2005/Sep/16

(I’m just waiting 4U to) Say da word

Say the word ..Chapter1..

 

....ทางเดินหน้าห้องในตึกเรียนที่เงียบสงบ... แดดยามบ่ายของฤดูใบไม้ผลิ สายลมอ่อนๆพัดกลีบซากุระที่ร่วงหล่นใกล้จะหมดต้น และกำลังผลิใบสีเขียวสดขึ้นมาแทนที่....

....ความสงบ ร่มรื่น สวยงามของธรรมชาติที่กำลังจะหมดลงภายในเวลาไม่กี่วินาที....

....ออออดดดดดดดดดดดดด.... สัญญาณบอกเวลาเลิกเรียนนั้นเองที่ทำลายบรรยากาศสวยงามลงหมดสิ้น

เย้~~~~เลิกเรียนแล้วโว๊ยยย

อย่าลืมทำการบ้านมาด้วยล่ะ!!!”

กลับก่อนนะคร๊าบบบบบบ~~~~”

นี่!!! พวกเธอให้มันเบาๆหน่อยเป็นบ้างไม๊เนี่ย!!!!”

สภาพปกติของห้องเรียนแทบทุกห้องในรร.ม.ปลายชายล้วนแห่งหนึ่ง เสียงอาจารย์บ่นสลับกับเสียงจอจอของนร.หนุ่มทั้งหลาย อาจารย์พูดไปเถอะ..ยังกะจะมีใครสนใจฟังงั้นแหละ...

 

 

เฮ๊ยยยยยย หยุดเดี๋ยวนี้นะเคตะ จะหนีไปไหน วันนี้เวรนายนะเว๊ย เสียงใสแหกปากขึ้นจนฟังดูเหมือนเสียงแสบแก้วหูมากกว่า เมื่อเห็นชายร่างสูงโย่งคนหนึ่งกำลังย่องออกจากห้องเรียน ...ปี2ห้อง4...ห้องเรียนธรรมดาๆห้องนึงที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าห้องอื่น นอกเสียจากว่าห้องนี้มีนร.คนดังของโรงเรียนอยู่คนนึงก็เท่านั้นเอง...

...ซวยเลย โดนแม่จับได้อีกแล้ว... เจ้าของชื่อหันมายิ้มแหยๆ ให้คนตัวเล็กๆน่ารักที่ส่งเสียงดังเมื่อครู่ ง่า....ไม่ได้จะหนีน้า แค่จะไปห้องน้ำแป๊บเดียวเอง

อ๋อเหรอ... ยิ้มหวานซะ  งั้นก้อไปได้

ร่างยาวยิ้มดีใจ...ทำไมหลอกง่ายจังวะ... กำลังจะหันหลังวิ่งต่อ...

เดี๋ยว เสียงสูงๆเรียกให้ต้องชะงักอีก

...อะไรอีกวะ...น่ากลัวชิบหาย...

กระเป๋าน่ะ จะเอาไปทำไม เสียงดุไม่ได้เข้ากับหน้าหวานๆเอาซะเล๊ยย กลัวหายรึไง เดี่ยวเฝ้าให้ก้อได้

ร่างยาวที่หันหลังให้เป็นไหล่ตก คอพับ ...เฮ้อ..ซวยจริง..จะรีบกลับไปดูแข่งบอลถ่ายทอดสดซะหน่อย... แล้วก็หันกลับ เดินเข้ามาในห้อง วางกระเป๋าลงกับโต๊ะ

อ่าว ไม่แล้วเหรอ ยิ้มมุมปากเล็กๆ ถามทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

เออ หายปวดแล้ว ...เซ็งเลยวุ้ย... แล้วก็เดินไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ตู้หลังห้อง....

 

....เวลาผ่านไปชม.กว่าๆ...เด็กหนุ่มหลายคนที่กำลังทำความสะอาดห้องไป แหกปากร้องเพลงไป และคละเคล้าด้วยเสียงหัวเราะ ...ก็มัวแต่เล่นไปด้วยทำไปด้วย ก็เลยไม่เสร็จกันซักที...

..ตึง..ตึง...เสียงเท้ากระแทกพื้นดังมาจากหน้าห้อง คนตัวเล็กๆยืนลบกระดานแต่เอื้อมไปลบที่สูงๆไม่ถึง เลยได้แต่กระโดดเหยงๆเป็นจังหวะ

เพื่อนร่างสูงมอง ยกมือขึ้นเกาหัวแรกๆ ใครใช้ให้เจ้าเปี๊ยกนั่นไปลบกระดานล่ะเนี่ย พูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย ยัดไม้ถูพื้นใส่มือเพื่อนก่อนจะเดินไปหน้ากระดาน เพื่อนๆมองตามแล้วก็ได้แต่แอบยิ้มกันเอง...

ร่างเล็กทำท่าเตรียมจะกระโดดอีกรอบ แต่...อ้าว...มือใหญ่ๆเข้ามาวางทับมือเล็กที่ถือแปรงลบกระดานซะนี่...

เดี๋ยวชั้นลบเอง ไปทำอย่างอื่นไป๊

คนตัวเล็กหันมายิ้มให้น่ารักต่างกับคนที่ส่งเสียงแว๊ดๆเมื่อกี้เป็นคนละคนเชียว  แล้วก้อวิ่งไปหลังห้องช่วยเพื่อนๆคนอื่น แถมยังช่วยแหกปากร้องเพลงกะเค้าอีกแน่ะ

....กว่าหนุ่มๆจะทำความสะอาดเสร็จ ฟ้าก็ทำท่าจะเปลี่ยนสีซะแล้ว...เห็นทีจะได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้านซะที...

ฉันกลับก่อนน้า บ๊ายบาย เพื่อนร่วมเวร(ทำความสะอาด)คนสุดท้ายกำลังจะเดินออกจากห้อง

กลับดีๆล่ะ คนตัวเล็กยิ้มให้เพื่อน

โชคดีเพื่อน ร่างสูงๆยืนพิงแท่นยืนสำหรับอาจารย์หน้าห้อง ยกมือเป็นสัญญาณบอกลา ...แล้วห้องเรียนที่เสียงดังอยู่เสมอก็เหลือแค่คนตัวเล็กๆ กับเพื่อนร่างโย่งอีกคน.. แสงแดดยามเย็นส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ย้อมห้องทั้งห้องให้เป็นสีส้ม รวมถึงใบหน้าขาวใสของคนตัวเล็กๆนี่ด้วย

เราก้อกลับกันเหอะ เรียวปากบางยิ้มๆเล็กให้ตัวเองก่อนลุกขึ้นหยิบกระเป๋า

อื้อ เสียงใสตอบพร้อมรอยยิ้มหวานๆบนใบหน้า

แก้มขาวใส ใบหน้าหวานๆ ดวงตากลมโต เสียงน่ารักๆ กับรอยยิ้มไร้เดียงสาที่มักมีให้ทุกคนเห็นเสมอๆ...นี่แหละที่ทำให้คนตัวเล็กคนนี้เป็นคนดังของห้อง และยังเป็นดาวเด่นของโรงเรียนอีกด้วย...คนน่ารักคนนี้...จิบะ เรียวเฮ...

 

คนร่างผอมสูงกับอีกคนตัวเล็กน่ารักเดินเคียงคู่กันกลับบ้าน ระหว่างทางก็จ้อกันเสียงดังปนด้วยเสียงหัวเราะแหลมของคนร่างเล็กไปตลอดทาง...จนกระทั่งถึงที่หมาย...

บายนะ พรุ่งนี้อย่าสายล่ะ เสียงหวานๆบอกลาเพื่อนที่เดินมาส่งถึงหน้าบ้านโดยไม่รอฟังคำตอบแล้วก็เดินเข้าบ้านตัวเองไป กลับมาแล้วครับ เสียงเหนื่อยๆบอกคนในบ้านขณะยืนถอดรองเท้าทั้งๆที่ยังไม่ได้ปิดประตู

กลับมาแล้วเหรอเรียวจัง เสียงของผู้เป็นแม่ทักเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับบ้านมาแล้ว อ้าวเคจัง มาด้วยเหรอ แล้วก็ทักใครอีกคนที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หลังลูกชายของตัวเอง

...เคจัง???..อะไรวะ???... หันหลังจะไปปิดประตู...

เฮ๊ยยยยยยยยยยยยย ร่างสูงโย่งตามเข้าบ้านมาแถมยืนบังประตูซะแทบมิด ตามเข้ามาทำไม กลับบ้านตัวเองไปดิ

...บ้านของหมอนี่น่ะเหรอ...ก็หลังถัดไปนี่ไง...บ้านอยู่ติดกัน เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ..อันที่จริงต้องเรียกว่ายิ่งกว่าเพื่อนด้วยซ้ำ...ผู้ชายร่างผอมสูงที่ผิดกับกับคนตัวเล็กอย่างสิ้นเชิง..ทาจิบานะ เคตะ..

อ๊าววว ไปไล่เคจังเค้าทำไมล่ะลูก ไหนๆก็เข้ามาแล้วอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนดีกว่านะ แม่ของเรียวเฮต้อนรับซะอย่างดี

แหม เกรงใจจัง แต่ก็รบกวนหน่อยนะคร๊าบบ ยิ้มทักเจ้าของบ้านอย่างคุ้นเคย แล้วเดินเข้าไปบนบ้านราวกับเป็นบ้านของตัวเอง…..

 

นี่ ทีเมื่อกี้ทำเป็นจะรีบหนีกลับบ้านนะร่างเล็กแอบหน้าหงิกเล็กน้อยหลังจากเดินขึ้นมาที่ห้องของตัวเองแล้วโดยมีเพื่อนตัวดีตามเข้ามาด้วย ...หมั่นไส้จริง ทำไมแม่ต้องชวนมันอยู่กินข้าวด้วยวะ บ้านตัวเองก็มีแท้ๆ...

ร่างยาวทิ้งตัวลงบนเตียง ห้องที่คุ้นเคยเพราะเคยเข้ามาไม่รู้กี่ครั้ง ก็อยากกินข้าวบ้านนี้อ่ะ อร่อยกว่าข้าวบ้านชั้นตั้งเยอะ ...อีกอย่าง...จะรีบกลับบ้านตัวเองทำไมล่ะ กลับไปป่านนี้ก้อไม่มีบอลให้ดูแล้ว แถมคนที่บ้านก็คงยังไม่มีใครกลับมาด้วย...

ร่างเล็กมองด้วยหางตา ที่พูดมานี่มีความเกรงใจบ้างไม๊เนี่ย

เฮ้อ~~” คนตัวสูงถอนหายใจ นายเนี่ยน้า~ กับคนอื่นทำตัวซะน่ารักเชียว แต่กับชั้นนี่ไม่เคยอ่ะ มีแต่บ่นๆๆๆ ทำตัวเป็นแม่อยู่ได้ ...ใช่แล้ว..เรียวเฮมักทำตัวเป็น แม่ อยู่เสมอ....ไม่ใช่อะไรหรอก..ก็หมอนี่มันชอบทำตัวไม่ได้เรื่องอยู่เรื่อยนี่นา ถ้าเรียวเฮไม่คุมแล้วใครจะคุมล่า...

หนอย ว่าชั้นบ่นเป็นคนแก่เรอะ (เค้าไม่ได้พูดซะหน่อย) ตัวเองนั่นแหละที่ทำตัวไม่ได้เรื่องอยู่เรื่อย ชั้นถึงต้องคอยบ่นปากเปียกปากแฉะอยู่เนี่ยแอบโมโหนิดนึงแล้วก็ดึงหมอนที่หัวสวยๆหนุนอยู่ออกมาตีร่างยาวๆนั่นไปเต็มๆ

โอ๊ยยย เจ็บนะเฟ้ยย แล้วก็คว้าหมอนอีกใบมาตีกลับ ฟาดกันไปฟาดกันมาอย่างเมามันส์...น่าเอ็นดู้~~…

 

ไม่นานนักอาหารเย็นก็พร้อมสำหรับทุกคน...

ทานเยอะๆเลยนะเคจัง คุณแม่ผู้ใจดียิ้มหน้าบาน ส่วนลูกชายก็ยังหน้าหงิกต่อไป ...หมั่นไส้โว๊ยยย...

ขอบคุณครับคุณป้า....ทานนะคร๊าบบบบ แล้วก็เริ่มลงมือทันที ...กินซะอย่างกะไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน... ไม่ทันไรก้อเอ่ยปากขอเพิ่มซะแล้ว ขออีกชามคร๊าบบบ

ร่างเล็กเห็นแล้วก็อดขำนิดๆไม่ได้...ยังกะเด็ก..เมื่อไหร่ไอ้หมอนี่มันจะโตวะ...(แล้วตัวเองนี่โตจังนะ)

เอ...แล้วคุณลุงล่ะครับ ..หมายถึงพ่อของเรียวเฮน่ะ...

อ๋อ เค้าไปดูงานที่ต่างประเทศน่ะ แม่ของเรียวเฮตอบยิ้มๆ พลางเติมข้าวให้ ว่าแต่เคจังมาอยู่แต่กับเรียวจังตลอดอย่างงี้ เมื่อไหร่จะหาแฟนได้ล่ะลูก ประสาคนเป็นแม่ ก็ชวนคุยไปเรื่อย.. แต่ทำเอาเรียวเฮที่กำลังยกชามาซดอยู่แทบจะสำลักคอตาย

โธ่ คุณป้าครับ ถ้าผมมีแฟนแล้วเรียวจังของคุณป้าจะอยู่กับใครล่ะครับ ผมกลัวมันเหงาหรอกครับ ถึงได้อยู่เป็นเพื่อนมันเนี่ย พูดจบก็โซ้ยข้าวเข้าปากต่อ

ขอบจายยยนะ ...พูดจาน่าหมั่นไส้ซะจริง....แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นอย่างที่เคตะพูดจริงๆนั่นแหละ ...ถึงจะไม่ได้เป็นดนดังอะไรมากมาย แต่หมอนี่น่ะตัวก็สูง หน้าตาก็ดี ใครเห็นเป็นก็ต้องหลง ถ้าไม่นับว่าชอบทำตัวไม่ได้ความอยู่เรื่อยล่ะก็หาแฟนได้ไม่ยากหรอก...

กลืนข้าวลงคอเสร็จปากสวยๆก็พล่ามต่อ ผมว่าเป็นห่วงเรียวเฮดีกว่านะครับ มีคนมารุมจีบได้ไม่เว้นวันเลย แต่ไม่รู้ทำไมหาแฟนไม่ได้ซัก...โอ๊ยยย

พูดยังไม่ทันจบดี เรียวเฮก็กระแทกเท้าใส่ขายาวๆที่อยู่ใต้โต๊ะกินข้าวไปเต็มๆ พูดมากน่ะ กินๆแล้วก็กลับบ้านตัวเองไปได้แล้ว

ดุจังโว๊ย บ่นเสร็จก็โซ้ยข้าวในชามต่อ...(ห่วงเรื่องกินมากกว่านี่เอง)...

 

กว่าเพื่อนตัวยุ่งจะกลับไปได้ก็ดึกดื่นมืดค่ำ ...บ้านค่อยสงบสุขซะที...คนตัวเล็กเดินไปอาบน้ำ แล้วก็กลับมาทำการบ้านที่ห้อง ก่อนจะเข้านอน...เป็นกิจวัตรเหมือนเดิม อย่างนี้ ทุกวันๆ....

 

เช้าวันต่อมา....

เคต๊า~~~~ ตื่นเดี๋ยวนี้นะ ...ปังๆๆๆ... เสียงแสบหูกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้องแต่คนในห้องก็ยังนอนต่อไป...จะลุกทำไมล่ะ ไม่ลุกเดี๋ยวเจ้าคนหน้าห้องมันก้อเปิดประตูเข้ามาเองแหละ...

แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ที่จริงจะเคาะไปทำไมไม่รู้ ในเมื่อก็รู้ๆอยู่ว่ายังไงก็ต้องเข้าไปปลุกถึงเตียงอยู่ดี ...มันก็เป็นแบบนี้ทุกเช้านั่นแหละ... เคตะตื่นสายประจำ แล้วคนที่ต้องเข้ามาปลุกถึงที่ทุกเช้าก็หาใช่คนในบ้านไม่ แต่กลับเป็นเรียวเฮ...เพื่อนที่อยู่ข้างบ้านซะนี่...

ร่างเล็กเปิดประตูเข้าห้อง ร่างยาวๆขดอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่ม...ท่าทางสบายซะเหลือเกิน... ผู้บุกรุกไม่รีรอใดๆทั้งสิ้น สองมือเล็กกระชากผ้าห่มออกทันที จะตื่นไม๊ห๊า เคตะ

แต่ขอโทษทีเหอะ ร่างยาวหาได้สะทกสะท้านไม่ ยังนอนขดต่อไปนั่นแหละ .. ...โอ่ย...หนวกหู...น่า......คนอะไรสามารถจริงๆ...เสียงแสบหูขนาดนี้แล้วยังนอนต่อได้อีก...

นี่.. ถ้าไม่ตื่นชั้นจะจูบนะ ร่างเล็กลดระดับเสียงลงมา พูดเบาๆ

...แค่นั้นแหละ...ร่างยาวเด้งขึ้นจากเตียงทันที...ไม้เด็ดนี่ใช้ได้ผลจริงๆ..

เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เรียวเฮที่เข้ามาปลุกเพื่อนแบบเดิมๆทุกวันแต่เคตะก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นซักที พอแค่พูดเล่นว่า ...ถ้าไม่ตื่นจะจูบนะ... หมอนี่ก็ยอมตื่นทันที...ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ...จูบของเรียวเฮมันน่ากลัวนักรึไง ทำไมต้องรังเกียจกันขนาดนี้...

 

...กว่าจะปลุกเคตะได้สำเร็จ เรียวเฮก็ยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านจนกว่าเพื่อนจะแต่งตัวเสร็จ... ยังดีว่าหมอนี่มันไว ห้านาทีก็เสร็จแล้ว (เออ ไวจริงๆ)

เสร็จแล้วๆ ร่างยาววิ่งลงบันไดมา แว๊บเข้าไปคว้าขนมปังในครัว ก่อนจะออกมาเจอคนตัวเล็กรออยู่ที่หน้าประตูเหมือนเดิมทุกวัน ผมไปนะคร๊าบบบบร่างยาวคาบขนมปังไว้คาปาก ก่อนจะหันไปล๊อกประตูบ้าน แล้วทำท่าจะเดินออก..

อ๊ะ คนตัวเล็กส่งเสียงขึ้น เนคไทเบี้ยวแน่ะ ว่าแล้วก็วางกระเป๋าลงข้างๆ เดินหน้าเข้ามาชิด ยกแขนขึ้นจัดเนคไทให้คนตัวสูง เคตะยืนนิ่งให้เพื่อนตัวเล็กจัดเนคไทให้เข้าที่ ขนมปังยังคาอยู่ในปากอย่างนั้น

เสร็จละ ร่างเล็กยิ้มใสปิ๊งให้เพื่อน หน้าตาภูมิใจกับผลงานของตัวเองมาก ไม่ได้รู้เล๊ยยว่าเมื่อกี้นายเคตะเค้าแอบเขินซะหน้าแดง แถมใจเต้นตึกตักอีกตะหาก

ขะ..ขอบใจ ดึงขนมปังออกจากปาก ปรับหน้าให้เข้าที่(ยังไง???) แล้วก็รีบทำเป็นเดินนำ ...กลัวเค้าจะเห็นว่าหน้าแดงล่ะซี้...

อ่าวเฮ๊ยย รอด้วยดิ๊ แล้วคนตัวเล็กก็ต้องรีบวิ่งตามขายาวๆนั่น ก่อนที่จะตามไม่ทัน.....

 

2B Continued

 

Say the word ..Chapter2..

 

หวัดดีเรียวเฮ หวัดดีเคตะ เสียงเพื่อนๆทักเมื่อเห็นสองหนุ่มเดินเคียงคู่มาด้วยกันเฉกเช่นทุกวัน

หวัดดีฮิโรกิ คนตัวเล็กยิ้มใสให้เพื่อนร่วมห้องที่เจอกันหน้าตึก เดินไปที่ตู้เก็บรองเท้าด้วยกัน ...เปิดตู้มาแล้วก้อ...สีหน้าเบื่อหน่ายสุดขีด อีกแล้วเหรอเนี่ย......

ได้ยินอย่างนั้นเพื่อนตัวดีก็ชะโงกมาดูตู้เก็บรองเท้าของคนตัวเล็ก ...ซองจม.สีขาวสะอาด....จม.รักอีกแล้วคับท่าน... แล้วด้วยความมือไว ขณะที่มือเล็กๆกำลังจะหยิบซองขาวๆนั่นออกมา เคตะก็ยืดแขนมาคว้าจม.ออกจากตู้ของเพื่อนรักไปอย่างไร้มารยาทที่สุด (- -“)

เฮ๊ยย นั่นมันของชั้นนะ ...ยั่วโมโหแต่เช้าเลยนะ...

โธ่ ยังไงนายก็เอาไปทิ้งไม่อ่านอยู่แล้ว ขอชั้นดูหน่อยละกัน ...ก็บอกแล้วว่าเรียวเฮน่ะคนดัง มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง รวมถึงรุ่นเดียวกันรุมจีบ แถบส่งจม.รักให้ได้ไม่เว้นวัน แต่พ่อคนน่ารักก้อไม่เคยมีท่าทีจะสนใจใครเลยซักนิด แถมจม.รักที่ได้ เรียวเฮก็จะโยนทิ้งโดยที่ไม่เคยแกะอ่านเลยด้วยซ้ำ...

อะไร เรียวเฮได้จม.รักอีกแล้วเหรอ นายฮิโรกิที่ยืนอยู่ใกล้ๆได้ยินก็ช่วยเข้ามาผสมโรง ทำให้จากเดิมที่เสียงเคตะคนเดียวก็ดังอยู่แล้ว ยังดังเพิ่มขึ้นอีก&#