เพราะเขาตั้งใจกอดให้แน่นขึ้นน่ะซี้~ ...
ร่างยาวขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบกางเกงของตัวเองที่วางพาดไว้
“เสื้อชั้นล่ะ???”
“เอา..เอาไปซัก”
ร่างเล็กตอบทั้งๆที่หน้ายังแดงอยู่
“อ้อ”
อีกฝ่ายตอบแบบไม่ใส่ใจอะไร
“งั้นชั้นยืมเสื้อนายนะ”
ว่าแล้วก้อเปิดตู้หยิบเสื้อยืดตัวใหญ่ออกมา... “ชั้นไปอาบน้ำก่อนนะ”
แล้วก็เปิดประตูเดินออกไปโดยไม่ใส่ใจจะให้เจ้าของบ้านอาบก่อนเลยซักนิด..
“เฮ๊ยยย
เดี๋ยวก่อน”
เรียวเฮเรียกเสียงแหลม
แต่ตาโย่งปิดประตูเสร็จ
ขายาวๆก็พาเดินลงชั้นล่างไปเรียบร้อยแล้ว
....แม่..อยู่ข้างล่างอ่า....
ใช่ว่าเคตะจะไม่รู้ว่าแม่ของเรียวเฮกลับมาแล้ว
แต่จะให้ทำไง
ก้อคนมันต้องอาบน้ำอยู่ดีนี่หว่า
อีกอย่างเคตะเองก้อสนิทสนมกับแม่ของเรียวเฮดีอยู่แล้ว
จะต้องไปกังวลอะไรอีกล่ะ
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณป้า”
เคตะทักเมื่อเห็นแม่ของเรียวเฮกำลังจัดเก็บข้าวของอยู่ที่โต๊ะกินข้าว
ร่างเล็กที่อยู่ชั้นบนได้ยินเสียงคุยกันแว่วๆก็เลยเปิดประตูห้องออกมายืนแอบฟังที่บันได
“อ้าว
เคจัง...
มาค้างเป็นเพื่อนเรียวจังเหรอ”
“ครับ” ตาโย่งยิ้มกว้างให้
“แหม
ขอบใจนะ
เคจังนี่พึ่งได้เสมอเลยนะ”
ผู้เป็นแม่กล่าวขอบคุณแทนลูกชายน่ารักของตัวเอง
แต่ผู้เป็นลูกชายนี่สิ
ได้ยินอย่างนั้นก็แอบทำหน้ายู่
...หา??? ไอ้หมอนี่เนี่ยนะ???
พึ่งได้ตรงไหนวะ???...
“ไม่เป็นไรหรอกครับ
ยังไงผมก็ต้องคอยดูแลเรียวจังของคุณป้าให้ดีที่สุดอยู่แล้ว”
ตาโย่งตอบยิ้มๆ
....ห๊ะ??
ไอ้ตอแหล!!เมื่อวานนายยังจะทิ้งให้ชั้นอยู่คนเดียวแท้ๆ...
....คิดแบบนั้น
แล้วไอ้รอยยิ้มหวานหยดบนหน้านี่มันอะไรกันจ๊ะ...
“งั้นผมขออาบน้ำหน่อยนะครับ”
เคตะขออนุญาตเจ้าของบ้านอีกทีตามมารยาท
“จ้า
ตามสบายเถอะจ๊ะ”
ว่าแล้วตาโย่งก็เดินเข้าห้องน้ำไป
สบายใจเฉิบ
ส่วนคนตัวเล็กข้างบน
พอเห็นอย่างนั้นก้อเดินกลับเข้าไปหยิบเสื้อผ้าที่ห้องก่อนจะเดินลงมาชั้นล่างมั่ง
“ว่าไงลูก”
ผู้เป็นแม่ทักเมื่อเห็นลูกชายสุดที่รักเดินลงมา
“แม่กลับมาเมื่อไหร่ครับเนี่ย”
...ทำไมมาถึงซะเช้าขนาดนี้...
“ก็แม่เป็นห่วงลูกน่ะสิ
ถึงได้รีบนั่งรถไฟเที่ยวแรกกลับมาแต่เช้า”
“โธ่แม่
ผมไม่ใช่เด็กๆนะครับ
อยู่คนเดียวแค่นี้เอง” เสียงหวานๆแอบบ่นเล็กน้อย
“จ้าๆ
ไว้คราวหลังถ้าแม่ไม่อยู่บ้าน
แม่จะฝากให้เคจังดูแลลูกละกันนะ”
พูดยิ้มๆ
“อ่าวเฮ๊ย
แล้วมันเกี่ยวอะไรกะหมอนั่นล่ะแม่”
ลูกชายเริ่มเสียงแข็งเล็กน้อย
พยายามเก็บอาการเขิน
...แล้วทำไมเราต้องเขินด้วยเนี่ย??...
“แล้วลูกคิดว่าแม่จะเชื่อใจใครที่ไหนได้ดีกว่าเคจังอีกล่ะ” ผู้เป็นแม่เริ่มเถียงกลับบ้าง
“ง่ะ......” ...พอดีกว่า
ยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่...
คนน่ารักก็เลยเลิกพูดอะไรต่อ...
“เออใช่
..
แม่ซื้อนี่มาให้ลูกด้วย”
ยื่นซองกระดาษสีขาวเล็กๆให้
เรียวเฮรับมาเปิดดูข้างใน
“เครื่องรางนี่ครับ”
...ซองเครื่องรางสีชมพูหวานน่ารัก
ปักลายซากุระ....
“เครื่องรางความรักด้วยนะลูก”
คุณแม่พูดด้วยท่าทางภูมิใจ
“พอดีแวะไปศาลเจ้าแถวนั้น
ก็เลยซื้อให้ลูกน่ะ”
คุยๆกันอยู่ตาโย่งก็เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
..ยังไวไม่ตกเหมือนเคย...
“นี่เคจัง” แม่ของเรียวเฮเรียก
เมื่อเห็นร่างสูงเดินผ่าน
“ป้าซื้อเครื่องรางมาฝากเคจังด้วยนะ”
เคตะเดินเข้ามาที่ๆแม่ลูกยืนอยู่ด้วยกัน
ยื่นมือไปรับซองสีขาวมาเช่นกัน
“ขอบคุณมากครับ”
ก่อนจะเปิดซองออกมาดู ....เครื่องรางแบบเดียวกับที่เรียวเฮเพิ่งได้
ต่างกันตรงที่เป็นซองสีฟ้า...
“เครื่องรางความรักเหรอครับเนี่ย
ขอบคุณมากนะครับ”
ร่างยาวยิ้มดีใจพร้อมกล่าวขอบคุณอีกครั้งเมื่อเห็นของ
“โห
แม่
ซื้อให้หมอนี่
อันเดียวไม่พอหรอกครับ
ผมว่าเหมาโหลมายังจะช่วยอะไรไม่ได้เลย” คนน่ารักได้ทีกัดมั่งล่ะ
“หนอย
ว่าไงนะ
แล้วทีตัวเองล่ะ?”
ร่างยาวเถียงกลับ
“ชั้นน่ะเหรอ
ก็เห็นๆอยู่ว่ามีคนมาจีบเยอะแยะ”
...ที่จริงก็ไม่ได้ดีใจกับการที่ถูกรุมจีบนักหรอกนะ
แต่มันก็เอามาเกทับหมอนี่ได้ละกัน...
“ฮ่าๆๆๆ
มีคนรุมจีบเยอะแยะ
แต่ไม่เห็นมีแฟนกะเค้าซักที
อย่างนี้มันก็ไม่ต่างกันนักหรอกน่า” คิดเหรอว่าเคตะจะยอมให้พูดอยู่ฝ่ายเดียวน่ะ
“อ๊าววว
ก็ยังดีกว่าไม่มีใครเลยอย่างนายละกัน”
“หนอย
พูดมากจริงนะ”
“แล้วจะทำไมล่ะ”
แม่ของเรียวเฮยืนมองลูกๆแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม
เรื่องแค่นี้
เถียงกันซะหน้าดำหน้าแดง
ทะเลาะกันได้ทุกวันไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆน้า
...เครื่องรางมันไม่ขลังพอ
หรือว่ามันขลังสุดๆไปเลยกันแน่จ๊ะเรียวเฮ...
2B Continued
Say the word ..Chapter7..
.....ออดดดดดดดดดดดด....
สัญญาณบอกเวลาพักเที่ยงที่ทุกคนรอคอย
เสียงเด็กนร.วิ่งออกจากห้องเพื่อมุ่งตรงไปยังโรงอาหารขนาดใหญ่
และบริเวณอื่นๆดังขึ้นทำลายความเงียบสงบของชม.เรียนที่เพิ่งจะหมดลงในทันที
“เฮ๊ย
เคตะ เรียวเฮ
ไปกินข้าวกัน” เสียงนายฮิโรกินี่เอง
(เหมือนไม่ได้ยินมาซะหลายวัน
^^”)
“ไปดิ”
คนน่ารักยิ้มตอบ
“เฮ๊ย
เคตะ ตื่นๆ”
หันไปปลุกเพื่อนที่นอนหลับน้ำลายยืดอยู่ทั้งชม. (ฮ่าๆๆๆ
เคตะน้ำลายยืด
สะใจคนแต่งจัง)
“อ่าว..หมดชม.แล้วเหรอ”
ร่างยาวเงยหน้าขึ้นมา
หน้าตางัวเงียสุดริด แถมยังทำท่าอยากจะนอนต่อ
“เออสิ
ไปเร็ว
เดี๋ยวคนเยอะ”
เสียงเล็กๆเชิงตำหนิที่ตาโย่งนี่เอาแต่นอนได้ตลอดทั้งวันเลยสิน่า
แต่ถึงกระนั้นเคตะก้อยังทำตาปรือไม่คิดจะลุกง่ายๆ
“เออ..ไม่ไปก้ออย่าไป
เราไปกันเหอะฮิโรกิ” ลากแขนนายฮิโรกิ
แล้วหันหลังเดินออกมา
แค่น้านแหละ
ตาโย่งก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที
“อ๊าววว
อย่าทิ้งชั้นไว้คนเดียวสิ
ใจร้ายจัง”
คนน่ารักแอบยิ้มมุมปาก
...หึ..ก้อแค่เนี๊ยะ....
เดินตรงมาที่ประตูห้อง
แต่แล้วก็เจอใครบางคนยืนขวางอยู่ที่นั่น
ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า
...ฮิโรกิและเคตะเองก็มองตามเช่นกัน...
..........ริวอิจิคุง.........
“เอ่อ...ผมขอคุยด้วยนิดนึงได้ไม๊ครับ”
ชายหนุ่มพูดด้วยวาจาสุภาพ
พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่เจือบนใบหน้าเช่นเคย
“เอ่อ.....”
ร่างเล็กพูดอะไรไม่ออก
หันกลับไปมองหน้าเพื่อนร่างสูงในห้องที่กำลังมองมาทางพวกเขา
“แค่ไม่นานหรอกครับ” ริวอิจิพูดต่อ
คำสุภาพ
กับสีหน้า
และรอยยิ้มของริวอิจิ
ทำให้เรียวเฮไม่กล้าปฏิเสธ
“อืม..ก็ได้”
ร่างเล็กตอบอย่าเสียไม่ได้
ก่อนจะหันกลับมาที่เพื่อนอีกสองคนที่ยืนมองอยู่ตลอด
“พวกนายไปก่อนละกัน
เดี๋ยวชั้นตามไป”
สายตาที่มองเพื่อนร่างสูงแลดูเศร้าเล็กน้อย
ราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
เคตะเองก็เช่นกัน...
ร่างเล็กหันหลังกลับ
เดินลงตึกไปพร้อมกับประธานนร.สุดหล่อ
โดยมีเคตะ
และฮิโรกิมองตาม..
“เฮ๊ย
จะดีเหรอวะ”
ฮิโรกิหันมาถามเพื่อน
เพราะรู้ดีว่าตอนนี้เคตะคิดอะไร
....เงียบ.....
ร่างยาวยืนนิ่ง
มองหลังคนน่ารักที่กำลังเดินไป
ก่อนจะพูดกับฮิโรกิ
“วันนี้นายไปกินข้าวกับคนอื่นละกันนะ
ฮิโรกิ”
พูดเสร็จก็เดินออกมาทันที
“เฮ๊ยย
เดี๋ยวเค..”
ฮิโรกิเรียก
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจฟังซะแล้วปล่อยเพื่อนให้ยืนหง่าวอยู่คนเดียว
“เฮ้อ..
ช่วยไม่ได้แฮะ”
ยิ้มบางๆ “โชคดีละกันนะเว๊ย
ไอ้เคะ”
ก่อนจะหันหลังลงบันไดอีกฝากเพื่อจะมุ่งไปยังโรงอาหาร
“อ่าวว
เฮ๊ยย ชินยะ
วันนี้ขอไปกินข้าวด้วยคนเด่ะ”
แล้วก็จับเหยื่อไปนั่งกินข้าวด้วยกันได้ระหว่างทางนั้นเอง.....
....ที่ข้างโรงยิม
ดูจะเป็นสถานที่เดียวในโรงเรียนที่เงียบสงบในเวลาพักเที่ยงแบบนี้
ประธานนร.สุดหล่อเดินเข้ามา
โดยมีร่างเล็กเดินตามหลังมาช้าๆ...
...ริวอิจิหยุดเดิน
เมื่อมาถึงหน้าม้านั่ง...ที่ที่เขาเคยขอคบกับคนน่ารักคนนี้... แล้วก็ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น...
คนน่ารักชักใจไม่ค่อยดีเอาซะเลย
บรรยากาศชวนให้รู้สึกอึดอัดซะเหลือเกิน
จนตัวเองต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดอะไรขึ้นมาก่อน
... “เอ่....อ....
ขอโทษเรื่องเมื่อวันก่อนด้วยนะ”
ริวอิจิหันหลังกลับมา
ยกริ้วเรียวสวยขึ้นวางบนริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่าย
ทำเอาคนน่ารักใจเต้นขึ้นมาเมื่อใบหน้าหล่อๆของริวอิจิเข้ามาใกล้
ที่สำคัญใครบางคนที่ตามมาแอบดูอยู่ที่มุมตึกแทบจะเต้นเร่าๆเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
...จะใครซะที่ไหน
ถ้าไม่ใช่ตาโย่ง
เคตะ...
“อย่าพูดอะไรเลยครับ
ผมเข้าใจดี ที่ผมเรียกเรียวเฮมาก็แค่อยากปรับความเข้าใจอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
หนุ่มหล่อผู้ดียังคงรักษารอยยิ้มสดใส
กับความสุภาพไว้อย่างเคย
“ผมไม่อยากให้เรียวเฮลำบากใจน่ะครับ”
“ขอโทษนะ” ถึงแม้จะเห็นรอยยิ้มบนใบหน้า
แต่แววตาเศร้าจากดวงตาคู่สวยของริวอิจิก็ทำให้เรียวเฮพอเข้าใจความหมายของริวอิจิ
แล้วก็พูดอะไรไม่ออก
ได้แต่ก้มหัวขอโทษ
“ขอโทษทำไมล่ะครับ
เรียวเฮไม่ผิดซักหน่อย” น้ำเสียงอ่อนโยน
จับไหล่ของคนร่างเล็กเบาๆเพื่อให้เงยหน้าขึ้น
“ได้อยู่กับเรียวเฮแค่วันเดียว
ผมก็รู้แล้วครับล่ะว่าคนที่คุณต้องการไม่ใช่ผม”
“ไม่ใช่...”
คนน่ารักคิดจะปฏิเสธ
แต่ริวอิจิรีบแทรกขึ้นก่อน
“ผมดีใจนะครับที่คุณไม่ได้ปฏิเสธผมตั้งแต่ทีแรกเหมือนอย่างที่คุณเคยทำกับคนอื่น”
ริวอิจิมองคนร่างเล็กที่กำลังแสดงสีหน้ารู้สึกผิด
“ผมไม่ได้ว่าคุณใจร้ายหรอกนะ
เพราะตอนนี้ผมคิดว่าคุณทำถูกแล้วล่ะ” ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“อย่าหลอกตัวเองเลยครับ
ผมอยากเห็นเรียวเฮมีความสุข”
...เห็นแบบนั้นเรียวเฮพูดอะไรต่อไม่ออก...แต่ได้ทำหน้าเศร้า....รู้สึกผิด
และสงสารริวอิจิจับใจ
ที่ผ่านมาเรียวเฮไม่เคยตอบรับผู้ชายคนไหนเลยซักครั้ง
เพราะส่วนใหญ่คนที่มาบอกว่าชอบ
บอกว่ารักเค้า
ก็มีแต่คนที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนทั้งนั้น
เค้าไม่คิดหรอกว่าคำบอกรักจากคนที่ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อนจะเชื่อถือได้
...แต่ที่สำคัญกว่านั้น...มันก้อเป็นอย่างที่ริวอิจิพูด...คนเหล่านี้ไม่ใช่คนที่เค้าต้องการ...
“ผมเชื่อนะว่าคนๆนั้นก็รอคุณอยู่”
ประธานนร.ผู้สุขุมแอบยิ้มมุมปาก
“แต่ว่าเอาแต่แอบฟังอยู่อย่างนี้มันคงไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกนะครับ”
จงใจพูดเสียงดังให้คนที่มุมตึกได้ยิน ก็ริวอิจิเค้าหันหน้าออกไปทางนั้นแล้วก็เห็นอยู่ตลอดว่ามีใครแอบซุ่มดูอยู่น่ะสิ
เคตะสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อรู้ว่าริวอิจิพูดถึงตัวเองแถมยัง......โครมมม!!!!....ตกใจจนซุ่มซ่ามไปเตะโดนกรวยสำหรับใช้ในโรงยิมที่วางอยู่ตรงนั้นด้วย
ร่างเล็กหันหลังไปตามที่มาของเสียงดัง
กรวยสีส้มล้มระเนระนาด
พร้อมกับร่างสูงยาวคุ้นๆตา
....เฮ๊ยยย
ไอ้บ้านี่มัน!!!.... เรียวเฮวิ่งไปหาเคตะที่ล้มไม่เป็นท่าอยู่ตรงนั้นทันที
เงาของร่างเล็กๆตรงหน้าเคตะทำให้เขาต้องมองขึ้นไป
แล้วก็รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านลงมา...
...ซวยแล้วกรู....
ตายแน่งานนี้.....
“นาย...แอบ...ดู...อยู่...งั้น...เหรอ.........” กัดฟันพูดเสียงเบาไม่ให้ริวอิจิได้ยิน
พร้อมด้วยรอยยิ้ม...เหี้ยม...บนใบหน้า..
“อ่า..เอ่อ...คืออออ…..” ใบ้แดกสิคะ...ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ
“เอ่อ
ทาจิบานะคุงใช่มั้ย” แล้วริวอิจิก็เดินเข้ามาช่วยชีวิตเมื่อเห็นว่าตาโย่งกำลังลำบาก
“อ่ะ..ใช่ครับ” ร่างยาวๆค่อยๆลุกขึ้นยืน
พอเห็นท่าทางผู้ดี๊ผู้ดีของประธานนร.แล้วแม้แต่เคตะยังเผลอพูดจาสุภาพไปด้วย
ริวอิจิยิ้มให้ทีนึงก่อนจะพูดต่อ
“ดูแลเรียวเฮดีๆนะครับ
ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครทำได้ดีไปกว่าคุณแล้วล่ะ”
แขนเรียวยาวข้างนึงยกขึ้นกอดไหล่ของร่างเล็กไว้ก่อนเคตะจะพูดตอบ
“ของมันแน่อยู่แล้ว
ไม่ต้องห่วงหรอกครับ” ยิ้มตอบ
สีหน้า
แววตาบ่งบอกถึงความจริงจัง
“ดีครับ เพราะถ้าคราวหน้าเรียวเฮเปลี่ยนใจเมื่อไหร่
ผมคงต้องเอาจริงแล้วล่ะ”
รอยยิ้มที่มุมปาก
กับสายตามุ่งมั่นที่รับกับใบหน้าหล่อเข้ม
บอกให้เคตะรู้ว่าถ้าคิดจะแข่งกับริวอิจิคนนี้จริงๆล่ะก็..มันไม่ง่ายหรอกนะ..
ส่วนเรียวเฮที่ไม่ทันได้พูดอะไร
เอาแต่ฟังสองหนุ่มคุยกันเองก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย
...คุยอะไรกันวะเนี่ย
ไม่เห็นฟังเสียงเจ้าตัวบ้างเลย...
ริวอิจิหันกลับมาที่คนตัวเล็กที่ยังถูกแขนเรียวบางกอดไว้แน่น
ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน“เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะครับ”
“อื้ม”
ร่างเล็กยิ้มบางๆตอบ
ริวอิจิมองหน้าคนร่างสูงอีกครั้ง
“โชคดีนะ”
ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น....
“เฮ้อ..ไปซะละ”
ร่างเล็กพูดขึ้นเบาๆหลังจากมองริวอิจิเดินออกไปได้ซักพัก
“ทำไม
เสียดายรึไง” ร่างยาวพูดเสียงยียวน
ปล่อยแขนที่โอบร่างเล็กอยู่ลง
...หึ..กวนประสาทอีกละ..
“อืมม..มันก็น่าเสียดายอยู่”
พูดเสร็จก็หันกลับมาที่ตาโย่งนี่
“ว่าแต่นี่! ที่คุยกับเค้าเมื่อกี้มันอะไรกัน
ชั้นกับนายไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย
ทำไมต้องถูกยกให้นายดูแลด้วย
แล้วที่ยังแอบฟังเมื่อกี้นี้...อุบส์” แล้วเสียงแหลมๆถูกริมฝีปากเรียวสวยที่ก้มลงประกบดูดกลืนหายลงไปในลำคอ
เคตะจูบริมฝีปากนุ่มๆนั่น ชิมรสหวานจากมันเป็นครั้งแรก
..ช้าๆ..และอ่อนโยน... ก่อนจะค่อยๆถอนริมฝีปากขึ้น
ร่างเล็กปรือตาขึ้นช้าๆ
ใบหน้าขาวใสกลายเป็นสีแดงระเรื่อไปทั่ว
เสียงลมหายใจดังพอที่จะให้คนตรงหน้าได้ยินอย่างชัดเจน
ก่อนที่จะพยายามตั้งสติเพราะยังไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้เป็นซะตั้งแต่ตอนนี้ละกัน” รอยยิ้มจากทั้งดวงตาและริมฝีปากสะท้อนลงไปในดวงตาใสคู่นั้น
แก้มใสดูเหมือนจะร้อนไม่ต่างจากสภาพอากาศเวลาพักเที่ยงแบบนี้เลย
“จะบ้าเหรอ” แขนเล็กๆจะผลักคนตรงหน้าออกด้วยความเขิน
แต่เคตะกลับใช้จังหวะนั้นเองดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่น
“นายก็รู้..ว่าชั้นไม่เคยมองใครที่ไหนนอกจากนาย”
คำพูดของเคตะยิ่งทำให้คนน่ารักรู้สึกร้อนบนใบหน้ามากขึ้น
“แล้วชั้นก็รู้ว่านายคิดเหมือนกัน”
แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถห้ามรอยยิ้มบนใบหน้าหวานๆนั่นได้
เคตะค่อยๆคลายอ้อมกอดช้าๆ
ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองตาสวยๆของคนตรงหน้า
“ใครบอกว่าชั้นคิดเหมือนนาย
ชั้นไม่เคยพูดอะไรซักหน่อย”
เสียงเล็กๆหวานๆ
แต่ยียวนไม่เบา
“อ้อ..
งั้นจะไม่พูดใช่ม๊ะ”
ร่างยาวยิ้มมุมปาก
“ไม่”
กลอกตาใสมองไปทางอื่น
“ไม่พูดงั้นเรอะ....ถ้างั้น...ชั้นจะจูบอีกนะ”
พูดเสร็จก็ไม่รีรอโน้มใบหน้าของตัวเองลงมาทันที
คนน่ารักรีบหลบด้วยความไวสูง
เบี่ยงหน้าไปทางนั้นทีทางนี้ที
แต่เคตะใช่ว่าจะแรงน้อยๆ
เรียวเฮเองก็ยิ่งเขินมากขึ้นจนทนไม่ไหว
“รู้แล้วๆๆๆ
พูดก็ได้” เสียงแหลมๆตะโกนขึ้นเพื่อหยุดการกระทำของอีกฝ่าย
ได้ยินอย่างนั้นตาโย่งก็ยิ้มกริ่ม
ยอมปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระโดยดี
คนน่ารักหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด
...น่ารักจนอยากจะดึงเข้ามากอดแน่นๆ...
“ว่าไงล่ะ”
ร่างยาวพูด
เมื่อเรียวเฮยังปิดปากสนิท
“หลับตาก่อนสิ”
“อะไรว้า?
ต้องหลับตาด้วย”
แอบโวยวาย
“ไม่งั้นก้อตามใจ”
แล้วก็ทำท่าจะหันหลังเดินหนีไป
ตาโย่งก็เลยต้องรีบรั้งไว้ก่อน
“อ่าว
เฮ๊ยย
เดี๋ยวดิๆ
หลับตาก้อได้วะ”
พูดเสร็จก็ยอมหลับตาลง
ร่างเล็กเห็นก็แอบยิ้ม
..............
..............
......................
....อ่ะ
หลับอยู่นานแล้วนะ...ไม่เห็นมีอะไรเลย...
“เคตะ”
เสียงแหลมๆดังขึ้น
“เค~ตะ~” ...แต่เหมือนมันจะดังมาจากที่ไกลๆนะ
ร่างยาวเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าโดนคนน่ารักหลอกเข้าซะแล้ว
รีบลืมตาขึ้นหันหลังกลับมาทางต้นเสียง “อ่าว
ขี้โกงนี่นา”
“อย่าหวังเลยว่าชั้นจะพูดน่ะ..แบร่..” คนน่ารักตะโกนต่อ
แลบลิ้นให้
ก่อนจะวิ่งหนีไป
“ฮะๆๆๆๆ”
“คิดเหรอว่าจะหนีพ้น” ขายาวๆวิ่งตามออกไป
เสียงหัวเราะของคนสองคนปะปนกับเสียงดังของนร.ในบริเวณสนามโรงเรียน
....ไม่พูดงั้นเหรอ...ซักวันชั้นจะต้องทำให้นายยอมพูดให้ได้เลย
คอยดูสิ....
....เช้าวันถัดมา....
“เคตะ
ตื่นเดี๋ยวนี้นะ”
เสียงแหลมเล็กดังรบกวนโสตประสาททุกเช้าอย่างเคย
แต่คนได้ยินกลับไม่สนใจเลยซักนิด
“จาตื่นไม๊ห๊า”
คนน่ารักตะโกนเสียงดัง
แต่ก็ไม่เป็นผล
ร่างเล็กย้ายตัวเองมาตรงหน้าของคนที่ยังหลับสบาย
แถมยังกรนเสียงดังอยู่บนเตียง
...สบายจริงนะ...
“ถ้าไม่ตื่น
ชั้นจะจูบนะ”
...มุขนี้ยังไงก็ต้องได้ผล...
คนน่ารักไม่พูดเปล่าแถมยังหลับตา
ก้มหน้าลงไปใกล้อีก
...แต่ว่า....
....ไม่ได้ผลแฮะ....
คนบนเตียงหาได้ขยับไม่
ร่างเล็กลืมตาขึ้นอย่างงงๆ
..ทำไมไม่ตื่นวะ..
กำลังจะค่อยๆลุกขึ้นยืนท่าเหมือนเดิม
แต่แล้วข้อมือเล็กๆก็ถูกคนบนเตียงดึงเข้าใกล้
ก่อนที่ริมฝีปากสีชมพูหวานจะถูกประกบด้วยปากสวยๆของคนบนเตียง
เคตะค่อยๆลิ้มรสหวาน
ช้าๆ แต่แค่นั้นก็ทำเอาคนน่ารักแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว
“จะปลุกทั้งทีต้องให้มันได้แบบนี้” ยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อถอนริมฝีปากออกก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้า
ส่วนคนตัวเล็กน่ะหน้าแดงไปหมดแล้ว
ร่างเล็กๆค่อยๆทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง
ปลายนิ้วเรียวสัมผัสริมฝีปากตัวเอง
“ชั้นนึกว่านายจะเกลียดจูบชั้นอีก” ...ก็เมื่อก่อนพอบอกจะจูบแล้วก็ยอมตื่นนี่นา...แล้วเมื่อกี้มันอะไร...
ร่างยาวหันกลับมา
ยิ้มเล็กๆ “อืมม..เกลียดรึป่าวน้า
อย่างงี้ต้องขอลองพิสูจน์อีกหลายๆที”
ว่าแล้วก็ย้อนกลับเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่นั่งอยู่ที่เตียงอีกครั้ง
“เฮ๊ยย
จะบ้าเหรอ
อย่านะเว๊ย” รีบคว้าหมอนมาตีป้องกันตัวเอง
ทำเอาเคตะแทบจุก
“โอ๊ยย
เจ็บนะ”
“สมน้ำหน้า”
รีบลุกขึ้นจากเตียง
“มัวแต่เล่นอยู่ได้
เดี๋ยวก้อไปรร.สายหรอก” พูดทั้งหน้าแดงๆ
ก่อนจะรีบเปิดประตูเดินออกจากห้องไป
เจ้าของห้องก้อได้แต่มองตามแล้วก็แอบยิ้ม...ดูมีความสุขจริงนะ...
...ว่าแต่เรียวเฮ..ถ้าไม่อยากโดนแบบนี้ทุกเช้าคงต้องรีบหาวิธีปลุกเคตะวิธีใหม่แล้วล่ะ...
The End
