Chapter1 New Comer
"โอ๊ยย สายแล้วๆๆๆ" เสียงของชายหนุ่มผิวขาวร่างเล็กคนหนึ่งพูดพลางวิ่งอย่างสุดกำลัง "เร็วๆดิ เดี๋ยวก็ไปสายอีกหรอก" แล้วก็หันไปบอกชายหนุ่มอีกคนที่วิ่งตามมาติดๆแล้วหันกลับไปตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต่อไม่รอฟังคำตอบ
"เออ ก้อวิ่งอยู่เนี่ยไงเล่า แฮ่กๆ" ชายหนุ่มร่างท้วม(??)ที่วิ่งตามมาพูดตอบ
"เพราะนายแท้ๆ ฉันถึงได้ไปสายอยู่เรื่อย" คนด้านหน้ายังพูดต่อไปโดยไม่หันกลับมามอง
"เออ รู้แล้วล่ะน่า"
เสียงออดดังมาจากรั้วโรงเรียนมัธยมปลายระดับไฮโซแห่งหนึ่ง
"แฮ่กๆๆ" ชายหนุ่มร่างเล็กหยุดหอบเมื่อวิ่งเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียนมาได้ แต่ก็ใช่ว่าจะแปลว่าเขามาทันเพราะยังต้องวิ่งไปที่ห้องเรียนเพื่อให้ทันเช็คชื่ออีก เขาหันหลังกลับไปมองเพื่อนที่วิ่งตามหลังมาเมื่อครู่ แต่กลับมองไม่เห็นร่างของเพื่อนสนิทเลย
"เฮ๊ยย อยู่ไหนเนี่ย เร็วเร๊ววว" เขาส่งเสียงเรียกอย่างใจร้อน แล้วรีบหันหลังกลับเพื่อเตรียมจะวิ่งไปยังห้องเรียนต่อ แต่..
"โครม" เขาหันหลังกลับอย่างเร็วจนไม่ทันระวังแล้วก็ชนกับใครคนนึงเข้าอย่างจังจนคนทั้งสองล้มลงไปนั่งหงายกับพื้น
"โอ๊ยยย นายนี่ดูตาม้าตาเรือมั่งสิ" เสียงที่ได้ยินบอกให้รู้ว่าเขาไม่สบอารมณ์นัก
ชายร่างเล็กเองก็เจ็บไม่แพ้กัน เขาเห็นคนตรงหน้ากำลังลุกขึ้น พอมองขึ้นไปก็เห็นร่างสูงๆกับขายาวๆกำลังยืนปัดฝุ่นที่กางเกงอยู่
"เอ่อ..ขอ.." เขากำลังจะเอ่ยปากขอโทษกับความซุ่มซ่ามของตัวเอง
"เฮ้ยยย ทำไรอยู่น่ะ" เสียงคุ้นๆหูดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างท้วมๆที่เขามองหาอยู่เมื่อกี้ "ลุกเร็วๆ ไม่ทันแล้วนะ" เขาดึงร่างเล็กๆให้ลุกขึ้น แล้วก็ลากเพื่อนเพื่อขึ้นตึกเรียน "สายแล้วๆๆ"
ร่างเล็กยังไม่ทันจะได้ขอโทษชายหนุ่มแปลกหน้าเลยก็โดนเพื่อนลากขึ้นตึกไปซะแล้ว
ทั้งสองคนวิ่งขึ้นบันไดไปยังห้องเรียน เสียงคุ้นๆหูดังแผ่วๆมาจากห้องของนร.ปีสองห้องBที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปนั้นกำลังเรียกชื่อของหนึ่งในสองหนุ่ม
"โองาตะ โองาตะคุง สายอีกแล้วเหรอ"
"คร๊าบๆๆๆๆ มาแล้วครับ แฮ่กๆๆ" เจ้าของชื่อตะโกนเสียงดังพร้อมกับเสียงเหนื่อยหอบก่อนที่ประตูห้องจะเปิดเสียอีก ทุกคู่สายตาในห้องจ้องมาทันทีที่ได้ยินเสียงคุ้นๆหูนั้น "ผมมาทันนะครับ" ร่างนั้นท้วงทันทีที่เห็นสายตาตำหนิของผู้ที่ยืนอยู่หน้าห้อง
พร้อมๆกันนั้น ร่างเล็กๆที่วิ่งมาด้วยกันก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง
อ.ประจำชั้นฮอนหายใจเบาๆ "เฮ้อ~"ก่อนจะยิ้มบางๆ "เอาล่ะยกให้ซักวัน"
ร่างท้วมยิ้มอย่างร่าเริงโชว์ให้เห็นเขี้ยวเสน่ห์ของเขา "ขอบคุณคร๊าบ" ก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนอย่างสบายใจ ร่างเล็กเดินตามเข้ามาเงียบๆโดยไม่มีปากเสียงอะไร
"จิบะคุง" อาจารย์เรียก "คอยเตือนเพื่อนเธอด้วยล่ะ ไม่ใช่ปล่อยให้เละทั้งคู่แบบนี้"
"ครับ" ร่างเล็กตอบน้ำเสียงเจื่อนๆ ในขณะที่เพื่อนตัวดีไม่ได้สนใจอะไรเล๊ยยย
"เอาล่ะ วันนี้เรามีนร.ใหม่มาแนะนำด้วย" อาจารย์พูดขึ้นทันทีที่นร.เจ้าปัญหาเข้าไปนั่งที่และเช็คชื่อนร.ครบทั้งชั้นแล้ว เสียงฮือฮาของนร.หนุ่มในห้องดังขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย "เข้ามาสิ" อาจารย์ตะโกนออกไปนอกห้องเพื่อให้ผู้มาใหม่เดินเข้ามา
ครืด..เสียงประตูดังขึ้น สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ผู้มาใหม่นั้น ขายาวๆสาวก้าวเข้ามาในห้องเบาๆ นร.ในห้องต่างส่งเสียงกันเซ็งแซ่เพราะรูปร่างสูงเพรียวกับใบหน้าคมๆที่หล่อเอาการของผู้มาใหม่ "เอาล่ะ เงียบๆหน่อย!!" อาจารย์ปรามเมื่อเสียงของนร.ในห้องดูจะดังจนเกินไป "นี่เพื่อนใหม่ของพวกเธอ ชื่อ..เอ่อ.."
"ทาจิบานะ เคตะครับ" เจ้าของขายาวๆคู่นั้นพูดต่อให้
"โอเค ทาจิบานะคุง.. เธอนั่งที่ว่างข้างหลังนั่นไปก่อนนะ"
ผู้มาใหม่ก้มหน้าให้เล็กน้อย ไม่พูดอะไรแล้วเดินไปยังที่นั่งหลังห้องที่ว่างอยู่
"พวกเธอช่วยดูแลเพื่อนใหม่ด้วยล่ะ โองาตะคุงฝากด้วยล่ะ"
"ครับ" เจ้าของชื่อที่หันหลังคุยกับเพื่อนอยู่ หันกลับมาตอบทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเอง
“โอเค งั้นเริ่มเรียนได้....” แล้วห้องเรียนก็กลับสู่สภาพตามปกติของมัน
ออดดดดด.... เสียงออดบอกเวลาพักเที่ยง นร.หนุ่มต่างแห่กันไปโรงอาหารกัน ห้องเรียนเข้าสู่สภาพเงียบงันลงอย่างรวดเร็ว ภายในห้องเหลือนร.อยู่ไม่กี่คน “นี่นายย..เอ่อ..เคตะใช่มั้ย” น้ำเสียงร่าเริงเข้าไปทักทายเพื่อนใหม่อย่างยินดี “ชั้นโองาตะ ริวอิจินะ เรียกริวก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“อืมม” อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่พอใจนักที่ถูกคนที่ยังไม่รู้จักเลยเรียกชื่ออย่างสนิทสนม
“ชั้นเป็นกรรมการห้องนะ มีอะไรก็ถามได้ทุกเรื่องเลย ไม่ต้องเกรงใจ” หนุ่มอารมณ์ดียังยิ้มแย้มโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ชอบเสวนากับใครเท่าไหร่นัก “เออใช่ ได้ยินเพื่อนๆในห้องเขาพูดกันว่านายเป็นนายแบบสินะ มิน่าฉันว่าหน้าคุ้นๆ คงเคยเห็นในนิตยสารหรือไม่ก็ในทีวีบ้างแน่ๆ” เสียงร่าเริงนั้นยังคงพูดต่อไปอย่างเป็นมิตรกับเพื่อนใหม่ หาได้รู้ไม่ว่าคำพูดนั้นยิ่งทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียยิ่งขึ้นเพราะเขาไม่ชอบให้คนพูดเรื่องงานของเขาในเวลาส่วนตัวแบบนี้
ทาจิบานะ เคตะเป็นนายแบบวัยรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยม ไม่ใช่แค่นั้น โปรดักชั่นใหญ่ๆหลายแห่งยังเสนองานแสดงรวมถึงงานเพลงให้เขาด้วย ซึ่งเขาเองก็มีความสามารถเพียบพร้อมทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เคยรับงานอย่างอื่นนอกจากงานถ่ายแบบ
และตั้งแต่ทำงานนายแบบทำให้เขาต้องย้ายมาอยู่ที่โตเกียวและไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ ทำให้เข้าไม่คุ้นเคยกับการสนิทสนมกับใคร แต่ด้วยความที่ไม่ชอบสุงสิงกับใครอยู่แล้วเขาจึงไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร ทำให้เขายิ่งกลายเป็นคนดูเย็นชา ไม่ค่อยใส่ใจคนอื่น และก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งด้วยโดยเฉพาะคนที่ชอบเข้ามาตีสนิทเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนดัง
“นี่ริว นายยังไม่ได้ส่งการบ้านอีกล่ะสิ เหลือนายคนเดียวเลยนะ กรรมการห้องภาษาอะไรเนี่ย มาก็สาย การบ้านก็ไม่ทำ” เสียงนุ่มๆดังขึ้นมาจากด้านหลัง ถึงจะเป็นเสียงนุ่มๆแต่สำหรับคนที่ถูกเรียกมันเหมือนเสียงแสบแก้วหูมากกว่าเพราะเป็นเสียงบ่นที่เค้าต้องทนฟังทุกวัน ...แกเป็นแม่ชั้นเรอะ..
“อ๊ะ ก็ใช่สิ พวกคนในห้องโหวตให้ฉันเป็นกรรมการเองนี่นา ช่วยไม่ได้” หนุ่มอารมณ์ดีตอบกวนๆ
“อ๋อเรอะ แล้วจะทำไม๊การบ้านเนี่ย”
“ทำสิคร๊าบบบ แหมเรียวเฮก้อ อย่าแกล้งกันดิ” ที่ต้องง้อเพื่อนขนาดนี้ก็เพราะคนที่ให้ริวอิจิลอกการบ้านทุกวันก็มีแต่เรียวเฮคนสนิทนี่แหละ
“เอ้า เอาไป” หยื่นสมุดการบ้านของตัวเองให้ “แล้วเอาไปส่งให้ด้วยล่ะ เดี๋ยวชั้นต้องเอาของเพื่อนๆไปส่งทีห้องอาจารย์ก่อน”
ชายร่างผอมสูงที่นั่งมองการสนทนาของคนสองคนตรงหน้าแอบยิ้มเล็กๆ
“เอ่อ..นาย..ที่เมื่อเช้าฉันวิ่งชนสินะ ต้องขอโทษด้วย” เรียวเฮหันไปพูดกับชายร่างยาวที่กำลังลุกขึ้นจากที่นั่ง
“อ่อ..ช่างเถอะ” เขาตอบเสียงเรียบๆไม่ใส่ใจนัก
“ฉันชื่อจิบะ เรียวเฮ เรียกเรียวเฮเฉยๆก็ได้” เขาแนะนำตัวกับเพื่อนใหม่
“อืมม เรียวเฮ” ร่างยาวยังคงตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ทำท่าจะเดินออกนอกห้อง ร่างเล็กจึงหันกลับมาที่เพื่อนของตัวเอง
“ริว ฉันยกสมุดนี่ไปห้องพักอาจารย์ก่อนนะ นายส่งงานเสร็จแล้วตามไปโรงอาหารเลยล่ะ” เรียวเฮบอกเพื่อนก่อนจะยกกองสมุดการบ้านเดินออกไป เพื่อนที่นั่งง่วนกับการปั่นการบ้านยกมือปัดเป็นสัญญาณว่า...รู้แล้ว นายไปเหอะ... ในขณะที่เจ้าของขายาวๆที่เดินออกมานอกห้องก่อนได้ยินเสียงใสๆนุ่มๆนั้นจึงหยุดอยู่ที่หน้าห้อง แล้วร่างเล็กๆเจ้าของเสียงก็เดินออกมาพร้อมสมุดกองหนึ่ง
“ฉันช่วยถือ” ร่างสูงๆเสนอน้ำใจให้ ถึงเขาจะไม่ชอบยุ่งกับใครแต่ก็ไม่ใช่จะเป็นคนไร้น้ำใจซะทีเดียว
“อ๊ะ ไม่เป็นไรหรอก ชั้นยกไปเองได้” ร่างเล็กตอบ
“อาจารย์เรียกให้ชั้นไปหาอยู่แล้วน่ะ อีกอย่างชั้นก็ไม่รู้ทางซะด้วย” คนร่างสูงตอบเสียงเรียบๆเช่นเคย
“อ่อ งั้นเดี๋ยวชั้นนำทางไปให้” เรียวเฮยิ้มตอบ รอยยิ้มใสๆทำให้อีกฝ่ายอดยิ้มตอบไม่ได้
เคตะแบ่งกองสมุดที่เรียวเฮถือไปกว่าครึ่งแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายเดินนำ
“ขอบใจนะ” ร่างเล็กๆยิ้มตอบแล้วเดินนำ
เรียวเฮกับเคตะยกสมุดมาส่งที่ห้องพักอาจารย์แล้วเรียวเฮก็ขอตัวออกมาก่อนทันทีเพราะรู้ว่าอาจารย์ยังต้องคุยกับเคตะอีก
ไม่นานนักร่างสูงๆก็เดินออกจากห้องพักอาจารย์ แล้วก็เห็นใครยืนรออยู่หน้าห้อง
"เสร็จแล้วเหรอ" ร่างเล็กที่ยืนอยู่หน้าห้องยิ้มให้ "ไปกินข้าวกลางวันด้วยกันไม๊"
"เอ่อ..นายรออยู่เหรอ" เคตะถามงงๆ ..รอทำไมเนี่ยย..
"อืมม ก้อคิดว่านายอาจจะไม่มีเพื่อนกินข้าวด้วย อีกอย่างริวอิจิมันก็ยังทำการบ้านอยู่เลย" เรียวเฮพูดยิ้มๆ ช่างเป็นรอยยิ้มที่ใสซื่อจนเคตะแทบจะไม่ได้สนใจฟังที่อีกฝ่ายพูดเลย "งั้นไปกันเหอะ" เคตะไม่พูดอะไร เรียวเฮจึงเหมาเอาเองว่าอีกฝ่ายจะไปตกลงไปด้วย "อ๊ะ!!" เรียวเฮทำท่าจะก้าวออกแต่กลับสะดุดอะไรบางอย่างที่พื้นจนเซ เคตะรีบอ้าแขนคว้าร่างนั้นไว้ทันพอดี ร่างเล็กๆนั้นอยู่ในอ้อมแขนของคนสูงผอมแต่กลับแข็งแรงผิดกับรูปร่าง หน้าของเรียวเฮอยู่ตรงซอกคอของเคตะพอดี ทำเอาเขารู้สึกเขินขึ้นมา
"เอ่อ...เป็นอะไรรึป่าว" เคตะถาม เขาได้กลิ่นหอมจางๆจากคนในอ้อมแขนของเขา
เรียวเฮหน้าแดงขึ้นมากระทันหัน เขาผลักตัวของเคตะออก...อะไรเนี่ย ทำไมชั้นต้องเขินด้วยล่ะ...
"ขอโทษนะ ชั้นซุ่มซ่ามอีกแล้ว" เรียวเฮพูดทั้งๆที่ยังก้มหน้าอยู่ เขารู้สึกร้อนที่หน้าขึ้นมาซะเฉยๆ
"เอ่อ..ไม่เป็น..ไร" เคตะตอบแบบตะกุกตะกักอยู่เหมือนกัน กลิ่นหอมที่เขาสูดดมไปมเอครู่ กับแก้มใสที่ถูกย้อมเป็นสีชมพูเรื่อๆของเรียวเฮทำให้เคตะเองก็รู้สึกแปลกๆไปกะเค้าด้วย "งั้นเราไปกันเถอะ" รีบเปลี่ยนเรื่องแล้วก็รีบหันหน้าไปทางอื่น ทั้งๆสองคนก็เลยพากันเดินหน้าไปยังโรงอาหาร
“อ้าวเรียวเฮ หวัดดี” “ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะ” “ว่าไงไม่เจอตั้งนาน” ระหว่างเดินไปโรงอาหาร แทบทุกคนที่เดินสวนกับสองหนุ่มเป็นต้องทั้งชายร่างเล็กหน้าหวานคนนี้
...คนดังนี่นา...เคตะแอบคิดในใจ...รู้จักคนไปทั่วเชียว...
ใช่แล้วล่ะ ทั้งเรียวเฮและริวอิจิน่ะเป็นคู่หูคนดังของโรงเรียนเลย แต่บุคลิกต่างกันลิบลับ เรียวเฮเป็นนร.ดีเด่น ผลการเรียนดี สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมาไม่น้อย ส่วนนายริวอิจิก็เป็นเด็กกิจกรรม การเรียนอาจจะไม่ค่อยเอาไหนแต่เรื่องกีฬาเขาไม่น้อยหน้าใครเลยล่ะ แถมยังเป็นคนอัฒยาศัยดีเอามากๆทำให้รู้จักคนในรร.ไปทั่ว ซึ่งเป็นส่วนนึงที่ทำให้เรียวเฮเองก็ได้รู้จักคนมากขึ้น
“อ้าวเรียวจัง เดินกับใครเนี่ยหล่อเชียว ระวังรุ่นพี่รู้นะ” ใครคนนึงทักเมื่อเห็นเรียวเฮเดินคู่มากับหนุ่มหล่อที่หน้าตาไม่คุ้นเคย
“รุ่นพี่บ้าอะไรของนาย มีที่ไหน” เรียวเฮตอบน้ำเสียงเขินๆ แต่เขาก็หมายความอย่างที่ว่าจริงๆ แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาในใจแว๊บนึง...ตายล่ะ หมอนี่คงไม่ฟังแล้วเข้าใจอะไรไปผิดๆหรอกนะ...เอ๊ะ..แล้วทำไมชั้นต้องกังวลด้วยเนี่ย...
ในขณะที่อีกฝ่ายก็เอาไปคิดจริงๆ...รุ่นพี่?? หมายถึงใคร?? แฟนเหรอ?? แล้วทำไมต้องระวังด้วยล่ะ... เคตะยังแอบคิดเกี่ยวกับหนุ่มตัวเล็กน่ารักคนนี้ไปเรื่อยๆอย่างไม่ซีเรียส
...ลองถามดูก็ได้นี่นา ไม่เห็นจะเสียหาย...เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากรู้เรื่องเรียวเฮนัก ทั้งๆที่เขาไม่ชอบสุงสิงกับใครแท้ๆ “รุ่นพี่ที่ว่านี่...แฟนเหรอ??”
“หา..”เรียวเฮตกใจกับคำถาม เพราะเท่าที่เรียวเฮสังเกตก็พอจะดูออกว่านายคนนี้คงใช่คนช่างเจรจาเท่าไหร่ ไม่น่าจะมาถามเรื่องแบบนี้ได้ แต่พอถูกถามมาก็ตอบไปตามความจริง “โธ่ อย่าเชื่อคนง่ายสิ เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ฉันยังไม่มีแฟนหรอก”
“อ้อเหรอ” เคตะแอบยิ้มในใจ ...เฮ๊ยยย แล้วทำไมชั้นต้องรู้สึกโล่งใจด้วยวะ....
แล้วทั้งสองคนก็ไม่พูดอะไรต่อ ต่างก็เดินเงียบๆไปยังโรงอาหาร แต่ในใจของทั้งคู่ดูเหมือนจะกำลังสับสนอยู่ไม่น้อย
2B Continued
Chapter 2 Keep Wondering Why
พอทั้งสองหนุ่มเดินไปถึงโรงอาหาร
“เฮ้ เรียวเฮนี่นา เจ้าริวไปไหนล่ะ มานั่งด้วยกันไม๊” เสียงหนึ่งตะโกนเรียกเมื่อเห็นหนุ่มหน้าหวานใสเดินมา
“ไม่เป็นไร ตามสบายเถอะ” เรียวเฮตอบพร้อมเหมือนเกรงใจเพื่อน แต่นั่นกลับทำให้คนที่เรียกรู้สึกผิดหวังเสียมากกว่า
แล้วทั้งสองคนก็ซื้ออาหารกลางวันและหาโต๊ะว่างๆนั่ง ซึ่งห่างจากกลุ่มอื่นๆพอสมควร ตอนนี้เคตะมองคนดังร่างเล็กตรงหน้าแล้วก็ยังนึกสงสัยต่อไป ...เพื่อนเยอะชะมัด แล้วไหงพูดกะเรายังกะว่าไม่มีเพื่อนกินข้าวเพราะนายริวอิจิอะไรนั่นไม่อยู่....นี่ชั้นคิดอะไรเข้าข้างตัวเองไปไม๊เนี่ย.....แล้วเค้าจะทำอย่างนั้นทำไมกัน...โอ๊ยย อะไรวะงง เพิ่งเจอกันวันแรกทำไมต้องคิดเรื่องของหมอนี่ขนาดนี้วะ.. เคตะยังคงคิดวนๆอยู่กับคำถามของตัวเอง จนไม่ทันได้ยินเสียงเรียกของคนที่เขากำลังคิดอยู่ในหัว
“ทาจิบานะ นี่ทาจิบานะคุง” เรียวเฮเรียก
“อ๊ะ หา..อะไรเหรอ” เคตะตอบทันทีที่ตั้งสติได้
“ป่าว ฉันแค่จะชวนคุยไปเรื่อยน่ะ นายเป็นคนโตเกียวรึป่าว” เรียวเฮพยายามสร้างความสนิทสนมให้กับนร.ใหม่ที่น่าจะไม่คุ้นเคยกับโรงเรียนใหม่อย่างเป็นมิตร “อ๊ะ..ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรนะ” เรียวเฮคิดขึ้นได้ว่าคนๆนี้อาจจะไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัวนักก็ได้
“อ่อ ไม่เป็นไรหรอก ฉันเกิดที่ฟุกุโอกะน่ะ” เคตะตอบไม่มองหน้า ไม่รู้ทำไมอยู่ๆถึงไม่กล้ามองหน้าหวานๆนี่ตรงๆนะ คนเป็นนายแบบอย่างเคตะได้เจอคนดังมากหน้าหลายตา หล่อๆสวยๆเยอะแยะ ไม่เห็นเคยรู้สึกแบบนี้เลยซักนิด เพราะอะไรกันเนี่ย “เอ่อ..นายเรียกชั้นว่าเคตะก็ได้” เคตะพูดต่อห้วน เมื่อนึกได้ว่า “เพื่อน” คนแรกที่รร.ใหม่แห่งนี้เรียกเขาด้วยนามสกุล ...ทำไมชั้นถึงอยากให้หมอนี่เรียกชื่อชั้นมากกว่านามสกุลนะ... เพื่อนเหรอ??ชั้นกำลังยอมรับว่าหมอนี่เป็นเพื่อนงั้นเหรอ ตั้งแต่ย้ายมาโตเกียวนี่ชั้นแทบจะไม่มีเพื่อนด้วยซ้ำ...
ในขณะที่เคตะยังวนเวียนอยู่กับความคิดบ้าๆของตัวเอง เรียวเฮซึ่งไม่ได้คิดอะไรเลยก็พูดตอบ “โอเค งั้นชั้นเรียกนายว่าเคตะนะ” รอยยิ้มใสๆนั่นอีกแล้ว ทำไมมันช่างดูใสซื่อบริสุทธิ์ได้ขนาดนี้...
“อืม” เคตะตอบเบาๆเหมือนไม่ใส่ใจเหมือนเดิม ถึงในใจจะคิดอะไรวกวนสับสนแค่ไหน แต่ภายนอกเคตะยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยไว้ได้ราวกับเจ้าของใบหน้ากับหัวใจนั้นไม่ใช่คนๆเดียวกัน “แล้วนายล่ะ เป็นคนโตเกียวรึป่าว” เคตะถามให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนแค่การสนทนาตามมารยาท แต่ในใจกลับรู้สึกอยากรู้จักคนตรงหน้าให้มากที่สุด..เพราะอะไรกันเนี่ย..เขายังถามตัวเองต่อไป
“ชั้นก็ไม่ใช่คนโตเกียวเหมือนกัน ชั้นย้ายมาจากซัปโปโรน่ะ ริวอิจิก็ด้วย”
“อืมม เห็นนสนิทกันดีจัง” เคตะพูดต่อ
“ใช่แล้วล่ะ ก็รู้จักกันตั้งแต่สมัยม.ต้นแล้ว ตอนนี้ก็พักอยู่ด้วยก....” เรียวเฮตอบยังไม่ทันจะจบประโยคดี เสียงใครคนนึงก็เข้ามาขัดวงสนทนา
“เฮ้ เรียวเฮ มานั่งอยู่นี่เอง” เจ้าของเสียงดังไม่ใช่ใครที่ไหน นายริวอิจินั่นเอง “อ่าวว กินจะเสร็จแล้วนิ งั้นชั้นไปนั่งกับคนอื่นก็ได้ นายจะได้ไม่ต้องรอ ไปนะ” ริวอิจิมองถาดอาหารของเพื่อนที่พล่องไปเยอะแล้ว จึงพูดเองเออเองเสร็จสรรพแล้วก็เดินไปหาเพื่อนโต๊ะอื่น “เฮ้ยยย พวกนายให้ชั้นนั่งด้วยนะ” แล้วก็ยังโหวกเหวกโวยวายในโรงอาหารต่อไป
เคตะมองตามคนร่างท้วมที่ทำลายความเงียบของโรงอาหารแล้วยิ้มเล็กๆ “นายสองคนไม่เห็นเหมือนกันเลยนะ”
“ก็ใช่น่ะสิ แต่เราก็สนิทกันมานานมากแล้วล่ะ ชั้นชินกับนิสัยแบบนี้ของหมอนั่นแล้วล่ะ” เรียวเฮตอบยิ้มๆ มองตามเพื่อนรักไปพลางส่ายหัวเบาๆ ทันใดนั้นเองคนทำลายความเงียบอีกคนก็ปรากฏตัวขึ้น
“เรียวจังจ๋า อยู่นี่เองเหรอ ชั้นตามหาตั้งนานแน่ะ เสาร์อาทิตย์ไม่เจอกันตั้งสองวัน” ไม่พูดเปล่าแต่นั่งลงข้างร่างเล็กนั้นแล้วเอาแขนข้างหนึ่งโอบไหล่ไว้
“รุ่นพี่มัตสึโมโตะ” เรียวเฮตกใจที่คนไม่พึงประสงค์โผล่มาแถมยังมาเกาะแกะตัวเขาอีก
“อ้าวแล้วนี่ใครล่ะ” พ่อหนุ่มร่างผอมเสียงดังไม่แพ้นายริวอิจิหันมาเห็นหนุ่มหล่อไม่คุ้นหน้าที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“เอ่อ..นร.ใหม่ห้องผมเองครับ ทาจิบานะ เคตะ” “เคตะ นี่รุ่นพี่มัตสึโมโตะ จุน”(เอ่อ..พี่มาได้ไงคะพี่???...คนแต่ง)เรียวเฮแนะนำคนทั้งสอง พลางแกะมือที่โอบเขาอยู่ออก
“หวัดดี ชั้นกับเรียวเฮเป็น....” หนุ่มหน้าทะเล้นพูดไม่ทันจบเรียวเฮก็รีบลุกขึ้นทันที “อ้าวเรียวจัง จะไปไหนล่ะ ยังไม่ทันได้คุยกันเลย” ชายหนุ่มทำเสียงออดอ้อน
“ผมต้องรีบกลับไปทำงานที่ห้องครับ” เรียวเฮตอบห้วนๆ “เคตะเราไปกันเถอะ” แล้วก็ดึงแขนเคตะให้ออกจากที่นั่น
“อื อื้ม” เคตะออกจะงงๆเล็กน้อย ...อะไรอีกวะเนี่ย... แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะรู้สึกตัวว่าเรียวเฮกอดแขนเขาไว้แน่น แล้วเบียดตัวเข้ามาชิดทีเดียว
“รีบกลับห้องเรียนเถอะ” เรียวเฮพูดเสียงเบาๆ ทำเอาเคตะรู้สึกหวิวๆบอกไม่ถูก เขามองกลับไปที่โต๊ะเมื่อกี้ ชายหนุ่มรุ่นพี่เมื่อกี้มองกลับมาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนักต่างจากเมื่อแรกเจอลิบลับ แต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินกลับห้องไปพร้อมกับเรียวเฮ ในหัวของเขามีคำถามเกี่ยวกับหนุ่มหน้าหวานคนนี้ขึ้นมาอีกแล้วสิ
...วันถัดมา...
ที่ห้องเรียนที่หนุ่มๆต่างส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายกันไม่ได้หยุดทั้งๆที่อาจารย์ก็ยังสอนอยู่
“โอ๊ยยย เงียบๆหน่อยเส่ะพวกนายนี่” อาจารย์ชักเดือด “โองาตะ ตอบข้อนี้สิ” แล้วก็จงใจเรียกพ่อคนที่ทำเสียงดังที่สุดนั่นแหละ
“อ่า...ไม่ทราบครับ” นายริวทำท่าคิดนิดนึงก่อนตอบ
“ก่อนจะตอบนั่นคิดแล้วเหรอ” อาจารย์ถามเสียงดุเล็กน้อย
“คิดแล้ว....ว่าตอบไม่ได้ครับ” นร.เจ้าปัญหายังตอบหน้าตาเฉย ทำเอาเพื่อนๆทั้งห้องขำกันเสียงดัง เด็กมาใหม่ที่มักจะทำหน้าเครียดประจำก็เผลอยิ้มไปกะเค้าด้วย เว้นแต่เพื่อนสนิทของเจ้าตัวดีนี่แหละที่เอือมระอาไม่น้อยไปกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเลย ...เฮ้อ บ่นทุกวันจนปากเปียกปากแฉะแล้วหมอนี่ก็ไม่คิดจะตั้งใจเรียนกะเค้าเล้ย...
“ทาจิบานะ ตอบให้เขาฟังหน่อยสิ” อาจารย์พอจะรู้จากประวัตินร.ใหม่คนนี้ว่าการเรียนไม่ได้มีข้อบกพร่องเลย
“เอ่อ..ครับ” เคตะตกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆก็โดนเรียก “to emphasize the point the teenagers compassion for animal killed” (อะไรไม่รู้ไปขุดหนังสือตัวเองมาใส่ ฮ่าๆๆ...คนแต่ง) นร.ใหม่ตอบได้อย่างคล่องแคล่วจนนร.เก่าที่เหลือต่างหันมามองกันหมด ไม่เว้นแม้เรียวเฮและริวอิจิ
“อืม ถูกต้อง สำเนียงดีมาก” อาจารย์ชม เขารู้อยู่แล้วว่าเคตะมีประวัติการเรียนที่ดีมากๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถมาขอเข้าเรียนกลางเทอมในรร.หรูแบบนี้ได้หรอก แต่ถึงนร.ที่นี่จะเป็นนร.ที่มีผลการเรียนดีเป็นส่วนใหญ่ แต่คนที่เก่งภาษาและพูดสำเนียงได้ดีมีอยู่มากนัก เรียวเฮเองก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นเช่นกัน
หลังหมดชม.เรียน เด็กนร.ทั้งหลายก็พากันกุลีกุจอกลับบ้าน บ้างก็ไปสิงสถิตย์ตามชมรม
“วันนี้ชั้นเข้าชมรมนะ เรียวเฮ” เสียงเพื่อนสนิทบอกขณะที่อีกฝ่ายกำลังเก็บข้าวเก็บของเตรียมกลับบ้าน “โอเค ชั้นก็ต้องไปเรียนพิเศษเหมือนกัน เจอกันที่บ้านเลยนะ” ว่าแล้วก็ทำท่าจะเดินออกไป แล้วก็ชนกับใครบางคนที่กำลังจะเดินออกประตูห้องเหมือนกัน
“อ๊ะ ขอโทษที” เรียวเฮพูดทันทีขอโทษตามนิสัยของเขา ก่อนจะหันไปมองว่าคู่กรณีเป็นใครกัน
“ไม่เปนไร” อีกฝ่ายตอบเบาๆท่าทีเขินๆ แล้วหลบให้คนร่างเล็กเดินออกก่อน
เรียวเฮยิ้มขอบคุณ ทำเอาคนรับรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ร่างเล็กเพรียวทำท่าจะก้าวออก แต่ก้าวแรกยังไม่ทันจะเหยียบพื้นเขาก็ก้าวกลับเข้ามาเพราะเห็นใครบางคนกำลังวิ่งมาตรงระเบียง แล้วเรียวเฮก็ชนกับร่างสูงๆนั่นอีก เขาหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยแต่ไม่มีเวลามาคิดเรื่องนี้แล้ว เขาวิ่งไปหลบหลังประตู แล้วส่งเสียงเรียกเพื่อนเบาๆ
“ริวๆ เฮ๊ยย ริวช่วยชั้นด้วย” เรียวเฮพูดเสียงเบาไม่ให้คนนอกห้องได้ยิน แล้วโบ้ยหน้าไปทางประตูห้อง ริวอิจิเห็นแค่นั้นก็รู้ว่าเพื่อนหมายถึงอะไร และทำไมถึงต้องการความช่วยเหลือ
“อีกแล้วเหรอ ตื้อจริงๆเล๊ยย” ริวอิจิบ่น
เคตะมองการสนทนาของทั้งคู่แล้วก็ได้แต่งงๆเหมือนเดิม
แล้วริวอิจิก็หิ้วกระเป๋าขึ้นเดินมาดักหน้าหนุ่มผอมๆสูงๆตรงหน้าไว้ได้ทันก่อนเขาจะก้าวข้ามประตูเข้ามา “พี่จุนนี่เองนึกว่าใคร”
“อย่ายุ่งน่าริว” ร่างสูงๆพยายามผลักร่างใหญ่ๆที่ขวางอยู่ออก “เรียวจังจ๋า อยู่รึป่าว”
“เรียวเฮเค้าไปเรียนพิเศษแล้วครับพี่ ไม่อยู่หรอก” ริวอิจิใช้ร่างใหญ่ๆของตัวเองกั้นไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามา “พี่ไปชมรมกับผมดีกว่า พี่ไม่ได้เข้าชมรมนานแล้วนี่ ไปกันเหอะนะ” ริวอิจิยิ้มไม่สนใจท่าทีขัดขืนของอีกฝ่ายเลย แล้วก็ลากร่างสูงๆนั้นออกไปอย่างง่ายดาย
เคตะยืนมองเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างงงๆ แต่จากที่เขาเจอรุ่นพี่คนนี้มาสองครั้งก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องได้ว่ารุ่นพี่คนนี้คงจะตามตื้อหนุ่มหน้าหวานที่ยืนแอบๆอยู่ข้างหลังเขานี่เป็นแน่ เขารู้สึกตัวพองขึ้นมานิดหน่อยที่ร่างเล็กๆนี้เลือกใช้เขาเป็นที่กำบัง ทั้งๆที่จริงเรียวเฮไม่ทันคิดหรอก ถึงจะอยากคิดแต่ตอนนั้นใครอยู่ใกล้ๆเขาก็คงเข้าไปหลบข้างหลังหมดแน่ๆ แต่พอเคตะคิดเรื่องของคนที่ยังยืนกล้าๆกลัวๆอยู่ข้างหลังกับชายหนุ่มเมื่อสักครู่ก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาซะเฉยๆ ถึงเขาจะรู้ว่าคนตัวเล็กๆคนนี้รู้สึกยังไงกับอีกฝ่าย...ที่แน่ๆคงไม่ใช่รักล่ะนะ แต่ทำไมกันเนี่ย ทำไมชั้นถึงคิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้อยู่ได้ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชั้นซักหน่อย...
เรียวเฮค่อยๆปล่อยมือจากเสื้อของเคตะเมื่อแน่ในว่าบุคคลไม่พึงประสงค์ไม่อยู่ที่นี่แล้ว เขาก้มลงมองตรงระดับของมือตัวเองแล้วก็ “ตายล่ะ นี่ชั้นขยำเสื้อนายซะเยินเลย ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ” ...ซวยล่ะ กะจะหลบพี่จุนเฉยๆ ดันลืมตัวไปหน่อย ขำจะโกรธเราไม่นี่...เรียวเฮก้มหน้าขอโทษพลางคิดว่าอีกฝ่ายต้องรู้สึกไม่ดีแน่ๆเลย คนเพิ่งรู้จักกันเมื่อวานเอง...เฮ๊ยย แล้วเมื่อกี้เรา..เรากอดเค้าเหรอ...ใช่ไม๊นะ..เฮ๊ยย ชั้นไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย...เรียวเฮยังงงกับการกระทำของตัวเองเมื่อครู่ คิดแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาอีกแล้ว
จริงๆแล้วเรียวเฮไม่ได้กอดเคตะเข้าหรอก แต่ก็จับเอวเสื้อไว้แน่นแล้วก้อเบียดเข้ามาจนชิดด้านหลังของเคตะ ซึ่งก็ทำให้คนถูกเกาะใจเต้นไม่เป็นจังหวะเหมือนกันล่ะน่า
“นี่ไม่ต้องขอโทษหรอก ยังเสื้อก็ต้องซักแล้วรีดใหม่อยู่ดี” เคตะตอบ พยายามทำสีหน้าเป็นปกติที่สุด “เลิกก้มได้แล้วล่ะ”
เรียวเฮไม่ได้ก้มหน้าเพราะแค่จะขอโทษหรอก แต่เขารู้สึกร้อนที่หน้าขึ้นมาจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นต่างหากล่ะ แต่จะก้มอยู่อย่างนั้นก็คงไม่ได้ เรียวเฮจำใจค่อยๆเงยหน้าขึ้น แล้วก็รีบหันไปทางอื่นเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้าเห็นชัดๆว่าเขากำลังหน้าแดง แต่ผิวขาวๆที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูทำให้อีกฝ่ายสังเกตได้ไม่ยาก
“เอ่อ..นายต้องไปเรียนพิเศษไม่ใช่เหรอ” เคตะเปลี่ยนเรื่องซะก่อนที่บรรยากาศจะแย่ลง
“อ๊ากก ใช่ๆ ตายล่ะจะสายไม๊เนี่ย” เรียวเฮยกแขนขึ้นดูนาฬิกา “เพราะรุ่นพี่แท้ๆเลย ชั้นต้องรีบไปละนะ” แล้วก็รีบคว้ากระเป๋าจะวิ่งออกจากห้อง แต่เคตะคว้าแขนเล็กๆนั้นไว้ทัน
เรียวเฮตกใจ แล้วก็หันกลับไปมองแขนของตัวเอง ไล่ไปที่แขนของอีกฝ่ายก่อนจะมองไปยังใบหน้าคมๆนั่น “เอ่อ..มีอะไรอีกเหรอ” แล้วผิวหน้าขาวใสนั่นก็พาลจะแดงขึ้นอีก
เคตะรีบปล่อยมืออีกฝ่าย ตัวเองก็ตกใจกับการกระทำของตัวเองไม่แพ้กัน ...นี่ชั้นทำอะไรลงไปวะ.. แล้วก็เริ่มเหมือนจะแก้ตัวไม่ถูก “เอ่อ..เดินลงไปพร้อมกันไม๊” เขาพูดด้วยเสียงที่เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
เรียวเฮรู้ดีว่าเขาต้องรีบไปแล้ว แต่เขากลับยิ้มให้คนตรงหน้าแล้วพยักหน้าโดยดี
แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากรร.เพื่อไปยังสถานีรถไฟใกล้ๆพร้อมกัน ระหว่างทางไม่มีใครเปิดปากเริ่มบทสนทนาเลยจนบรรยากาศดูน่าอึดอัด
....เงียบจังเว๊ยย ทำไมไม่มีอะไรจะพูดเลยรึไงนะเรียวเฮเอ๊ยยย....
....จะคุยอะไรดีเนี่ย ทำไมมันเงียบจังวะ... แต่ก้อยังไม่อยากให้ถึงสถานีเลยแฮะ...
ไม่นานนักขายาวๆที่พยายามจะสาวเท้าให้ช้ากว่าปกติก็มาถึงสถานีรถไฟ
“เอ่อ...ชั้นไปนะ” เรียวเฮว่าแล้วทำท่าจะเดินเข้าช่องตรวจตั๋ว “ขอบคุณที่เดินมาเป็นเพื่อน” เขารู้ดีว่าตอนนี้จะไปเรียนพิเศษก็สายไปแล้ว แต่ก็แกล้งทำเป็นว่าจะไปเรียนอย่างเดิม ถึงเขาจะเป็นนร.ดีเด่นแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยโดดเรียนกะเค้าเลย แค่ครั้งสองครั้งไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว
“เดี๋ยวสิ” เคตะเผลอปากเรียก ...ตายล่ะเรา เอาอีกแล้ว...ทำไมถึงชอบทำอะไรก่อนคิดอยู่เรื่อยนะ..แล้วนี่เราเรียกเค้าไว้แล้วจะเอาไงเนี่ย...
เรียวเฮหันกลับมาตามเสียงเรียก “มีอะไรอีกรึป่าว”
เคตะรู้สึกหน้าชาขึ้นมานิดหน่อย นี่วันนี้เขาทำอะไรบ้าๆนี่ไปเท่าไหร่แล้วเนี่ย แต่ก็ทำไปตั้งเยอะแล้วนิ เขาพูดเสียงเบาๆ น้ำเสียงเรียบเริ่มแปลกไปเล็กน้อย “โดดเรียนซักวันได้ไม๊”
2B Continued
Chapter 3 For Your Smile
เคตะกับเรียวเฮเดินผ่านย่านร้านค้าในชิบุย่า ตอนนี้ก็ค่อนข้างเย็นแล้ว เด็กนร.ที่มาเที่ยวเล่นหลังเลิกเรียนเดินกันพลุกพล่านไปหมด
...ทำไมชั้นถึงตกลงมาง่ายๆนะ จริงอยู่ว่ายังไงก็ไปเรียนไม่ทันอยู่แล้ว แต่..ทำไมชั้นถึงยังไม่อยากกลับบ้านไปทั้งแบบนี้..เหมือน....ชั้นอยากอยู่กับเค้า..งั้นเหรอ...เรียวเฮคิดสาเหตุของการกระทำของตัว ...แล้วทำไมเค้าถึงรั้งเราไว้ล่ะ...แล้วก็พาลคิดไปถึงสาเหตุการกระทำของหนุ่มหล่อที่เดินอยู่ข้างๆด้วย
ในขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่แพ้กัน ...นี่เราจะไปทำอะไรที่ไหนวะเนี่ย...แล้วทำไมเราถึงยังไม่อยากให้เค้ากลับนะ...จนถึงป่านนี้แล้วไม่ใช่ว่าเคตะจะไม่รู้สาเหตุของการกระทำของตัวเองนักหรอก เพียงแต่เขาพยายามจะไม่ยอมรับมันต่างหาก คนที่ไม่ใส่ใจอะไรใครมาก่อนอย่างเขา ไม่อยากจะยอมรับว่าเขาสนใจชายหนุ่มร่างเล็กคนนี้
ทั้งสองคนต่างก็คิดวกวนอยู่แต่คำถามของตัวเอง ไม่มีใครพูดกับใครเลย จนกระทั่งเรียวเฮรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนมองเขาอยู่
เขามองคนที่เดินสวนไปมา แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ สายตาหลายคู่ของเด็กวัยเดียวกันมองมาที่เขาและคนร่างเพรียวข้างๆแถมยังซุบซิบอะไรกันอีก ...ตายล่ะ ไอ้หล่อนี่มันเป็นดารานี่นา แล้วมาเดินอย่างนี้ ไม่แย่เหรอเนี่ยย.. เรียวเฮหันไปมองหน้าเคตะเพื่อดูว่าเขากำลังรู้สึกแบบเดียวกันรึเปล่า ซึ่งแน่นอนว่าเขาย่อมรู้ตัวดีอยู่แล้ว เพียงแต่พยายามปั้นหน้าไม่รู้ไม่ชี้ไปเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นเคตะพยายามจะก้าวขายาวๆคู่นั้นให้เร็วเพื่อหลบจากสายตาผู้คน เขากลัวเรียวเฮจะตามไม่ทันจึงจับมือเล็กๆนั่นแล้วรีบวิ่งหลบเข้าไปในร้านค้าเล็กๆแห่งนึง
เจ้าของมือเล็กตกใจที่อยู่ๆก็ถูกมือใหญ่ๆของคนข้างๆจูงโดนไม่ทันตั้งตัว หัวใจชักเต้นไม่เป็นจังหวะอีกแล้วสิ
“ขอโทษทีนะ อยู่ๆก็รีบเดิน” เคตะพูดทันทีที่หลบจากสายตาผู้คนได้แล้ว
“อ๊ะ อืมม ไม่เป็นไร” เรียวเฮตอบระล่ำระลักเล็กน้อย ก้มลงมองมือที่ยังถูกจับแน่นอยู่ด้วยใบหน้าที่ถูกย้อมสีจางๆ
“อ๊ะ โทษที” เคตะรีบปล่อยมือเรียวเฮทันทีที่รู้สึกตัวว่าเขายังกำมือนั้นแน่นราวกับไม่อยากจะปล่อยให้หลุดไปไหน
เรียวเฮมองรอบตัวว่าเขาอยู่ที่ไหนแล้ว ร้านขายแว่นน่ะเอง
เคตะหันไปหยิบแว่นแฟชั่นขึ้นมาใส่ดูแล้วหันมาทางเรียวเฮ
“เป็นไง เหมาะมั้ย” เคตะยิ้มให้ รอยยิ้มที่เขาแทบจะไม่เคยมี ทำเรียวเฮรู้สึกดีใจและภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกที่เขาได้เห็นมัน
“อืม ก้อเหมาะดีนะ” ก้อแหงล่ะ คนมันหล่อนิ ใส่อะไรก็เหมาะ “แต่ชั้นว่า....” เขายกมือสองข้างขึ้นถอดแว่นที่เคตะใส่อยู่แล้วก้อเอื้อมมือไปหยิบแว่นกรอบบางๆใสๆขึ้นมาใส่ให้แทน ทำเอาเคตะเขินขึ้นมาเล็กๆ ถึงจะแอบยิ้มอยู่ในใจ แต่ภายนอกก็ยังทำขรึมเหมือนเดิม “อันนี้ดีกว่า” เรียวเฮยิ้มหวานให้
...รอยยิ้มแบบนี้อีกแล้ว...ช่างใสซื่อจริงๆ...เคตะรู้สึกว่ารอยยิ้มนี่ช่างมีค่าเกินกว่าจะให้เห็นบ่อยๆ เขาอยากเจ้าของช่วยเก็บมันเอาไว้ไม่ให้ใครที่ไหนได้เห็นอีก
เคตะหยุดค้างไปนิดนึง เขามัวแต่หลงไปกับรอยยิ้มบาดใจนั่น “เอ่อ..อันนี้เหรอ” แล้วก็หันไปส่องกระจก “อืมงั้นฉันซื้ออันนี้ล่ะ” เขายิ้มตอบเรียวเฮแล้วก็เดินไปจ่ายเงิน “ไม่ต้องใส่ถุงก้อได้ครับเดี๋ยวผมใส่ไปเลย” เคตะยื่นแว่นให้พนักงานแกะป้ายสินค้าออกแล้วก็จ่ายเงิน แล้วทั้งสองก็เดินออกจากร้าน
ถึงแว่นแค่นี้จะช่วยพลางตัวอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ที่เขาไม่เลือกแว่นกันแดดเพราะนี่มันก็เย็นแล้ว ถ้ามืดกว่านี้อีกหน่อยแล้วยังใส่แว่นกันแดดคงจะยิ่งมีคนมองมากกว่าเดิมแน่ๆ ที่สำคัญเขาไม่อยากให้สีของเลนส์แว่นมาทำให้เขามองเห็นภาพคนตัวเล็กตรงหน้าไม่ชัด
แล้วทั้งสองคนก็เดินในย่านร้านค้านั่นต่อไปเงียบๆเหมือนเดิม
....เฮ้อ เงียบจัง..ทำไมมันไม่มีอะไรจะพูดขนาดนั้นนะเรียวเฮเอ๊ยยย....
....ตายล่ะ..เขาจะอึดอัดไม๊เนี่ย ดันเป็นคนรั้งเค้าไว้แล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรเนี่ย...
“เอ่อ...” เคตะตัดสินใจเปิดปากพูด เพราะเขากลัวเรียวเฮจะรู้สึกแย่ไปกับบรรยากาศอันอึมครึม “เมื่อกี้ที่รร.น่ะ...รุ่นพี่..มัตสึโมโตะใช่ม๊ะ...” เคตะไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามันเป็นคำถามที่เขาควรจะถามจริงๆรึป่าว เขารู้แค่เขาคิดอะไรอย่างอื่นไม่ออกแล้ว “เขาเป็นใคร ยังไงเหรอ”
เรียวเฮรู้สึกไม่อยากได้ยินถึงคนๆนี้ซักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าเขารังเกียจจุน แต่บางทีเขาก็อยากอยู่ที่รร.ได้อย่างสงบๆโดยไม่มีจุนมาคอยวุ่นวายกับเค้าบ้าง “นายคิดว่าเค้าเป็นอะไรกับชั้นงั้นเหรอ” เรียวเฮรู้สึกใจไม่ค่อยดีเพราะกลัวคนๆนี้เข้าใจผิด
“ก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แต่...ก็งงๆอยู่น่ะ” เคตะเกาจมูกเบาๆแก้เขินกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าเขาสนใจที่จะรู้เรื่องของตัวเอง
“พี่จุนเค้าอยู่ชมรมเดียวกับริวน่ะ ชั้นก็เลยรู้จักกับเค้าตั้งแต่ตอนปีหนึ่งแล้ว แล้วเขาก็..เอ่อ...” เรียวเฮรู้สึกเขินๆที่จะต้องเล่าเรื่องนี้ แต่เขาก็รู้สึกว่าอยากให้ผู้ชายคนนี้รู้จักเขาให้มาขึ้น “คือ..เขาเคยมาบอกว่าชอบชั้น พอชั้นปฏิเสธไปเค้าก็ไม่ยอมเลิก เอาแต่ตามตื๊ออยู่เรื่อย เจอเค้าทีไรชั้นต้องอยู่อย่างไม่สงบทุกที” เรียวเฮเล่าพลางแสดงอาการเบื่อหน่ายกับคนที่วุ่นวายกับชีวิตสงบๆของเขา เคตะรู้สึกสบายใจขึ้นที่รู้ว่าคนหน้าหวานนี่ไม่ได้ตอบรับความรู้สึกของรุ่นพี่หนุ่มคนนั้น “อ๊ะ แต่ที่จริงรุ่นพี่เค้าก็เป็นคนดีนะ ไม่ใช่ว่าชั้นจะเกลียดเค้าหรอก เดี๋ยวนายจะพลอยรู้สึกไม่ดีกับเค้าไปด้วย” เรียวเฮพูดต่อทำเอาเคตะที่แอบร่าเริงอยู่ในใจเกิดหงอยขึ้นมาเลย
...ไปชมมันทำไมวะ...เคตะแอบหงุดหงิด แล้วอีกอย่างมันก็สายไปแล้วล่ะที่จะให้เขารู้สึกดีกับจุน
“งั้นที่เมื่อวานมีคนพูดกับนายถึงรุ่นพี่..ก็หมายถึงเค้าใช่มั้ย”
“อืม ใช่แล้วล่ะ” ก็เรียวเฮเป็นคนดังของรร.นี่นา ที่จริงแล้วคนที่ตามจีบเรียวเฮไม่ได้มีแค่จุนหรอก แต่หนุ่มเนื้อหอมคนนี้ไม่เคยมีทีท่าจะลงเอยกับใครซักทีจนคนอื่นถอดใจกันไปหมด ยิ่งพอจุนมาตามตื๊อไม่เลิกแบบนี้ หนุ่มอื่นก็เลยต้องทำใจเพราะถ้าจุนยังจีบไม่ติดก็ไม่รู้ว่าใครจะมัดใจเขาได้แล้วล่ะ...
แค่คุยกันไม่นานพอรู้สึกตัวอีกที ก็มีสายตาหลายๆคู่จ้องมองพวกเขาอีกแล้ว ไม่สิมันมากกว่าเมื่อกี้เท่านึงได้เลยมั้ง ที่สำคัญมีแต่สายตาของเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขาทั้งนั้น
จะให้คนไม่มองได้ยังไงในเมื่อแค่เคตะคนเดียวก็ดึงดูดสายตาได้มากพออยู่แล้ว แล้วยังมีหนุ่มตัวเล็กหน้าใสขนาดว่าสวยกว่าผู้หญิงอีกมาเดินคู่กันแบบนี้ แว่นตาไม่ได้ช่วยอะไรเคตะได้เลย เขารวบมือเล็กๆของเรียวเฮ บีบเบาๆเป็นสัญญาณแล้วก็ออกวิ่งทันที แล้วสาวๆกลุ่มนึงก็วิ่งตามมาพร้อมเสียงกรี๊ดที่ได้เจอหนุ่มหล่อคนดัง
...หมอนี่ดังขนาดนี้เลยเหรอ...เรียวเฮวิ่งไปคิดไป...แล้วนี่เราจะหนีกันยังไงพ้นล่ะเนี่ย
“อ๊ะ เคตะ ทางนี้” เรียวเฮดึงแขนเคตะกลับ แล้วลากเข้าไปในซอกตึกแคบๆ...หวังว่าคงจะหลบพ้นนะ... เขาพยายามจะใช้แขนและร่างของตัวเองบังคนร่างสูงกว่าให้มิด เคตะถูกดันเข้าไปจนหลังชนกับกำแพง แขนเพรียวบางสองข้างประกบอยู่ข้างตัวเขา
“หลบสิ” เรียวเฮกดหัวสูงๆของเคตะให้ต่ำลงไม่ให้ใครเห็น ตอนนี้หน้าคมเข้มนั่นจึงอยู่บนไหล่ของเรียวเฮพอดิบพอดี
เคตะอึ้งกับการกระทำของอีกฝ่ายเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าเรียวเฮจะทำขนาดนี้ ถึงมันจะเป็นเหตุสุดวิสัยก็เถอะ แต่เคตะก็ไม่ปล่อยให้โอกาสที่อีกฝ่ายเสนอให้หลุดลอยไป กลิ่นหอมๆที่จากตัวของเรียวเฮทำให้เขาเคลิ้ม เขาค่อยๆใช้ปลายจมูกของตัวเองไล้ขึ้นไปตามซอกคอจนถึงปลายผมนุ่มอย่างแผ่วเบาไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว ริมฝีปากนุ่มสัมผัสผิวเนียนลื่น เรียวเฮมัวแต่กังวลว่าจะถูกกลุ่มสาวๆเจอก็เลยไม่ทันได้รู้สึกตัว ในขณะที่คนที่ถูกสาวๆไล่ตามจริงๆกลับคิดแต่เรื่องอื่นไปซะแล้ว
เรียวเฮรอจนเสียงกรี๊ดของสาวๆเงียบลง ค่อยๆมองออกไปว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ
“เค้าไปกันหมดแล้วล่ะเคตะ” เรียวเฮพูดพลางหันกลับมาที่ตัวเอง...เขาไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกับเคตะกำลังยืนอยู่ในสภาพไหน แต่พอหันกลับมาเห็นตัวเองกำลังเบียดกับคนสูงเพรียวคนนี้ก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาอยากจะรีบดึงตัวเองให้ห่างจากอีกฝ่ายแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเคตะยังวางหัวของตัวเองบนไหล่ของเขาอยู่
“เค..ตะ..นี่..ไม่ต้องหลบแล้วละ ไม่มีใครอยู่แล้ว” ผิวขาวใสเริ่มจะร้อนๆขึ้นมาอีกแล้วสิ ทำไมเขาถึงรู้สึกเขินขึ้นมาง่ายๆแบบนี้อยู่เรื่อยนะ “นี่เคตะ ได้ยินรึป่าว”เคตะยังไม่ยอมขยับตัวเองขึ้น จนเรียวเฮต้องเรียกซ้ำ
“ขอชั้นอยู่แบบนี้...อีกซักพักได้ไม๊” เคตะพูดเบาๆ น้ำเสียงที่เคยเรียบเฉยฟังดูอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย แต่เรียวเฮก็รู้สึกถึงมันได้ แล้วเขาปล่อยให้เคตะซบหน้าลงบนไหล่ของเขาอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดอะไรต่อ...
…จู่ๆหยดน้ำเย็นๆค่อยๆล่วงหล่นลงบนคนสองคนหยดแล้วหยดเล่า... คนร่างสูงยังซบหน้าอยู่บนไหล่เล็กๆนั่น..
“เคตะ...ฝนตกแล้วล่ะ” เรียวเฮบอกเพื่อให้อีกฝ่ายปล่อยตัวเขาเสียที อีกอย่าง..เขากลัวว่าเคตะจะได้ยินเสียงหัวใจที่ไม่เป็นจังหวะเอาซะเลย
เคตะเงยหน้าขึ้นจำใจปล่อยคนร่างเล็กให้เป็นอิสระ
“เรารีบหาที่หลบฝนเถอะ” เรียวเฮดึงแขนเคตะออกจากซอกตึกแคบๆนั่น ทำท่าจะออกวิ่ง
เคตะถอดเสื้อตัวนอกของตัวเองออก แล้วยกขึ้นกันฝนให้ทั้งตัวเองและคนร่างเล็กนั่นแล้ววิ่งไปพร้อมกัน เรียวเฮรู้สึกร้อนขึ้นมาอีกแล้ว แว่บนึงเขาอยากจะถอยห่างออกมาจากร่างสูงเพรียวนั่นด้วยความเขินแต่ก็ได้ไม่พูดอะไร แล้วก็เดินออกจากซอกตึกแคบนั่นภายใต้เสื้อตัวเดียวกัน
ทั้งคู่วิ่งมาหลบฝนในห้างหรูแห่งหนึ่ง โชคดีที่ฝนยังตกไม่หนักก็เลยเปียกกันไม่มากโดยเฉพาะเรียวเฮแทบจะไม่โดนฝนเลยเพราะเคตะดึงเสื้อนอกของเขาให้กันฝนให้คนตัวเล็กมากกว่าตัวเอง
....ทำไงดีล่ะ ฝนตกแบบนี้จะกลับบ้านก็ไม่ได้อีก..แย่จัง..เรียวเฮคิด
เคตะยกนาฬิกาขึ้นดู..หกโมงกว่าแล้ว... “หิวมั้ย” แล้วก็หันไปถาม
“อืม ก็...” เรียวเฮทำท่าคิดนิดนึง “อ๊ะ นายเปียกนี่นา” แล้วก็เห็นว่าคนที่กันฝนให้เขาดันเปียกกว่าเขาซะอีก เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นมือไปเช็ดให้ เคตะรู้สึกแข็งทื่อจนทำหน้าไม่ถูกขึ้นมาได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายซับหยดน้ำบนหน้าสวยๆนั่นให้ “เอ้า เสร็จแล้วล่ะ” เรียวเฮยิ้มราวกับเด็กๆที่ทำอะไรสำเร็จ
“ขอบ..ใจนะ” เคตะตอบเบาๆ คนร่างเล็กยิ้มให้เหมือนเดิมไม่พูดอะไร “เอ่อ..แล้วตกลงนายหิวรึป่าว” เคตะถามคำถามเดิมที่ค้างไว้ต่อ
“อืมม” เรียวเฮพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ...ยังไงฝนตกแบบนี้ก็ยังกลับไม่ได้อยู่ดีนี่นา..
“งั้นไปหาอะไรกินบนห้างนี้กันเหอะ” เคตะพยายามกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนเดิม ถึงข้างในจะแอบยิ้มดีใจอยู่ก็เถอะ
แล้วเคตะก็พาคนร่างเล็กไปยังร้านอาหารเล็กๆบรรยากาศดีๆแห่งหนึ่ง ภายในร้านมีลูกค้าไม่มากนั่ง แต่ทั้งคู่ก็ยังเลือกโต๊ะที่ห่างจากคนอื่นออกไปอีก
“แล้วนายไม่ต้องทำงานเหรอ” เมื่อสั่งอาหารเสร็จ เรียวเฮก็เริ่มบทสนทนา “ปกติคนเป็นดาราจะต้องยุ่งๆใช่ม๊า”
“อืมม ก็พอดีย้ายรร. ผู้จัดการก็เลยให้ฉันหยุดอาทิตย์นึง”
“เหรอ ดีจังเนอะ” เรียวเฮยิ้มดีใจราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง “พรุ่งนี้ก็วันหยุดพอดีด้วย โชคดีจัง”
“อืม ใช่” เคตะตอบห้วนๆ เขาไม่ชินกับการคุยกับใครสนิทสนมแบบนี้มานานมากแล้ว
ไม่นานพนักงานเสิร์ฟก็ยกแก้วค๊อกเทลล์สีสวยสองแก้วมาวางตรงหน้าสองหนุ่ม เคตะทำท่าจะยกแก้วขึ้นดื่ม แต่ดันถูกคนตรงหน้าห้ามไว้
“อ๊ะ เดี๋ยวสิ” เรียวเฮยกแก้วของตัวเองขึ้น “ดื่มให้กับอะไรหน่อยมั้ย” แล้วยิ้มถามอย่างไร้เดียงสาที่สุด
เคตะรู้สึกราวกับตัวเองหลงใหลไปกับรอยยิ้มนั่นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ...ถ้าชั้นบอกว่า ดื่มให้กับรอยยิ้มของนายล่ะ...เขาแอบคิดในใจ
“เอ่อ..” เคตะพยายามตั้งสติก่อนที่จะเผลอเพ้ออะไรออกไป “งั้น..ดื่มให้...เพื่อนคนแรกที่รร.ใหม่ของฉันละกัน”
“โอเค” เรียวเฮยิ้มตอบ แล้วชนแก้วให้กับมิตรภาพใหม่ของเขา
2B Continued
Chapter4 Endless Rain
หลังมื้ออาหาร ทั้งคู่เดินลงจากห้าง โชคดีที่ฝนหยุดตกแล้ว
“ขอบคุณที่เลี้ยงนะ” คนร่างเล็กขอบคุณ“เพื่อน”ใหม่ที่จ่ายค่าอาหารในวันนี้ ที่จริงเขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นคนจ่ายหรอก แต่เคตะอ้างว่าเป็นคนชวนนร.ดีเด่นโดดเรียน ก็เลยขอเป็นคนจ่ายเอง หารู้ไม่ว่าถึงตัวเองจะไม่ชวนมาเรียวเฮก็ไปเรียนไม่ทันอยู่ดี(เพราะใครกัน!!?) “คราวหน้าให้ชั้นเลี้ยงคืนนะ”
“อืม” คนร่างสูงยิ้มตอบอย่างว่าง่าย เรียวเฮเริ่มรู้สึกว่าทั้งสีหน้า น้ำเสียง คำพูด และอีกหลายๆอย่างในตัวของคนๆนี้ดูอ่อนโยนกว่าเวลาอยู่ที่รร.นัก
“ถ้างั้นชั้นคงต้องกลับละนะ” เรียวเฮยกแขนขึ้นดูนาฬิกา ...สามทุ่มกว่าๆ...ถึงพรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดก็เถอะ แต่เขาออกจะไม่ชอบที่จะเดินกลางถนนเวลาดึกๆทั้งๆที่ใส่ชุดนร.แบบนี้
“งั้นชั้นไปส่งนะ”
“อ๊ะ ไม่ต้องหรอก...”เรียวเฮปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ลำบาก เคตะไม่พูดอะไร แต่สายตาเชิงอ้อนวอนที่มองกลับมาทำให้เรียวเฮถึงกับต้องเปลี่ยนใจ “อะ..อืม ก็ได้” เขารีบหันหน้าไปทางอื่นแล้วก็ออกเดินนำเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นสีหน้าปั้นยากของตัวเองตอนนี้ เคตะได้แต่แอบยิ้มให้หลังแล้วก็เดินตามอย่างมีความสุข
ไม่นานนัก จากสถานีรถไฟที่ไม่ห่างจากโรงเรียนนัก ทั้งคู่ก็เดินมาถึงหน้าอพาร์ทเมนท์แห่งนึง
“ที่นี่แหละ” เรียวเฮบอกเมื่อมาถึงที่หมาย
“บ้านนายใกล้รร.ดีจัง ใกล้สถานีรถไฟด้วย” เคตะรู้สึกอยากให้อยู่ไกลกว่านี้ด้วยซ้ำ เขายังไม่อยากแยกจากคนน่ารักคนนี้เลย
“ใช่ เพราะอยู่ใกล้นี่แหละ เจ้าริวมันเลยตื่นไปเรียนสายประจำ” เรียวเฮพูดยิ้มๆ แล้วหันไปมองที่หน้าต่างห้องของตัวเอง เคตะมองตามดวงตาใสคู่นั้นเพราะอยากรู้ว่าเรียวเฮพักอยู่ห้องไหน ...ห้องยังคงมืดสนิท... “รู้สึกว่าเจ้าริวมันยังไม่กลับแฮะ”
เคตะไม่ทันได้ตอบอะไร สายตาของเขายังหลงอยู่กับดวงตาใสซื่อนั่น
“เอ่อ..ยังไงก้อ..ขอบคุณที่มาส่งนะ” เรียวเฮแทรกขึ้นเมื่อเห็นว่าบรรยากาศกำลังค่อยๆเงียบลง คำพูดนั้นทำให้เคตะตื่นขึ้นจากภวังค์
“อืม ไม่เป็นไร” ตอบเสียงเรียบเหมือนเดิม “ถ้างั้น...” เขากำลังจะเอ่ยปากบอกลา ...ทั้งๆที่ยังไม่อยากไปเลย..
..แปะ แปะ..หยดน้ำเย็นๆเริ่มร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง ทำลายบรรยากาศสวยหวานของทั้งคู่...ช่างตกได้เวลาทุกทีสิน่า...
“ตายล่ะ ฝนตกอีกแล้ว” เรียวเฮพูดแล้วดึงเคตะเข้ามาด้านในชั้นหนึ่งของอพาร์ทเมนท์ก่อนที่ทั้งคู่จะเปียกปอนกันอีกรอบ
“วันนี้อากาศไม่ดีเลยสิน่า” เคตะหัวเราะให้กับอากาศบ้าๆ แต่ที่จริงมันก็ทำให้เข้าได้อยู่กับคนร่างเล็กนี่ต่อได้อีกนิดนึง
“นายจะกลับยังไงล่ะ” เรียวเฮถามสีหน้ากังวล ..ไม่น่าให้มาส่งเล้ยยย ไม่งั้นเค้าก็กลับบ้านได้แล้ว..
“อืมมม…..” เคตะคิด ...ที่จริงก็ยังไม่ค่อยอยากกลับอ่ะ.... แต่ก็ได้แต่แอบคิดอยู่ในใจ
“ถ้างั้น..นายขึ้นไปที่ห้องชั้นก่อนไม๊..ให้ฝนหยุดก่อนแล้วค่อยกลับ” เรียวเฮให้ข้อเสนอที่อีกฝ่ายแอบหวังอยู่ในใจพอดี เคตะแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง หัวใจเริ่มเต้นด้วยจังหวะที่เร็วขึ้น
“รบกวนนายเปล่าๆน่ะ” แต่ก็ยังปฏิเสธด้วยหน้าหล่อๆกับเสียงเรียบๆเหมือนเดิม
“ไม่ต้องเกรงใจก็ได้” เรียวเฮยิ้ม “ยังไงริวมันก็ยังไม่กลับด้วย”
“ถ้างั้น..ก็รบกวนหน่อยนะ”
เรียวเฮยิ้มให้แทนคำตอบ แล้วก็เดินไปกดลิฟท์ขึ้นไปที่ห้องของตัวเอง
“เชิญเลย” เรียวเฮเปิดประตูให้แขกเข้าก่อน
อพาร์ทเมนท์ของเรียวเฮและริวอิจิไม่เล็กไม่ใหญ่ มีห้องนอนสองห้องสำหรับพวกเขาสองคน ห้องน้ำและห้องครัวแยกเป็นสัดส่วน
“นี่ห้องชั้นเอง” เรียวเฮพาคนร่างสูงเพรียวไปที่ห้องตัวเอง “ตามสบายนะ เดี๋ยวชั้นเอาน้ำมาให้” แล้วก็ทิ้งเคตะไว้ในห้องของตัวเอง
ห้องของเรียวเฮดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างไม่ต้องสงสัย ข้าวของไม่มากนัก เตียงนอน โต๊ะหนังสือที่มีโน้ตบุ้คเปิดคาอยู่ ชั้นวางหนังสือที่มีหนังสืออยู่เต็ม เครื่องเสียงขนาดกะทัดรัดและซีดีอีกหนึ่งกอง
เคตะมองสำรวจรอบๆห้อง แล้วนั่งลงที่ขอบเตียง ไม่นานนักเจ้าของห้องก็กลับมาพร้อมโกโก้ร้อนสองแก้ว
“รกหน่อยนะ” เรียวเฮพูดพลางยื่นแก้วโกโก้ให้
“ขอบใจ” เคตะรับแก้วมาพลางแอบคิด...นี่รกแล้วเหรอวะเนี่ย...
เรียวเฮวางแก้วของตัวเองที่โต๊ะหนังสือ “เอ่อ..เดี๋ยวชั้นไปโทรหาริวอิจิก่อนนะ รอแป๊บนึง”
“อืม” เคตะตอบ แล้วเจ้าของห้องก็ออกไปแป๊บนึงก่อนจะเดินกลับมาอีกครั้ง
“ริวมันไปกินกับพี่จุนแล้วก็ติดฝนอยู่น่ะ” เรียวเฮรายงานเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนจะถามว่าเป็นไงมั่ง
“หมอนั่นกลับดึกประจำเลยเหรอ”
“อืมม ถ้าไม่กลับพร้อมกันจากรร.เลยก็จะช้าแบบนี้ทุกทีล่ะ” เรียวเฮตอบกำลังจะวางโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งใช้เสร็จลงที่โต๊ะ “เออใช่ นายมีมือถือใช่มั้ย ขอเบอร์กับเมลล์ด้วยสิ”
“อ๊ะ ได้สิ” แล้วก็ล้วงมือไปหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงด้านหลัง ยื่นให้คนร่างเล็ก “แลกกันเมมละกันนะ”
“อื้ม” เรียวเฮรับมาแล้วยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้ ต่างคนต่างเมมเสร็จก็ส่งเครื่องคืนเจ้าของ
คนร่างเล็กเจ้าของห้องมองออกไปนอกหน้าต่างที่อยู่หน้าโต๊ะหนังสือ...เขาหวังจะให้ฝนหยุดตก ไม่ใช่เพราะอยากไล่เคตะกลับ แต่เพราะไม่อยากรบกวนต่างหาก..แต่ในเมื่อสายฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เขาก็เลยชวนอีกฝ่ายคุยไปเรื่อยๆ...
แล้วเรียวเฮก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ของเขามากขึ้น เคตะเป็นลูกเศรษฐีใหญ่ ตอนเด็กๆเคยไปเรียนที่อเมริกามา พอกลับมาญี่ปุ่นก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อน และหลังจากกลับมาไม่นานเขาก็ได้มีโอกาสทำงานนายแบบ ทำให้เขายิ่งหมดโอกาสจะหาเพื่อนที่โรงเรียนจนกลายเป็นคนอัธยาศัยไม่ดีไป...แต่อย่างน้อยตอนนี้เรียวเฮก็รู้แล้วว่าจริงๆแล้วเขาไม่ใช่คนถือตัวอย่างที่ใบหน้าเขาแสดงออกเลย
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้..เสียงฝนยังคงดังให้ได้ยินอยู่...ริวอิจิเองก็ยังไม่กลับมาเช่นกัน
RRRR ซักพักเสียงโทรศัพท์ของเคตะก็ดังขึ้น ร่างสูงเพรียวขอโทษเรียวเฮก่อนลุกจากขอบเตียงเพื่อออกไปคุยโทรศัพท์นอกห้อง
....ไม่นานนัก ร่างเพรียวก็เปิดประตูกลับเข้ามา... แต่ร่างเล็กเจ้าของห้องกลับฟุบอยู่ที่โต๊ะหนังสือ
“เรียวเฮ” เคตะเดินเข้าไปใกล้แล้วเรียกเบาๆ ....ไม่มีเสียงตอบ... อากาศเย็นๆกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนน่ารักคนนี้หลับลงอย่างง่ายดาย
....เหมือนเด็กเลย....เคตะคิด เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบผมนุ่มนั่นเบาๆแล้วยิ้มอย่างอบอุ่นให้คนที่หลับไม่รู้เรื่องไปแล้ว ....ดูเหมือนว่าฝนจะยังตกอยู่ แต่คงได้เวลาที่เขาต้องกลับจริงๆแล้วสินะ...
เคตะค่อยๆใช้สองแขนช้อนร่างเล็กๆนั่นขึ้น ดูเหมือนเรียวเฮจะหลับสนิทไปแล้ว เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย
...เบาจัง...เคตะแอบคิด ใบหน้าขาวใสอยู่ตรงซอกคอนั่นพอดี เคตะรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่ต้นคอเขา ทำเอาหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย แล้วเขาก็ค่อยวางลงร่างเล็กนั่นลงบนเตียงแล้วก็ดึงผ้าห่มมาห่มให้อย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่น ตั้งใจจะเดินออกจากห้องไป แต่ใบหน้าใสๆยามหลับช่างดึงดูดให้เขาละสายตาไปไม่ได้จริงๆ เคตะเผลอนั่งลงที่ขอบเตียงอีกครั้ง ก้มมองใบหน้าหวานนั่นอย่างไม่วางตา มือข้างหนึ่งลูบไล้แก้มใสๆช้าๆ..เลื่อนลงมา..จนถึงริมฝีปากอิ่ม...ร่างสูงไม่รู้ตัวอะไรอีกแล้ว..ใบหน้าของเขาก้มต่ำลงเรื่อยๆ...เขากำลังจะจู...บ...
“เรียวเฮ ชั้นกลับมาแล้ว” แล้วเสียงไอ้บ้าที่ไหนก็ดังขึ้น!!!!! เคตะได้สติทันที เขารีบลุกขึ้นจากขอบเตียงนั่น แล้วใครบางคนก็เปิดประตูเข้ามา..
...เจ้าของอพาร์ทเมนท์อีกคน..ริวอิจินั่นเอง!!
“อ๊ะ อ้าวว” เจ้าคนขัดความสุขงงที่เห็นเคตะในบ้านตัวเอง “นาย...” ...มาอยู่นี่ได้ไงวะ...
ริวอิจิอยู่ในสภาพเปียกปอนเล็กน้อย เขาวิ่งตากฝนกลับมาเพราะเห็นว่ามันดึกมากแล้ว ฝนแค่นี้ทำอะไรนักกีฬาโรงเรียนอย่างเขาไม่ได้อยู่แล้ว
“เอ่อ ชั้นมาส่งเรียวเฮน่ะ กำลังจะกลับแล้วล่ะ” เคตะพูดหน้าแดงๆ หยิบของออกจากห้องของเรียวเฮแล้วปิดประตูเบาๆ
“ฝนยังตกอยู่นะ นายจะกลับยังไง” ริวอิจิถามทั้งๆที่ยังงงๆ ที่จริงแค่เห็นสภาพของริวอิจิ เคตะก็รู้แล้วว่าเขาต้องวิ่งตากฝนกลับ
“ชั้นไม่เป็นไร...” ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็ดันรู้สึกหน้ามืดขึ้นมา..
“เฮ้ เป็นอะไรรึป่าว” ริวอิจิรีบเข้าไปพยุง “มีไข้รึป่าว นายดูหน้าแดงๆนะ”
ที่จริงเคตะเองก็โดนฝนตอนที่คอยกันให้เรียวเฮ แถมยังเข้าไปเดินตากแอร์ในห้าง แล้วก็ยังกินเหล้าเข้าไปอีกหน่อย ร่างกายมันก็ปรับไม่ทันน่ะสิ ..แต่ว่าที่หน้าแดง เพราะเขาอาการไม่ดี หรือเพราะเรื่องที่เขากำลังจะขโมยจูบหนุ่มหน้าหวานเมื่อกี้กันแน่..
ริวอิจิพาเคตะเข้าไปนั่งที่เตียงในห้องตัวเอง “นายนั่งพักก่อนละกัน” ริวอิจิบอกแล้วเดินออกนอกห้องไปก่อนกลับมาพร้อมแก้วน้ำและยาลดไข้ เขายื่นให้เคตะ “กินยาซะสิ”
เคตะรู้สึกมึนๆ เขารับยาและแก้วน้ำมาอย่างว่าง่าย กินเสร็จก็ยื่นคืนให้ ริวอิจิก็เดินออกนอกห้องไปไม่พูดอะไร เพราะท่าทางพูดตอนนี้เคตะก็คงไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว ตัวเขาเองก็ต้องรีบอาบน้ำก่อนจะเป็นหวัดเหมือนกัน...
ไม่นานเจ้าของห้องก็กลับมา... เคตะกินยาเข้าไปก็เลยล้มลงหลับทั้งๆที่ยังห้อยขาอยู่ข้างเตียง ริวอิจิเห็นก็เลยเข้ามายกขาขึ้นวางบนเตียงให้ เขาค่อยๆนั่งลงที่โต๊ะหนังสือข้างเตียง ยกแขนขึ้นท้าวคางมองคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าครุ่นคิด
....สวยว่ะ!!...ทำไมมันสวยจังวะ... ตั้งแต่ได้เจอเคตะ ริวอิจิเพิ่งได้เห็นหน้าเขาชัดๆก็นี่แหละ...สวยพอๆกับเรียวเฮเลยแฮะ.... เขาค่อยๆพิจารณาใบหน้าแต่ละส่วนของคนบนเตียง ใบหน้าเรียว ขนาตายาว จมูกสันคม ริมฝีปากบาง ....น่าจูบจัง...ความคิดโผล่ขึ้นมาแว่บนึงระหว่างที่เขากำลังหลงกับหน้าสวยๆ ...เฮ๊ยยยย...บ้าแล้วไอ้ริว...คิดอะไรวะ.. ริวอิจิรีบลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินออกนอกห้อง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้น
“เฮ้ยย ริวอิจินะ นอนยัง? โทษทีที่โทรมาดึกๆ เดี๋ยวชั้นไปนอนบ้านนายนะ” ปิดโทรศัพท์ หยิบร่ม เสื้อแจ๊คเก็ทแล้วก็เดินออกจากบ้านไป
2B Continued
Chapter 5 Three of US
เช้าวันถัดมาแสงแดดอ่อนส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาที่ห้อง เรียวเฮตื่นขึ้นบนที่นอนของตัวเองแล้วก็แปลกใจที่รู้ว่าตัวเองนอนไปทั้งๆที่ยังใส่ชุดนร.อยู่ ...นี่เราเข้านอนตอนไหนเนี่ย.....แล้ว.วว...เฮ๊ยยย...เคตะล่ะ...เมื่อวานเคตะมาที่นี่...ฉันเผลอหลับไปเหรอเนี่ย......น่าอายชะมัดเลย...คิดอยู่คนเดียวแล้วก็หน้าแดงขึ้นมา
...แล้วริวล่ะ...เมื่อวานริวยังไม่กลับนี่นา....แล้วก็เปิดประตูเดินออกนอกห้องไปยังห้องข้างๆ
“ริว” เรียวเฮเคาะประตูเบาๆ ...ไม่มีเสียงตอบ...เขาเปิดประตูเบาๆเพื่อจะเช็คดูว่าเพื่อนร่วมห้องกลับมาแน่รึยัง ...ใครบางคนนอนอยู่ที่เตียง... เรียวเฮกำลังจะก้าวเข้าไป...
อ๊ากก..โครมมม!!!!! พ่อคนน่ารักซุ่มซ่ามดันไปสะดุดของที่พื้นจนล้มไม่เป็นท่า แต่จริงๆแล้วต้องโทษเจ้าของห้องมากกว่าที่ไม่ค่อยจะจัดห้องให้เป็นระเบียบเล๊ยย
โชคดีที่คนร่างเล็กสะดุดล้มลงไปทางเตียงนุ่มๆแทนที่จะล้มลงกระแทกพื้น แต่เสียงดังและแรงกระแทกกับที่นอนทำให้คนบนเตียงตื่น
หน้าของคนร่างเล็กอยู่ระดับอกของคนบนเตียงพอดี “ขอ.โทษนะริ...” เขากำลังใช้สองแขนที่คร่อมร่างที่นอนอยู่ยันตัวเองขึ้นจากเตียง แล้วกล่าวขอโทษ แต่พอเงยหน้าขึ้นมองชัดๆ ....เฮ๊ยยยยย ไม่ใช่ริวนี่นา!!! เคตะ!!!
เคตะเองก็ตกใจไม่แพ้กัน แต่ยังไม่ทันพูดอะไร ร่างเล็กที่อยู่บนตัวเขาก็ถอยไปจนชนผนัง แล้วก็ยิงคำถามขึ้นก่อน
“นาย...เอ่อ..ทำไม...” โอ๊ยย งง!!! “แล้วริวล่ะ”
เคตะที่เพิ่งตื่น ยังงงๆไม่แพ้กัน ร่างสูงๆค่อยลุกจากที่นอน พยายามตั้งสติพักนึงก่อนตอบ “เมื่อวานริวอิจิเขากลับมาตอนนายหลับไปแล้วน่ะ” .... “ส่วนชั้นรู้สึกว่าจะมีไข้ขึ้นมา...พอกินยาที่ริวอิจิให้มาก็คงเผลอหลับไปเหมือนกัน” เขาพยายามลำดับเรื่องราวที่ตัวเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักให้เจ้าของบ้านฟัง
“งะ..งนั้นเหรอ” เรียวเฮยังงงๆอยู่
“เออ..แล้ว...เขาไม่อยู่เหรอ..ริวอิจิน่ะ” เคตะถาม ...นี่เขามาแย่งที่นอนของเจ้าของบ้านเหรอเนี่ย...
“อืมม ก็ตื่นมาชั้นก้อจะมาหาริวนี่แหละ แต่ดันเป็นนายได้ (ตกใจหมดเลย)” ... “ริวมันคงไปนอนบ้านเพื่อนน่ะ ไม่เป็นไรหรอก มันก้ออย่างนี้ประจำแหละ”
“อะ ..อืมม” เคตะตอบได้แค่นั้น แล้วจู่ๆก็...
โครกกกกกกกกก
เคตะหน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที...ตายล่ะ พลาดๆๆๆๆ...เจ้าท้องบ้าร้องทำไมซะดังเนี่ยยยย ><
เรียวเฮตกใจเล็กน้อย จากที่ตัวเองยังเขินๆที่ล้มทับเคตะเมื่อครู่อยู่ก็อดขำขึ้นมาไม่ได้ “ฮะๆๆๆๆๆๆๆ” ยิ่งทำเอาเคตะอายหนักกว่าเดิมอีก “เดี๋ยวชั้นไปล้างหน้าก่อน แล้วจะหาอะไรให้กินละกัน” พูดเสร็จก็ยิ้มหวานแล้วออกนอกห้องไป
ส่วนเคตะก็ได้แต่โมโหตังเองที่ดันทำเรื่องหน้าอายลงไปได้ ....ไอ้เคเอ๊ยยย...ทำไมถึงพลาดได้ขนาดนี้นะเนี่ย... ><
เฮ้อ~ เขาถอนหายใจเถือกใหญ่ นั่งทำใจกับเรื่องที่ทำลงไป ก่อนหันไปเก็บที่นอนให้เรียบร้อย แล้วเดินออกจากห้อง
พอล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว ร่างสูงก็เดินไปที่ครัว “ให้ฉันช่วยมั้ย” เขาพูดขณะเข้าไปยืนใกล้หนุ่มหน้าหวานที่กำลังต้มกาแฟอยู่
เรียวเฮแอบเขินขึ้นมาอีกแล้ว “เอ่อ..ไม่เป็นไรหรอก”
ร่างสูงก็เลยได้แต่ยืนแก้ๆกังๆอยู่ไม่รู้จะทำอะไรดี เรียวเฮเห็นอย่างนั้นก็เลยยื่นถุงขนมปังให้ “งั้นช่วยปิ้งขนมปังให้หน่อยละกัน”
“โอเค” เคตะรับคำอย่างว่าง่าย เรียวเฮหันไปมองคนร่างสูงๆปิ้งขนมปังให้อย่างตั้งอกตั้งใจแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ถ้าเป็นริวอิจิน่ะเหรอ คงปิ้งไปด้วยกินไปด้วยแน่ๆ
ไม่นานขนมปังกับกาแฟก็พร้อม ทั้งคู่ยกจานขนมปังกับถ้วยกาแฟมาที่ห้องของเรียวเฮ ร่างเล็กเปิดหน้าต่างให้ลมเย็นๆพัดผ่านเข้ามา ...วันนี้อากาศดีจัง ฝนคงไม่ตกแล้วล่ะ..
“ชั้นกลับมาแล้ว” เสียงใครบางคนดังขึ้น แล้วประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา
“กลับมาแล้วเหรอริว” เรียวเฮทักเพื่อนร่วมห้องของเขาที่เพิ่งกลับมาเอาตอนเช้า ส่วนเคตะก็แค่พนักหน้าให้แทนคำทักทาย
“อืม ไปอยู่บ้านเจ้าชินยะมาน่ะ” ริวอิจิรายงานให้เพื่อนรู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหนมาทั้งคืน เดินเข้ามาในห้อง หยิบขนมปังในจานของเรียวเฮไปกินหน้าตาเฉย แล้วหันไปทางเคตะ “นายหายดีแล้วสินะ”
“อะ อืม ขอบใจนะ ...แล้วก็ขอโทษที่มายึดที่นอนนาย” เคตะรู้สึกผิดที่มารบกวนคนที่เพิ่งจะเจอหน้ากันเมื่อวานขนาดนี้
“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแค่นี้” ริวอิจิยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวสวยๆของเขา
“อืมมม ถ้างั้นเดี๋ยวชั้นคงต้องกลับก่อนละกันนะ” ยังไงเจ้าของห้องอีกคนก็กลับมาแล้ว เคตะไม่อยากอยู่รบกวนไปมากกว่านี้
“อ้าว จะกลับเลยเหรอ” ริวอิจิถาม เขาเพิ่งกลับมาอีกฝ่ายจะกลับซะละ...น่าเสียดายจัง....
“ไม่อยากรบกวนพวกนายน่ะ”
“ถ้างั้นชั้นเดินไปส่งที่สถานีรถไฟละกัน” เรียวเฮเสนอ
“ไม่เป็นไรหรอก ชั้นไปเองได้ ขอบใจนะ” ร่างสูงตอบยิ้มๆ “ขอโทษที่มารบกวนซะเยอะเลย” แล้วก็ไม่ลืมขอโทษอีกที
“ไม่เปนไรหรอก อย่าเกรงใจไปเลย” ร่างเล็กยิ้มให้ “ถ้างั้นก็กลับดีๆละกันนะ”
“อื้ม ไปนะ” ร่างสูงบอกลาทั้งสองคนแล้วก็เดินจากอพาร์เมนท์นั้นตรงกลับบ้านทันที
ส่วนที่ห้อง...
“นายสนิทกะเค้าตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” ริวอิจิถามเพื่อนสนิททันทีที่หนุ่มหน้าสวยออกไปแล้ว
“ก็..ไม่ได้สนิทขนาดนั้นซะหน่อยนี่นา” คนร่างเล็กตอบไม่มองหน้าเพื่อนราวกับไม่ใส่ใจนัก ที่จริงเขากลัวว่าจะหน้าแดงเวลาที่พูดถึงเคตะต่างหาก
“อืมมมมมม.... ไม่ได้มีอะไรแน่นะ??” ถามเพื่อความแน่ใจ
“กะ..ก็ไม่มีน่ะสิ จะให้มีอะไรล่ะ” คนร่างเล็กยังตอบทั้งๆที่ยืนหันหลังให้เพื่อน
“งั้นเหรอ” ริวอิจิยิ้มอย่างร่าเริง “ค่อยยังชั่วหน่อย”
“หา? ว่าไงนะ” เรียวเฮรีบหันหลังกลับมาทันที
“อ่อ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” ริวอิจิรีบแก้ตัว “ห๊าวววว ...งั้นชั้นไปนอนก่อนดีกว่า เมื่อคืนไปเล่นเกมที่บ้านเจ้าชินยะทั้งคืนเลย” แล้วก็เดินเข้าห้องตัวเองไป
....เล่นเกมอีกละ ทั้งปีเลย มีวันหยุดบ้างเป็นไม่ได้เลยจริงๆ...คนร่างเล็กนึกตำหนิเพื่อนอยู่ในใจ หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วที่เพื่อนร่วมห้องไปขอค้างที่อื่นเพราะกลัวใจตัวเองที่เผลอหลงเด็กใหม่หน้าสวยที่หลับอยู่ที่ห้องของตัวเองเมื่อคืนต่างหาก
ริวอิจิเดินกลับห้องของตัวเอง ล้มตัวลงบนที่นอน หลับตา สูดดมกลิ่นจางๆซึ่งเขาไม่คุ้นเคยจากที่นอน แล้วก็หลับไปทั้งรอยยิ้มบนใบหน้า
หลังจากนั้นมาเรียวเฮกับเคตะก็สนิทกันมากขึ้น ริวอิจิเองก็เลยพลอยได้รู้จักกับเคตะมากขึ้นเรื่อยๆ ความที่ริวอิจิเป็นคนอัธยาศัยดีอยู่แล้วทำให้เขาตีสนิทกับใครได้ง่ายๆ ไม่เว้นกระทั่งเด็กใหม่ที่ดูไม่ค่อยมีมนุษยสัมพันธ์คนนี้ด้วย เพื่อนร่วมห้องรวมถึงอาจารย์เองก็ยังแปลกใจที่เด็กใหม่ที่ดูเงียบๆขรึมๆในวันแรกจะดูสดใสเมื่ออยู่ต่อหน้าเรียวเฮและริวอิจิได้ขนาดนี้
หลังจากสัปดาห์แรกแห่งการเปิดภาคเรียนผ่านพ้นไป เคตะต้องกลับไปทำงนนายแบบของเขาอีกครั้ง ทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาว่างหลังเลิกเรียน บางครั้งก็ถึงกับต้องขาดเรียนเป็นครั้งคราว แต่เพราะการเรียนของเขาอยู่ในเกณฑ์ดีจึงไม่ถูกอาจารย์เพ่งเล็งมากนัก ในขณะที่เรียวเฮก็จะคอยจดโน้ตให้เคตะยืม และถ้าหลังเลิกเรียนวันไหนที่ทั้งคู่ว่าง เรียวเฮก็จะช่วยติวหนังสือให้เคตะทีบ้านของตัวเอง ...และวันนี้ก็เช่นกัน... ขณะที่ทั้งคู่ง่วนอยู่กับตำรานั้นเอง...
“กลับมาแล้ว” เสียงคุ้นๆหูก็ดังขึ้น ....เจ้าของบ้านอีกคนน่ะเอง... เสียงดังที่แทรกขึ้นท่ามกลางสมาธิที่อยู่กับตำรา ทำให้ทั้งเคตะและเรียวเฮรู้สึกตัวว่าเวลาได้ผ่านไปหลายชม.แล้ว
คนน่ารักเจ้าของห้องหันไปดูนาฬิกา...จะทุ่มนึงแล้วเหรอเนี่ยยย...
แล้วประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา “อ้าวว ยังติวกันอยู่เหรอ” เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ยังนั่งอยู่กับโต๊ะตั้งพื้นเล็กๆที่เรียวเฮยกเข้ามาที่ห้อง โดยมีหนังสือเปิดอยู่เต็มโต๊ะ “งั้นไม่รบกวนก็ได้” สีหน้าผิดหวังเล็กน้อย แล้วก็ทำท่าจะปิดประตูห้องไป
“กำลังจะเลิกแล้วล่ะ” เคตะบอก ทำเอาเจ้าตัวรบกวนยิ้มร่าราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ “วันนี้แค่นี้ละกัน” เคตะหันไปบอกคนร่างเล็ก...เขาไม่อยากรบกวนเรียวเฮมากนี่นา...
“อะ..อื้ม” คนน่ารักตอบแค่นั้น แล้วหันไปทางเพื่อนสนิท “ริวกินข้าวมารึยัง จะกินด้วยกันไม๊”
พอพูดเรื่องกินนายริวอิจิก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่มีเก็บอาการ “กินแล้ว แต่จะกินอีก”
คำตอบไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากที่คนน่ารักคิดไว้อยู่แล้ว ร่างเล็กๆค่อยลุกเดินไปที่ครัว"งั้นรอแป๊บนะ"
เคตะเห็นอย่างนั้นก็แอบขำ “นายนี่กินเก่งจริงๆ”
“แหมก็กับข้าวที่เรียวเฮทำอร่อยนี่นา ถึงไม่หิวก็อยากกิน”
คนน่ารักที่อยู่ในครัว ได้ยินก็แอบยิ้ม
“รึนายว่าไม่จริงล่ะ” พ่อคนกินจุพูดต่อ ทำเอาคนในครัวตื่นเต้นที่จะได้ฟังคำตอบ
เคตะมองหลังคนในครัวที่เข้าไปเตรียมอาหารอยู่ “อะ..อื้มม จริงด้วยเนอะ” ตอบยิ้มๆแต่ทำเอาคนในครัวแอบยิ้มหน้าบานไปแล้ว
หลายครั้งที่เคตะมาติวหนังสือที่บ้านนี้จนดึก เขาก็จะได้ร่วมกินข้าวเย็นกับทั้งสองคนที่นี่บ่อยๆ ยกเว้นวันที่ริวอิจิกลับดึกหรือไปค้างที่อื่น ที่เขาจะมีโอกาสได้อยู่กินข้าวกับคนน่ารักแค่สองคน แต่ก็มีน้อยมากทีเดียวเพราะถ้าริวอิจิรู้ว่าเคตะจะมาที่บ้าน เขาจะรีบกลับบ้านมาให้ทันก่อนเคตะจะกลับทุกครั้ง
...หลังมื้ออาหาร ได้เวลากลับบ้านของคนร่างยาวนี่ซะที...
“เดี๋ยวชั้นกลับละนะ ขอบใจมากนะวันนี้”
“งั้นชั้นไปส่งที่สถานีนะ” ริวอิจิรีบเอ่ยปากอาสา
“อีกแล้วเหรอ ไม่เป็นไรหรอก ชั้นมาตั้งหลายทีแล้ว กลับเองได้น่า” เคตะไม่อยากรบกวนเพื่อนมาก แค่เดินกลับเองแค่นี้จะเป็นไรไป เขาไม่ใช่เด็กๆซะหน่อย
“เอ่อ..ชั้นจะออกไปซื้อของที่เซเว่นหน้าสถานีน่ะ” ริวอิจิอ้าง เขามักจะอ้างนู่นอ้างนี่เสมอเพื่อจะได้มีโอกาสออกไปส่งหนุ่มหน้าสวยคนนี้ ก็เขาอยากมีโอกาสที่จะได้อยู่กับเคตะตามลำพังบ้างนี่นา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มักจะแสดงออกกับเคตะในฐานะเพื่อนเสมอ ทำให้อีกฝ่ายไม่เคยรับรู้อะไรเลย หลังจากได้สนิทกับริวอิจิเขาก็นับหนุ่มอารมณ์ดีคนนี้เป็นเพื่อนที่ดีคนนึงของเขา
“จะไปซื้ออะไรมากินอีกล่ะ” คนน่ารักแซว ทำเอาเคตะแอบขำอีกแล้ว
.....ขำไปเหอะ ถ้าเรื่องบ้าๆของฉันทำให้ฉันได้เห็นรอยยิ้มใสๆของนาย.... “ถ้างั้นก็ไปเลยนะ” ริวอิจิยังดื้อด้านจะออกไปด้วย
“ถ้างั้นไปนะ บ๊ายบาย” คนร่างสูงบอกลาคนในบ้าน ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป...
2B Continued
Chapter 6 Can you hear my heart?
.....หลายวันถัดมา.....
หลังเลิกเรียนขณะที่เด็กหนุ่มต่างพากันเดินออกจากห้องเรียน
“เรียวเฮ ฉันไปก่อนนะ” เสียงสดใสดังขึ้น ริวอิจิตะโกนบอกเพื่อนสนิทให้รู้ว่าตัวเองจะกลับก่อน
“อื้ม” ร่างเล็กตอบแค่นั้นแล้วยิ้มให้
“ไปนะเรียวจัง” กับเสียงอีกหลายหนุ่มร่วมห้องที่บอกลาคนน่ารักประจำโรงเรียน คนน่ารักได้แต่ยิ้มรับ แค่นี้หนุ่มๆก็ดีใจจะแย่แล้ววว “แล้วเดี๋ยวเจอกันนะ” ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับริวอิจิเป็นกลุ่มใหญ่
นร.ในห้องต่างทยอยกลับไปกันเกือบหมดแล้ว ห้องเรียนที่มักจะเสียงดังเกินพิกัดอยู่เป็นประจำเงียบลงไปถนัดตา คนร่างเล็กกำลังเก็บข้าวเก็บของเพื่อจะออกจากห้องนี้เช่นกัน ร่างสูงๆค่อยๆเดินใกล้เข้ามา
“เรียวเฮ วันนี้ว่างรึป่าว” เสียงเรียบๆดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาเรียวเฮตกใจเล็กน้อย
“อืมม จะว่าว่างก็ว่างอ่ะ” คนน่ารักตอบ “ทำไมเหรอ”
“อ่อ...คือ..อยากให้ช่วยติวเลขของเมื่อวานที่ฉันขาดเรียนให้หน่อยน่ะ” คนร่างยาวพูดเขินๆ เขารู้สึกว่าตัวเองต้องรบกวนเพื่อนใหม่คนนี้อยู่เรื่อยเลย
“อ้าววว แล้วนายไม่ทำงานเหรอวันนี้” คนน่ารักถาม ดวงตากลมโตแสดงอาการสงสัย ...ก็ตอนแรกเคตะบอกว่าวันนี้ทำงานนี่นา...
“อื้ม ไม่ทำแล้วล่ะ ผู้จัดการโทรมาบอกว่านายแบบอีกคนไม่สบายก็เลยขอเลื่อนไปก่อน ฉันก็เลยว่าง”
“....ฉันก็ว่างอยู่หรอกนะ...แต่ตอนแรกคิดว่านายคงไม่ว่าง เจ้าริวมันก็เอาเพื่อนมาถล่มบ้านน่ะสิ คงไปที่บ้านฉันไม่ได้หรอก” แต่ที่จริงแล้วถึงริวอิจิจะเป็นคนชวนเพื่อนไปที่บ้าน แต่เรียวเฮก็รู้ดีว่าทุกคนก็หวังจะให้เขามาร่วมวงด้วยกัน จะบอกว่าว่างมันก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก
“งั้นเหรอ...ถ้างั้นไปบ้านฉันก็ได้นิ” ร่างยาวพูดเสียงเรียบๆเหมือนเดิม ขณะที่หัวใจกำลังเต้นรัว รอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย
“อืม” คนน่ารักยิ้มอย่างไม่ลังเล “เอางั้นก็ได้….แต่เดี๋ยวชั้นต้องไปหาอาจารย์แป๊บนึง นายรอหน้าประตูโรงเรียนละกันนะ” เก็บข้าวเก็บของจนเสร็จเรียบร้อยดีแล้วกำลังจะถือกระเป๋าเดินไป
แขนเรียวๆหยิบกระเป๋าของคนร่างเล็กขึ้น “เดี๋ยวชั้นถือไปให้เอง” ร่างเล็กยิ้มให้แทนคำขอบคุณ ....รอยยิ้มนี่น่ะมีค่ากว่าคำขอบคุณจากปากเยอะ....
“งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ” เสียงนุ่มๆบอกก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้คนร่างยาวที่เหลืออยู่เป็นคนสุดท้ายในห้องเรียนแอบยิ้มคนเดียวอย่างมีความสุข
หลังจากเสร็จธุระที่ห้องพักอาจารย์แล้ว ไม่นานนักสองหนุ่มก็เดินทางมาถึงที่หมาย..ห้องของเคตะ..
นี่เป็นครั้งแรกที่เรียวเฮได้มาที่ห้องของเพื่อนใหม่คนนี้ ถึงเคตะจะเคยไปที่ห้องของเรียวเฮและริวอิจิอยู่บ่อยๆ แต่ทั้งสองคนไม่เคยมีโอกาสได้มาที่บ้านของหนุ่มหล่อคนนี้ซักที จริงๆแล้วเจ้าของห้องเองก็แทบจะไม่เคยชวนใครมาด้วยซ้ำ ก็เขาไม่ชอบสุงสิงกับใครนี่นา
คนน่ารักมองสำรวจห้องที่เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกอย่างตื่นเต้น ห้องของเคตะไม่ได้ต่างจากห้องของเรียวเฮและริวอิจินัก ครัว ห้องน้ำ และห้องนอนอีกสองห้องซึ่งห้องหนึ่งเคตะเอาไว้ใช้เก็บของ ที่จะต่างจากห้องของเรียวเฮและริวอิจิก็ตรงที่ขนาดใหญ่กว่าเกือบเท่านึง ก็เขาเป็นลูกคนรวยแถมยังเป็นดาราอีก ใครจะมาเช่าห้องเล็กๆอยู่กันล่ะ
“ห้องฉันเอง” ร่างยาวเปิดประตูห้องนอนของตัวเอง หลบให้คนร่างเล็กเดินเข้าไปก่อน เรียวเฮได้แต่มองสำรวจไปทั่ว ห้องโปร่งกว้างดูเป็นระเบียบ ข้าวของไม่มากนัก(เพราะเอาไปเก็บอีกห้องนึงหมด) ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ เตียงนอน โต๊ะหนังสือ ชั้นวางของเหล็ก ทีวี เกม และเครื่องเสียง ....ทุกอย่างแทบไม่มีอะไรต่างไปจากห้องของเรียวเฮ หากแต่เพียงทุกอย่างนั้นดูดีและหรูกว่าก็เท่านั้นเอง...
“เดี๋ยวชั้นมานะ” เจ้าของเสียงเรียบวางกระเป๋า แล้วเดินออกนอกห้องไป
ร่างเล็กค่อยๆนั่งลงบนเตียงนุ่ม หยิบโทรศัพท์ขึ้น
“ฮัลโหล ริวเหรอ ฉันเองนะ ...พอดีติดธุระนิดหน่อย คงไม่ได้กลับไปร่วมวงกับพวกนายนะ ฝากขอโทษเพื่อนด้วย” เสียงดังๆที่หันไปบอกเพื่อนๆว่าคนน่ารักกลับมาร่วมวงกับพวกเขาไม่ได้ซะแล้วผ่านทางหูโทรศัพท์เข้ามาพร้อมกับเสียงร้องแสดงความเสียดายของเพื่อนๆอีกหลายคน “งั้นแค่นี้นะ” คนน่ารักรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ไปร่วมสนุกกับเพื่อนไม่ได้ พูดได้แค่นั้นแล้วก็ตัดสายไป
“โทรหาใครเหรอ” ร่างยาวเจ้าของห้องกลับมาพอดี พร้อมน้ำสองแก้ว แล้วยื่นแก้วหนึ่งให้คนที่นั่งอยู่บนเตียง
“ริวน่ะ โทรไปบอกว่าอาจจะกลับดึก” รับแก้วน้ำมา ยิ้มให้แทนคำขอบคุณเช่นเคย
พักเหนื่อยกันไม่นาน ก็ได้เวลาติวหนังสือกันซะที ร่างสูงๆหาเก้าอี้มาวางที่โต๊ะเขียนหนังสืออีกตัวเพื่อให้นั่งได้สองคน หยิบหนังสือ สมุดมาวางตรงหน้า แล้วทั้งคู่ก็จดจ่ออยู่กับตำราอีกครั้ง...
ถึงจะเคยติวหนังสือสองต่อสองกับเรียวเฮหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ไปติวที่ห้องของเรียวเฮ พวกเขาจะใช้โต๊ะเตี้ยที่วางกับพื้นแล้วนั่งคนละมุม แต่วันนี้...ตอนนี้คนน่ารักคนนี้นั่งอยู่ข้างๆร่างสูงเพรียว ...ใกล้...กันมากขึ้น…ในห้องของเขาเอง....
ร่างเล็กไม่ได้คิดอะไรก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองหนังสือตรงหน้า เขาขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้คนข้างๆมากขึ้นเพื่อให้ดูหนังสือด้วยกันได้สะดวก เคตะที่สูงกว่ามองเห็นผิวแก้มเนียนๆใสๆของคนตรงหน้าอย่างชัดเจนโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกตัวเลย
...เวลาผ่านไป... วิชาเรียนไม่ได้เข้าสมองเคตะเลยซักนิด สมาธิทั้งหมดหายไปกับผิวขาวใส ริมฝีปากสวย กับดวงตากลมโต และกลิ่นหอมอ่อนๆของคนตรงหน้าจนหมดสิ้น
....โอ๊ยยย เรียนไม่รู้เรื่องเลยโว๊ยยยยย.... ร่างสูงๆแอบบ่นในใจ ก็ดันมีคนน่ารักซะขนาดนี้มายั่วอยู่ตรงหน้าจะให้ไม่คิดได้ยังไงล่ะ ...ทำไมหมอนี่มันน่ารักอย่างงี้นะ....
“......ทำแบบนี้แล้วก็จะได้คำตอบ ...เข้าใจไม๊” เสียงหวานๆถามเมื่ออธิบายตำราเสร็จ ...แต่..เงียบไม่มีคำตอบ... เสียงหวานใสไม่ได้เข้าหูคนฟังเลยซักนิด เพราะมัวแต่หลงกับอย่างอื่นไปแล้วว “เคตะ!!!เคตะ ฟังอยู่รึป่าว” เจ้าของเสียงหวานเงยหน้าขึ้นมาเรียกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนร่างยาวนี่ไม่ได้ฟังตัวเองเลย
เคตะรีบตื่นจากอาการเพ้อทันที “หะ..หา ยังไงนะ..ขออีกทีได้ไม๊” ก็ไม่ได้ฟังนี่นาจะไปเข้าใจอะไรล่ะ
คนน่ารักขมวดคิ้วออกอาการงงๆ แต่สำหรับคนตรงหน้าแล้วดูยังไงก็น่ารักไปหมด “นายเป็นอะไรรึป่าว ไม่มีสมาธิเลยนะ”
“เอ่อ...ป่าวๆ..สอนต่อเหอะ” ร่างยาวรีบปฏิเสธ แล้วหันหน้ากลับเข้าหาตำราที่โต๊ะ
“ไม่เอาละ” เสียงหวานๆชักจะงอนซะแล้ว
“อ่าววว..ชั้นขอโทษ คราวนี้จะตั้งใจเรียนละ” เคตะรีบขอโทษกลัวอีกฝ่ายจะโกรธที่อุตส่าห์มาติวให้ตัวเองกลับไม่สนใจฟังซะนี่ “อย่าเพิ่งโมโหสิ”
“ป่าวซะหน่อย แค่จะบอกว่าขอพักก่อนเอง” แล้วก็หันมายิ้มที่แกล้งหลอกหนุ่มหล่อคนนี้ได้บ้าง
....น่ารักจังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...ในหัวของเคตะมีแต่คำนี้ไปแล้ว ><
ร่างเล็กลุกจากโต๊ะมานั่งลงบนเตียง แล้วปล่อยตัวลงนอนมองเพดานอย่างผ่อนคลาย เคตะหันจากโต๊ะตามร่างนั้นมา ร่างเล็กๆนอนบนเตียงตามขวาง ห้อยขาลงกับพื้น สีหน้าไร้เดียงสาอย่างที่สุด ...เหมือนเด็กๆเลยน้า...ร่างยาวยังได้แต่แอบคิดอยู่แค่นั้น แล้วก็ค่อยๆลุกมานั่งลงที่เตียง ปล่อยตัวลงนอนข้างๆ
“เตียงนายนอนสบายดีนะ” คนน่ารักหันมายิ้มเหมือนเด็กเล็กๆ เคตะยิ้มตอบไม่พูดอะไร แต่รอยยิ้มหวานๆแถมอยู่ใกล้แบบนี้นี่มันทำเอาหัวใจมันลอยไปไหนถึงไหนแล้วก็ไม่รู้
ร่างเล็กค่อยลุกขึ้นนั่งท่าเดิม “พอดีกว่า ไม่งั้นได้หลับจริงแน่ๆ” แล้วก็มองสำรวจไปรอบๆห้องอีกครั้งอย่างสบายใจ ...ห้องที่เขาเพิ่งเคยเข้ามาเป็นครั้งแรก... เขามองไปที่หัวเตียงเห็นกรอบรูปตั้งอยู่ ...เป็นรูปเด็กเล็กๆตากลมใสน่ารักน่าเอ็นดู... “นี่รูปนายเหรอ” แล้วก็หันมาถามเจ้าของห้องที่ยังนอนอยู่
“อืมมม ใช่” เสียงตอบแบบไม่ใส่ใจเช่นเคย เขาไม่ค่อยอยากให้เรียวเฮได้เห็นซักเท่าไหร่หรอกนะ รูปสมัยเด็กๆน่ะ ถึงรูปนี้จะเป็นรูปที่เขาชอบก็เถอะ
ร่างเล็กมองเด็กในรูป แล้วยิ้มก่อนจะเอ่ยปากชม“น่ารักจังเลยยยยย” เสียงหวานใสทำเอารอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าคนที่นอนอยู่ “ไม่เห็นเหมือนตอนนี้เลย” แล้วก็หันกลับมองหน้าตัวจริงที่อยู่ข้างๆ
ร่างยาวแอบเหล่ให้ แต่ไม่พูดอะไร คนน่ารักก็ได้แต่หัวเราะคิกคัก
....มันจะน่ารักเกินไปแล้วนะ....
“เอาล่ะ หมดเวลาพักแล้ว” ร่างเล็กพูดเสียงดัง ลุกขึ้นยืนจากเตียงกลับไปนั่งต่อที่โต๊ะ “กลับมาเรียนได้แล้ว เคตะ” บอกร่างยาวที่ยังนอนอยู่ให้ลุกขึ้นโดยที่ยังก้มหน้าอยู่กับโต๊ะ
ร่างยาวค่อยๆดันตัวขึ้นจากท่านอนอย่างเชื่องช้า ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง “เรียวเฮ” ร่างยาวเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบที่ไม่ค่อยจะมี โชคร้ายที่คนน่ารักดันไม่รู้สึกเพราะมัวแต่สนใจกับตำราตรงหน้าซะมากกว่า
“หืมมม”เสียงหวานๆทักตอบทั้งๆที่ยังก้มหน้าอยู่อย่างนั้น
แล้วแขนเรียวยาวสองข้างก็เข้ามาโอบเขาไว้จากด้านหลังอย่างแผ่วเบาที่สุด ร่างเล็กไม่ทันได้ตั้งตัว ตกใจหน้าแดงจนทำอะไรไม่ถูก “เค..เคตะ...เดี๋ยวสิ”
...ฉันชอบนายนะ รู้ตัวบ้างไม๊...คำที่ผุดขึ้นในหัวของร่างสูงโปร่งนั่น แต่ปากหนักๆมันไม่ยอมขยับซะนี่ เขาได้แต่กอดร่างเล็กนั้นไว้กับอกอย่างนุ่มนวล อบอุ่น ราวกับกลัวว่ามันจะแตกร้าวได้ถ้าเขาออกแรงมากกว่านี้เพียงเล็กน้อย ..ถ้าชั้นไม่พูด นายจะได้ยินมั่งมั๊ย เสียงข้างในหัวใจ...นายจะรับรู้มันบ้างรึป่าว.....มันจะส่งไปถึงนายได้รึป่าว....
ร่างเล็กๆไม่รู้จะทำหน้ายังไงแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายไม่พูดอะไรเลย เขายกสองแขนของตัวเองขึ้น ฝ่ามือสัมผัสกับแขนเพรียวที่โอบเขาอยู่....นายรู้สึกยังไงกับชั้นนะ...รักชั้นบ้างรึป่าว......รัก...ใช่มั้ย...ชั้นเชื่อความอบอุ่นนี่ได้ใช่มั้ย.....
2B Continued
Chapter 7 Circle of Love
ค่ำวันนั้นคนน่ารักกลับบ้านโดยมีเคตะมาส่งถึงที่
“กลับมาแล้ว” เสียงหวานใสตะโกนบอกเพื่อนร่วมห้อง ที่หน้าประตูยังมีรองเท้ากองๆอยู่หลายคู่ ...เพื่อนๆยังไม่กลับกันนี่นา…
“เย้ เรียวจังกลับมาแล้ว” เสียงหนุ่มๆดังขึ้นแล้ววิ่งมาที่หน้าประตูก่อนเจ้าของบ้านซะอีก “เรียวจังไปไหนมาน่ะ พวกเรารอตั้งนานแน่ะ ว่าจะกลับกันตั้งหลายทีแล้ว”
“เอ่อ..ก้อนิดหน่อยน่ะ” คนน่ารักตอบยิ้มๆ ...รอยยิ้มแค่นี้ก้อคุ้มค่าพอที่หนุ่มๆอยู่รอแล้วล่ะ..
“กลับมาแล้วเหรอ” เจ้าของบ้านค่อยเยื้องย่างออกมา .. “อ้าววว” แล้วก็ตกใจที่เห็นคนร่างยาวหน้าสวยยืนอยู่ที่หน้าประตูด้วย “นี่นายไปธุระกับเคตะน่ะเหรอ”
“อะ..อื้มมม” ร่างเล็กตอบ แก้มขาวใสดูเป็นสีชมพูเรื่อๆ
“งะ..งั้นเหรอ” ริวอิจิไม่พูดอะไรต่อ รู้สึกน้อยใจขึ้นมาเล็กๆที่เรียวเฮไม่บอกเค้าก่อนว่าจะไปกับเคตะ
“ถ้างั้นฉันกลับก่อนนะ” ร่างยาวพูดเสียงเรียบๆ
“อ้าว จะกลับเลยเหรอ” คนน่ารักหันไปถาม
“อื้ม ดึกแล้วน่ะ กลับเลยดีกว่า นายมีแขกด้วยนี่นา”
“โอเค งั้นกลับดีๆนะ ขอบคุณที่มาส่ง” คนน่ารักยิ้มให้อีกแล้ว
“โชคดีนะ” ริวอิจิบอกลา แล้วร่างสูงๆก็เดินออกจากที่นั่นไป ส่วนหนุ่มๆที่เหลือก็กลับเข้าห้องไปเฮฮาปาร์ตี้กันต่อ ริวอิจิเองก็ทำสีหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...แต่เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างเพื่อนร่วมห้องน่ารักคนนี้กับเด็กใหม่หน้าสวยนั่นจะมีอะไรกันรึป่าว...
ชม.วิทยาศาสตร์วันนี้อาจารย์ลาหยุด ห้องของหนุ่มๆของเราก็ได้มีเวลาว่างฟรีๆหนึ่งชม. เสียงดังโวยวายกระหึ่มขึ้นทันทีที่ไม่มีอาจารย์มาคุม
“ริว ชั้นจะไปห้องสมุดนะ” เสียงหวานใสคุ้นๆหูดังขึ้น
“เออๆ” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ใส่ใจซักเท่าไหร่นัก แต่กลับไปสนใจใครคนอื่นมากกว่า “เคตะ ไปเตะบอลกันเหอะ” เสียงดังร่าเริงเหมือนเคยไม่มีผิดเพี้ยน
ร่างยาวกำลังรีบเก็บข้าวเก็บของบนโต๊ะ หันมามองหน้ายิ้มแย้มเห็นเขี้ยวสวยๆของเพื่อน “โทษที ชั้นก็ต้องไปห้องสมุดกับเรียวเฮ จะให้เค้าช่วยหาหนังสือสำหรับทำรายงานน่ะ เพราะเดี๋ยวถ้ามีงานแล้วชั้นอาจจะต้องหยุดเรียนอีก” ร่างสูงพูดขณะลุกขึ้นยืน ริวอิจิหันไปมองประตูห้องก็เห็นคนร่างเล็กเพื่อนสนิทของตัวเองยืนรออยู่แล้ว
“อ้าว เหรอ ไปด้วยกันหรอกเหรอ” ยิ้มกว้างหุบลงทันที น้ำเสียงผิดหวังอย่างรุนแรง
“โทษทีนะเพื่อน” พูดแค่นั้นแล้วก็รีบออกจากห้องไปพร้อมกับคนน่ารัก ริวอิจิได้แต่มองตามตาละห้อย....
.....แล้วเสียงคนน่ารำคาญอีกคนก็ดังขึ้น “เรียวจังจ๋า~~~~~” ไม่ต้องบอกทุกคนในห้องก็รู้ว่าเป็นใคร...พี่จุนนั่นเอง.. “อ้าว เรียวจังไม่อยู่เหรอ” มองซ้ายมองขวาหาคนน่ารัก แต่ก้อไม่อยู่ซะแล้ว “ริวอิจิๆ เรียวจังไปไหนอ่ะ” หาคนที่ต้องการตัวไม่เจอก็เลยหันไปถามจากเพื่อนสนิทแทน
“จะไปรู้เหรอ” น้ำเสียงเย็นชาดูไม่สบอารมณ์ซะแล้ว ทำเอาหนุ่มผู้เป็นรุ่นพี่ยังจ๋อย ก็คนร่าเริงเกินพิกัดอย่างริวอิจิเคยโมโหอะไรกับใครเค้าซะที่ไหนล่ะ
ในเมื่อหาตัวคนน่ารักไม่เจอ แถมยังโดนโมโหใส่ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร(โถ น่าสงสาร) นายจุนผู้แสนจะร่าเริงก็ต้องเดินคอตกกลับห้องของตัวเอง
“พี่จุน รอเดี๋ยว” เสียงที่เคยสดใสอยู่เป็นเสมอฟังดูจริงจังกว่าปกติมากนัก แล้วก็เพิ่งนึกได้ว่านี่มันชม.เรียนนี่หว่า ที่ห้องเขาไม่เรียนเพราะอาจารย์ไม่มา แล้วจุนมาได้ไงวะ?? “พี่ไม่เรียนเหรอ??”
“เหอะๆ ฉันโดดมาน่ะสิ เมื่อเช้าห้องฉันก็มีวิชาของอาจารย์คนนี้ก็เลยรู้ว่าเค้าไม่มา แล้วชั้นก็รู้ตารางเรียนห้องนาย พอถึงคาบนี้ชั้นก็เลยโดดมาหาเรียวจัง แต่ดันไม่อยู่ซะนี่” น้ำเสียงและสีหน้าแสดงความผิดหวังไม่ต่างอะไรจากคนร่าเริงอีกคนตรงหน้าเลย
“งั้นก็ดี ผมมีเรื่องจะคุยด้วย ไปด้วยกันหน่อยสิ”
“อะไรของนาย” สีหน้าสงสัยแต่เอาเหอะ ไหนๆก็โดดมาแล้ว จะกลับห้องตอนนี้ก้อไม่มีประโยชน์ “ไปก็ได้ แต่อย่าให้อาจารย์มาเห็นว่าฉันโดดละกัน”
“ก็ต้องอย่างงั้นอยู่แล้วล่ะ” ริวอิจิรับคำ แล้วก็ลากหนุ่มรุ่นพี่ไปที่ดาดฟ้าของตึกเรียน
เวลาบ่ายๆแดดแรงๆแบบนี้ไม่มีใครบ้าขึ้นมาอยู่บนดาดฟ้าอยู่แล้วล่ะ ริวอิจิหามุมหลบแดดเพื่อใช้เป็นที่คุย
“ทำไมต้องขึ้นมาถึงบนนี้วะ ร้อนจะตาย” จุนบ่น
“อ้าวว ก็ไม่อยากให้อาจารย์จับได้ไม่ใช่เหรอ”
“เออ ก้อใช่ แต่ไม่เห็นต้องเป็นดาดฟ้าเลยนี่หว่า”
“เอาน่า ผมเองก็ไม่อยากให้ใครมาได้ยินเรื่องที่เราจะคุยกันด้วย” จุนได้ยินอย่างั้นก้ออึ้งไปเล็กน้อย ...มันมีเรื่องซีเรียสอะไรนักหนา แล้วทำไมต้องมาคุยกะกรูวะ...
“นายจะสารภาพรักกะชั้นรึไง” จุนถอยหลังมาก้าวนึง ทำหน้ากลัวๆ “ไม่เอานะเว๊ยยย”
“โธ่ รู้ได้ยังไงอ่ะพี่ก็....” แกล้งทำเสียงหวาน ก่อนจะ “ไม่ใช่โว้ยยยยย!!!!”
...เฮ้อ...จุนแอบถอนหายใจ ...โล่งอกไปที... “งั้นมีอะไรวะ??”
“คืองี้..” ริวอิจิค่อยๆนั่งยองๆลงที่พื้น ดึงมือจุนให้นั่งลงด้วยเช่นกัน “พี่ชอบเรียวเฮใช่ม๊ะ”
จุนงงกับคำถามเล็กน้อย ของอย่างงี้รู้ๆกันอยู่ไม่เห็นต้องถาม “ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นจะตามตื้อเป็นปีอยู่เนี่ยเหรอ แต่เรียวจังสิไม่เคยสนใจฉันเลย” หนุ่มรุ่นพี่พูดพลางแสดงสีหน้าท้อแท้ “ฉันเองก็อยู่ปีสามละ ปีนี้ก็ต้องเอนท์อีก แล้วนี่ยังได้ยินมาอีกว่าพวกนายสองคนสนิทกับเจ้าเด็กใหม่นั่นด้วยใช่ม๊ะ”
“ก็ใช่น่ะ...” ริวอิจิพูดแล้วก้อเงียบไปนิดนึง “...แล้วพี่จะปล่อยไว้งี้เหรอ”
จุนงงกับคำถามที่ได้ยินอีกรอบ....ไอ้หมอนี่มันมาแปลกๆวุ้ยย... “นายจะเชียร์ชั้นกะเรียวจังเหรอ??? ทุกทีฉันเห็นแต่นายคอยกันท่านี่นา”
“อืมม ..ก็...” เริ่มหาข้ออ้างไม่ถูก “...ผมมาคิดๆดูแล้ว...พี่เองก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร แล้วถ้าพี่รักเพื่อนผมจริง ผมก็น่าจะช่วยเชียร์จริงม๊ะ”
“พูดจริงอ่ะ” สีหน้ายังระแวงๆอยู่ ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เฮ้อ....แต่ท่าทางเรียวจังเค้าไม่ได้สนใจอะไรชั้นเลยนี่นา บางทีฉันควรจะตัดใจด้วยซ้ำ”
“ไม่ชอบแต่ก็ไม่ได้เกลียดนี่นา ถ้าพี่ทำให้เค้ารู้ว่ารักจริงๆ เค้าอาจจะใจอ่อนก็ได้นะ” ใช่...เค้ารู้ดีว่าเรียวเฮไม่เคยรังเกียจอะไรจุนเลย แต่ที่คอยหนีอยู่เรื่อยเพราะรำคาญซะมากกว่า
“แค่นี้ยังไม่รู้อีกเหรอ แล้วจะให้ทำไงวะ” สีหน้าเริ่มเครียด
“โธ่พี่ ...ที่พี่ทำอยู่มันดูน่ารำคาญมากกว่า พี่ต้องแสดงความจริงใจให้เค้าเห็นสิ” ...นั่น..เป็นไปตามแผน... “พี่ก็รู้ว่าเรียวเฮมันเป็นคนยังไง ถ้าพี่ทำให้เค้ารู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของพี่ มันก็ต้องเข้าใจบ้างแหละ”
“จริงเหรอ” รุ่นพี่หนุ่มยังสับสนอยู่
“เออดิ พยายามเข้าพี่” เสียงให้กำลังใจหนักแน่น
“แล้ว...ทำไมนายถึงมาบอกชั้นวะ” ยังไงจุนก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดี
“เออน่า...ถามอยู่ได้” ริวอิจิลุกขึ้นยืน “สู้เค้าละกัน อย่าให้เคตะแย่งไปได้ละ ผมไปละนะ” แล้วเดินลงจากดาดฟ้าไป ....ไม่ผิดใช่ไม๊ที่ทำแบบนี้...ก็เรียวเฮเคยบอกเค้าเองว่าไม่ได้มีอะไรกับเคตะ เค้าไม่ได้จงใจจะทำลายความสัมพันธ์ของใครซักหน่อย...ก็แค่..ทำตามความต้องการของหัวใจ...ก็เท่านั้น...
...ระหว่างนั้น...ที่ห้องสมุดขนาดใหญ่สมกับเป็นโรงเรียนหรู ระหว่างชม.เรียนแบบนี้แทบจะไม่มีคนเข้ามาเลย ห้องหนังสือขนาดใหญ่ที่ผู้คนเบาบาง...เงียบสงัด...
เรียวเฮกับเคตะหาโต๊ะว่างๆ วางของแล้วถือลิสท์หนังสือที่ต้องการ เดินเข้าตามชั้นหนังสือโดยมีร่างเล็กเดินนำ... ห้องสมุดที่เงียบสงบ ที่ช่องทางเดินระหว่างชั้นหนังสือมีเพียงร่างเล็ก กับคนสูงเพรียวเท่านั้น....
เคตะเดินตามหลังร่างเล็กนั้นเงียบๆ ร่างเล็กเพรียวบาง...ผิวขาวใส....ผมเส้นเล็กสีน้ำตาลอ่อน...ร่างยาวรู้สึกอยากจะโอบกอดคนตรงหน้าไว้ให้นุ่มนวลและอ่อนโยนที่สุด ราวกับร่างเล็กเป็นแก้วใสบางๆที่แตกร้าวได้ง่ายดายซะเหลือเกิน
คนน่ารักเดินนำไม่ได้รู้เรื่องอะไรหยิบลิสท์ขึ้นมาดู ค่อยๆมองหาที่ชั้นแล้วเลือกออกมาทีละเล่มๆ ส่วนร่างยาวนั้นถึงในใจจะแอบเพ้อไปไกลแล้วแต่ก็ยังได้แต่เดินตาม คอยช่วยถือหนังสือที่เรียวเฮเลือกออกมา
“เล่มสุดท้ายแล้ว” คนน่ารักยิ้มดีใจเมื่อใกล้จะเสร็จธุระซักที “อยู่ไหนน้า...........อ๊ะ เจอแล้ว” คนร่างเล็กยืดแขนขึ้นเพื่อจะหยิบหนังสือที่อยู่ชั้นบนสุด แต่ตัวเล็กๆแบบนี้จะหยิบถึงได้ยังไงเล่า
เคตะวางกองหนังสือที่ถืออยู่ลงกับพื้น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหนังสือที่อยู่ชั้นบนให้อย่างง่ายดาย “เอ้านี่” ยื่นหนังสือนั่นให้คนน่ารัก
เรียวเฮหันมายิ้มขอบคุณเหมือนทุกครั้ง แก้มใสมีสีระเรื่อขึ้น นึกอายที่ตัวเองตัวเล็กซะเหลือเกิน แล้วก็จะยื่นมือออกไปรับหนังสือ “ขอบบ....” ...เคตะคว้าโอกาสที่ใบหน้าขาวใสนั้นเข้ามาใกล้ ก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มนั่นอย่างนุ่มนวล...
ร่างเล็กได้แต่ตกใจทำอะไรไม่ถูก หนังสือที่รับมาร่วงหล่นจากมือ แต่เขาก็ไม่ได้นึกรังเกียจเลยซักนิด ร่างเล็กหลับตาลงรับจูบอ่อนโยนนั่นอย่างเต็มใจ แม้จะไม่ได้จูบตอบอีกฝ่ายก็ตาม...
ร่างยาวค่อยๆถอนริมฝีปากขึ้นช้าๆ ห้องสมุดใหญ่ที่เงียบกริบ ทำให้ได้ยินถึงเสียงลมหายใจที่อยู่ใกล้กัน
ร่างเล็กรีบหันหน้าหลบไปทางอื่นเพราะรู้สึกร้อนๆตั้งแต่แก้มใสไปจนถึงใบหู แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าที่ถูกย้อมสีเข้มกว่าเคยก็ถูกสังเกตเห็นได้ง่ายอยู่ดี
“เอ่อ....” ร่างยาวเองก็นึกคำพูดไม่ออกเหมือนกัน ....ดันจูบไปจนได้วุ้ย.... “ได้หนังสือครบแล้วใช่มั้ย งั้นกลับห้องกันเหอะ” ก้มลงเก็บหนังสือที่ร่างเล็กทำตก พร้อมกับหนังสืออีกหนึ่งกองที่วางลงเมื่อครู่ แล้วรีบเดินออกจากทางเดินระหว่างชั้นวางหนังสือนั้น
ร่างเล็กมองตามคนที่เดินออกไป ค่อยๆยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากตัวเองอีกครั้ง จูบที่อ่อนโยนและนุ่มนวลที่สุด ....ชั้นจะหวังอะไรจากจูบของนายได้รึป่าวนะ.....
2B Continued
Chapter 8 Breaking Down
หลายวันต่อมา...... ออดสัญญาณบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น เสียงของคนทั้งโรงเรียนดังไปทั่ว ระเบียงหน้าห้องเรียน สนามบอล ห้องชมรม ต่างมีเด็กนร.วิ่งเข้าออกพลุ่งพล่าน ร่วมถึงห้องเรียนห้องเดิมๆนี้ด้วย ...ปี2ห้องB…
“เคตะ วันนี้นายไม่ทำงานใช่ม๊ะ” เสียงสดใสของกรรมการห้องดังขึ้นอย่างเคย
“อื้ม” ร่างยาวตอบ นานๆทีจะไม่มีงานหลังเลิกเรียนแบบนี้ ดีจังเลย
“งั้นไปเล่นเกมที่บ้านชั้นนะ” เจ้าของเสียงดังยิ้มร่าโชว์เขี้ยวสวยๆ ใครเห็นก็อดยิ้มตอบไม่ได้ล่ะ ร่างยาวคิดอยู่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร เสียงดังๆก็แทรกขึ้นมาอีก “น้า นะๆๆๆๆๆ ไปนะ”
“อืมม ก็ได้ๆ” ก็เล่นอ้อนซะขนาดนี้ จะปฏิเสธก็ดูใจร้ายไปหน่อย อีกอย่างพักนี้เขาก็ไม่ค่อยได้อยู่กับริวอิจิซักเท่าไหร่ เพราะเวลาว่างจากงานก็ต้องติวหนังสือกับเรียวเฮสองคนอยู่บ่อยๆ
“เย้” พ่อคนเสียงดังดีใจอย่างไม่มีเก็บอาการเหมือนเคย เคตะก็ได้แต่ยิ้มๆ ริวอิจิน่ะเป็นคนร่าเริงสุดๆ ชอบทำห้องเรียนเสียงดังอยู่เสมอ ถึงจะเป็นกรรมการห้องที่ไม่ได้เรื่องแต่ก็เป็นเพื่อนที่ดีมากๆคนนึง “ถ้างั้นไปกันเลยนะ” คนตัวเตี้ยกว่ายกแขนขึ้นพาดคอร่างสูงๆจะเดินออกจากห้องไปกันสองคน “ชั้นกลับก่อนนะเรียวเฮ” ตะโกนบอกลาเพื่อนๆทั้งๆที่ไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ ...จะรีบกลับไปอยู่กับเคตะสองคนนี่นา...
“อื้ม แล้วเจอกัน” คนน่ารักตอบเสียงใส
“อ่าว เรียวเฮไม่กลับด้วยกันหรอกเหรอ” ร่างยาวหันกลับมาที่ห้อง มองหาคนน่ารักที่ยังอยู่ที่โต๊ะอยู่เลย
“อ่อ..วันนี้เรียวเฮมันต้องไปเรียนพิเศษน่ะ” ริวอิจิว่า ...นานๆทีฉันถึงจะได้มีโอกาสอยู่กะนายสองคนนะโว๊ยย...
“อื้ม ชั้นต้องเรียนพิเศษน่ะ โทษทีนะ” เก็บของเสร็จเรียบร้อยก็เดินตัดหน้าออกนอกห้องไป “แล้วเจอกันที่บ้านนะริว บ๊ายบาย”บอกลาเพื่อนแล้วก็ยิ้มให้ร่างสูงๆที่ยืนขนาบข้างอยู่ด้วย ริวอิจิยกมือให้ว่า..รับทราบ..แล้วร่างเล็กก็วิ่งลงจากตึกไป
....อ่าวว เรียวเฮไม่ว่างหรอกเหรอ....รู้สึกว่าร่างยาวจะแอบเสียดายอยู่ แล้วก็ใช่ว่าคนข้างๆจะไม่รู้สึกแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ริวอิจิยกแขนขึ้นกอดคอร่างสูงอีกครั้ง “เราก็กลับกันเถอะ” น้ำเสียงกับรอยยิ้มนั้นก็ยังสดใสเหมือนเคย
“โอเคเพื่อน” ร่างยาวยิ้มรับ แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากโรงเรียนไปด้วยกัน
ไม่นานนักทั้งสองคนก็มาถึงที่หมาย ...อพาร์ทเมนท์ของเรียวเฮ และริวอิจิ ...วันนี้ต่างจากทุกครั้งตรงที่คนร่างเล็กน่ารักไม่ได้อยู่ด้วย...แต่ก็เอาเหอะเดี๋ยวเรียนพิเศษเสร็จก็กลับมาแล้ว เราก็นั่งเล่นกับเจ้าริวรอไปละกัน...
ร่างยาวเดินตามเพื่อนขึ้นไปที่ห้อง ...ห้องของหมอนี่ก็ยังรกเหมือนเดิม... เคตะได้แต่ยิ้ม ส่ายหน้าเบาๆ ถึงแม้เขาจะไม่เคยได้มาที่นี่เวลาที่คนน่ารักไม่อยู่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมานั่งเล่นที่ห้องนี้เลย
พอวางข้าวของเสร็จเจ้าของห้องลงนั่งตรงหน้าทีวี ยกวีดีโอเกมออกมาต่ออย่างรวดเร็ว ร่างยาววางของตามแล้วเดินไปนั่งข้างๆ
“วันนี้เล่นอะไรดีล่ะ” ริวอิจิหันมาถามพร้อมรอยยิ้มร่าเหมือนเคย ดูเหมือนว่าวันนี้จะยิ้มกว้างกว่าทุกครั้งซะอีก
“อืมมม” หน้าสวยๆก้มลงมองกองแผ่นเกมตรงหน้า หาๆๆๆ แล้วก้อเลือกมาอันนึง....เกมฟุตบอลนั่นเอง “เอาอันนี้ละกัน” ยิ้มแล้วยื่นให้เพื่อน
“โอเค” ริวอิจิรับแผ่นเกมมา ยัดลงใส่เครื่อง(ยัดเลยเหรอ???) ....กรูว่าแล้ว...ให้หมอนี่เลือกทีไรต้องเป็นเกมฟุตบอลทุกที....
และแล้วสองหนุ่มก้อคร่ำเคร่งกับเกมตรงหน้าไม่สนใจอะไรรอบข้างอีกเลย
.....เวลาผ่านไปหนึ่งชม.... สองชม.... คนน่ารักยังไม่กลับห้อง สองหนุ่มก็ยังคงเอาจริงเอาจังกับเกมตรงหน้าต่อไป...
“เย้ ชั้นชนะ” เสียงร้องดังอย่างร่าเริงของคนที่มักจะเงียบขรึมอยู่เสมอ ...ถ้าที่นี่เป็นที่รร.ทุกคนคงได้หันมามองแบบไม่เชื่อสายตาตัวเองเป็นแน่ ที่คนร่างยาวคนนี้ก็แสดงอารมณ์อะไรแบบนี้ได้กับเค้าเหมือนกัน...
“โหยย แพ้อีกละ ให้นายเลือกเกมเองทีไรชั้นแพ้ทุกทีเลย” ริวอิจิโวยวายเล็กน้อย ทิ้งตัวลงนอนกับพื้น
“อ๊ะ ข้างนอกมืดแล้วล่ะ” ร่างยาวพูดเมื่อหันไปมองนอกหน้าต่าง ก่อนจะยกแขนขึ้นดูนาฬิกา “ทุ่มนึงแล้วแฮะ”
“หิวจัง” ริวอิจินอนกลิ้งอยู่กะพื้นไม่สนใจหรอกว่าจะมืดจะค่ำยัง แต่นี่ได้เวลาเติมพลังแล้ว... “โทรสั่งพิซซ่าดีก่า” ร่างใหญ่ๆลุกขึ้นจากท่านอนทันควัน คว้าโทรศัพท์จัดการสั่งเสร็จเรียบร้อยไม่มีถามความเห็นคนข้างๆเลยซักนิด
“อ่าว สั่งไปแล้วเหรอ ..เดี๋ยวยังไงเรียวเฮเค้ากลับมาก้อต้องทำข้าวเย็นไม่ใช่เหรอ” เคตะถามทันทีที่เพื่อนพับโทรศัพท์ลง ก็ถึงแม้ว่าจะไปเรียนพิเศษแต่เรียวเฮก็มักจะกลับมาทำข้าวเย็นกินเองที่บ้านเพราะต้องทำเผื่อเจ้าเพื่อนตัวนี่ด้วยทุกครั้ง
“เดี๋ยวก็ค่อยกินอีกรอบสิ” พ่อคนอารมณ์ดีตอบหน้าตาเฉย เคตะได้แต่ส่ายหน้า...กินเข้าไปได้ กระเพาะคนรึป่าววะ...
.....คุยเล่นกันอยู่ไม่นานนัก พิซซ่าก็มาส่งถึงที่ (รับประกันส่งภายใน30นาทีรึป่าวเนี่ย?) เจ้าของบ้านวิ่งออกไปรับ จ่ายเงินเสร็จก้อยิ้มร่าเริงสุดริด แล้วยกกล่องพิซซ่าเข้ามาวางที่พื้นห้องก่อนจะค่อยๆนั่งลงหน้าทีวีอีกครั้ง “กินกันเหอะ” สีหน้ามีความสุขซะเหลือเกิน
....แล้วสองหนุ่มวัยกำลังกินกำลังโตก็จัดการพิซซ่าซะหมดเรียบในเวลาไม่นาน จริงๆแล้วดูเหมือนว่าคนที่จัดการเรียบจะเป็นริวอิจิซะมากกว่านะ
“เฮ้อ อิ่มจังเลยยยยยย” กินไปคนเดียวกว่าครึ่ง ไม่อิ่มก้อให้มันรู้ไปสิ
“แล้วเดี๋ยวจะกินข้าวลงอีกเหรอเนี่ย” ร่างยาวถาม ตัวเองก็อิ่มมากเหมือนกัน
“โอ๊ยย สบายมาก” ...ไม่รู้จักโองาตะ ริวอิจิซะแล้ว... “อ๊ะ แก้มนายเลอะแน่ะ”
“อ่าวเหรอ ตรงไหนอ่ะ” ยกมือขึ้นจับแก้มตัวเอง
ริวอิจิยื่นหน้าตัวเองเข้ามาใกล้ “ตรงนี้” แล้วเลียตรงที่เลอะบนแก้มของหน้าสวยๆนั่น
“เฮ๊ยยยยยยยยยย” ร่างยาวขนลุกเกรียว ดันตัวเองถอยหลังไปจนชิดกับเตียงที่ตั้งอยู่กลางห้อง ริวอิจิขยับตัวเองเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น เคตะถอยไปไหนไม่ได้แล้ว ลำแขนแข็งแรงสองข้างคร่อมร่างยาวๆนั่นไว้ “เฮ๊ยย ไอ้ริว แกจะทำอะไร ปล่อยชั้นนะโว๊ยยย” เคตะพยายามจะใช้สองแขนเพรียวดันร่างนั่นออกอย่างสุดกำลัง แต่ถึงแม้เคตะจะแรงเยอะผิดกับรูปร่างแต่ก็คงไม่มีทางสู้นร.กีฬาโรงเรียนอย่างริวอิจิได้อยู่แล้ว “อย่าล้อเล่นนะเว๊ย ปล่อย!!!”
“ชั้นชอบนายนะเคตะ ชอบมาตลอดเลย” น้ำเสียง สีหน้าจริงจังของคนทะเล้นที่ไม่ค่อยจะมีให้เห็น เคตะรู้แล้วว่าริวอิจิไม่ได้ล้อเล่นแน่
“อย่านะริว แกเป็นเพื่อนชั้นนะเว๊ย” ร่างยาวพยายามดิ้นสุดริด “เฮ๊ยยยย”
ตอนนั้นเอง....“ริว เคตะ ชั้นกลับมาแล้ว” ประตูห้องก้อถูกเปิดออกโดยใครบางคน ทั้งสองคนรีบหันไปมอง ...เรียวเฮ.....
ไม่ใช่เรียวเฮเดินเข้าบ้านมาเงียบๆ แต่ ณเวลานั้น ทั้งเคตะและริวอิจิไม่ทันได้ยินเสียงอะไรจากนอกห้องต่างหาก
...ซวยแล้ว...
ร่างเล็กได้แต่ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า...ริวอิจิ...กับ..เคตะ...นี่มันอะไรกัน....
ทั้งสองคนไม่ทันได้พูดอะไร ร่างเล็กก็วิ่งหนีกลับเข้าห้องตัวเอง ล็อคประตูทันที เคตะได้จังหวะที่ริวอิจิคลายกำลังแขนสองข้างลง ผลักร่างใหญ่ๆนั่นออก แล้ววิ่งตามเรียวเฮออกมา “เรียวเฮ เดี๋ยวก่อน” ไม่ทันซะแล้ว ร่างเล็กล็อคประตูห้องไปเรียบร้อยแล้ว
“เรียวเฮ ฟังชั้นก่อน เปิดประตูสิ” เคตะพยายามเรียกให้คนในห้องเปิดประตู แต่ไม่มีเสียงตอบ
ร่างเล็กยืนพิงประตูห้อง น้ำใสๆค่อยๆร่วงหล่นจากดวงตากลมโตคู่นั้น
“นายเข้าใจผิดนะเรียวเฮ ฟังฉันอธิบายก่อน” เสียงจากนอกห้องยังดังเข้ามา
....เข้าใจผิดงั้นเหรอ...ต่อให้เขาเข้าใจผิดจริงๆ แต่ภาพที่เห็นเมื่อกี้มันก็ทำให้ช็อคเกินที่จะให้เขาทนฟังคำอธิบายอะไรอีกแล้ว…
“เรียวเฮๆๆๆ” เคตะยังพยายามเรียกต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบจากคนในห้องเลย....
ร่างเล็กค่อยทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้มใสสองข้าง...กลับไปเถอะ..ชั้นไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น...
เคตะพยายามร้องเรียกอยู่นาน แต่ไม่เป็นผลอะไรเลย มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับมา... เขาตัดสินใจนั่งรออยู่หน้าห้องอย่างนั้น......แต่เวลาผ่านไป..... ดึกมากแล้ว คนในห้องก็ไม่มีทีท่าที่จะเปิดประตูหรือกระทั่งส่งเสียงตอบออกมาก ในที่สุดร่างยาวก้อต้องยอมแพ้ เขาลุกขึ้นช้า ผ่านหน้าห้องของริวอิจิที่เปิดค้างไว้ตั้งแต่หลายชม.ก่อน
“ชั้นกลับละนะ” ....ไม่มีเสียงตอบเช่นกัน.... ริวอิจิได้แต่นั่งสลดอยู่ในห้อง....เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย... “ไปนะ” ร่างยาวย้ำอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบเหมือนเดิม เขาจึงเปิดประตูออกจากห้องไป
....ปัง...เสียงประตูห้องปิดลงเบาๆ ร่างยาวลงลิฟท์มาที่ชั้นล่าง เดินออกจากตัวอพาร์ทเมนท์ แล้วมองย้อนกลับขึ้นไปที่ห้องของเรียวเฮอีกที....ห้องปิดไฟมืด.... เขาไม่อยากกลับไปทั้งอย่างนี้เลย แต่ก็ต้องจำใจหันหลังเดินกลับบ้านไปท่ามความมืด เงียบ และกลางอากาศเย็น ที่ไม่ต่างจากสภาพจิตใจของเขาในตอนนี้เลย
2B Continued
Chapter 9 Walking in the RAIN
เช้าวันถัดมา แสงสว่างเพียงบางเบา ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างห้องร่างเล็กค่อยยกตัวขึ้นจากที่นอน หมอนนุ่มยังคงคราบน้ำตาเปียกชื้นอยู่เล็กน้อย ...หกโมงเช้า...ยังเร็วเกินไปสำหรับจะไปโรงเรียน ร่างเล็กๆค่อยๆลุกขึ้นเปิดประตูออกนอกห้อง ผ่านห้องข้างๆที่ประตูยังคงปิดสนิท...ริวอิจิคงยังไม่ตื่น....เขาพาตัวเองไปยังห้องน้ำ อาบน้ำ แล้วเดินกลับมาแต่งตัวที่ห้อง ดวงตายังคงมีร่องรอยแห่งความเศร้าโศกของเมื่อคืน เรียวเฮพยายามยิ้มให้ตัวเองในกระจก ....ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่สดใส ราวกับไม่ใช่จิบะ เรียวเฮเลยซักนิด....
ร่างเล็กออกจากบ้านไปคนเดียว ถึงโรงเรียนแต่เช้า ที่ห้องเรียนยังมีคนมาไม่มากนัก เขาไม่ได้มารร.เช้าแบบนี้นานมากแล้ว
“อ้าว เรียวจัง อรุณสวัสดิ์” เพื่อนในห้องทักเมื่อเห็นคนน่ารักเปิดประตูเข้ามา แต่ก็ต้องแปลกใจที่ทำไมกรรมการห้องตัวดีของพวกเขากลับไม่ได้มาด้วยกัน “แล้วเจ้าริวล่ะ”
“อ๋อ เมื่อเช้าฉันมาปรึกษาเรื่องเรียนกับอาจารย์นิดหน่อยก็เลยต้องมาแต่เช้า เจ้าริวมันไม่ยอมตื่นก็เลยแยกกันมา” คนน่ารักตอบหน้าเจื๋อนๆ เฉไฉไปเรื่อย เขาไปหาอาจารย์มาซะที่ไหนล่ะ ก็เพิ่งมาถึงรร.นี่เอง แถมยังต้องรีเพลย์หลายรอบเพราะแทบทุกคนที่เดินเข้ามาเป็นต้องถามคำถามเดียวกัน
....ครืด....เสียงประตูห้องถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ขายาวๆก้าวเข้ามาช้าๆ สายตาจับจ้องไปที่โต๊ะตัวเดิมๆที่เขาเฝ้ามองอยู่ทุกวัน..โต๊ะเรียนของคนตัวเล็กน่ารัก.. คนที่โต๊ะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างยาวที่เดินเข้ามาพอดี เคตะกำลังจะเอ่ยปากทัก “เอ่อ....” ….
“คิตามุระคุง ขอยืมดิกหน่อยสิ ชั้นลืมเอามา” คนน่ารักรีบทำเป็นมองไม่เห็น หันไปคุยกับคนอื่นซะนี่
“อ๋อได้เลย” คนน่ารักขอเอ่ยปากขอยืมทั้งที เป็นโชคดีของอีตาคิตามุระนี่จะตาย แถมยังถ่วงเวลาคุยด้วยนานๆอีกต่างหาก ร่างยาวได้แต่ยืนเก้อเลยต้องจำใจเดินไปนั่งที่นั่งของตัวเอง ร่างเล็กก็ได้แต่แอบมองตามด้วยสีหน้าเศร้า
....ออด...สัญญาณบอกเวลาเข้าเรียน อาจารย์เดินเข้ามาเช็คชื่อนร.เหมือนทุกๆวัน
“โองาตะ”.....เงียบ..... ไม่แปลกที่ริวอิจิจะมาไม่ทันเช็คชื่อ แต่ที่แปลกคือทำไมเรียวเฮมาแล้วแต่ริวอิจิยังไม่มานี่ซิ “โองาตะไม่มาเหรอ” อาจารย์หันไปถามเพื่อนสนิทของกรรมการนร.จอมมาสาย
“...เดี๋ยวคงมามั้งครับ” ตอบแบบไม่แน่ใจนัก ...อาจจะไม่มาก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ...
“อ้าว แล้วทำไมไม่มาด้วยกันล่ะ ไม่สบายอะไรรึป่าว” ก็ปกติต่อให้สายยังไง เรียวเฮก็ต้องรอเพื่อนจนตัวเองมาสายด้วยประจำเลยนี่นา
“โธ่ อาจารย์ครับ อย่างหมอนั่น ต่อให้มีโรคระบาดมันยังไม่ป่วยง่ายๆเลยครับ” เสียงใครบางคนดังขึ้นตามด้วยเสียงหัวเราะของเพื่อนทั้งห้องยกเว้นคนสองคน...
“คร๊าบบบบ มาแล้วคร๊าบบบ” แล้วเสียงของเจ้าตัวก็ดังขึ้นก่อนประตูห้องเปิดขึ้นเหมือนเดิม
...ครืดด..
“ทำไมมาสายล่ะ” เปิดเข้ามาก้อโดนเป็นคำถามแรก ขณะที่เจ้าคนมาสายเหลือบสายตาไปยังโต๊ะของเพื่อนสนิทและเด็กใหม่หลังห้องก่อนตอบ ...อืมม มากันแล้วทั้งคู่...
“ทำข้าวเช้ากินอยู่ครับ” กรรมการนร.ตัวดีตอบหน้าตาเฉยแต่ทำเอาเรียวเฮสะอึกเล็กน้อย ก็ทุกทีจะข้าวเช้า ข้าวเย็นหรือมื้อไหนเรียวเฮก็เป็นคนทำน่ะสิ แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้นแหละ อย่าว่าแต่ทำข้าวเช้าเลย ถ้าเขาไม่มีตำแหน่งนร.ดีเด่นมาค้ำคอไว้ล่ะก็ เขาก็ไม่คิดจะมารร.ให้เจอใครบางคนหรอก
“มาสาย” อาจารย์พูดเสียงแข็งแล้วเขียนลงไปในสมุดโฮมรูม
“แต่อาจารย์ครับ อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญสำหรับนร.อย่างผมนะครับ” เสียงออดอ้อนเผื่อนานๆทีอาจารย์จะปล่อยๆไปบ้าง แต่นี่มันไม่ใช่นานๆทีน่ะซี้ อาจารย์หันมามองหน้าไม่พูดอะไรอีก “ครับ ขอโทษครับ” เจ้าคนมาสายก็เลยต้องเดินคอตกลับไปนั่งที่...
หนึ่งวันที่รร.ช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า ช่วงพักเที่ยงริวอิจิจะอยู่กับเพื่อนคนอื่นๆ และเลี่ยงที่จะคุยกับเพื่อนสนิททั้งสองคน ส่วนคนน่ารักของเราก็ทำตัวยุ่งซะเหลือเกิน เคตะพยายามจะหาช่องว่างเข้าไปคุยด้วยหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ จนถึงเลิกเรียนริวอิจิก็จะรีบแจ้นไปที่ชมรมกับเพื่อนๆ คนน่ารักก็จะรีบหนีไปเรียนพิเศษเหมือนกัน ทั้งสามคนก็เลยไม่เคยมีโอกาสได้คุยกันเลย....
....เวลาผ่านไปหลายวัน ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีใครคุยกับใคร ริวอิจิมักจะอยู่กับเพื่อนๆหรือไม่ก็ไปหมกตัวอยู่ที่ชมรมตลอด แถมยังอาศัยไปค้างบ้านเพื่อนเลยด้วย เพื่อนๆเองก็ยังสงสัยที่เห็นสามคนนี้ไม่ได้คุยกันเลย
“เฮ๊ย ริว แกทะเลาะอะไรกับเรียวจังกะเด็กใหม่นั่นป่าววะ”
“ป่าวนี่” สีหน้ายิ้มแย้มหุบลงทันที “ก็ช่วงนี้เรียวเฮมันยุ่งๆน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ก็พูดโกหกไปอย่างนั้น แต่แค่เห็นสีหน้าทุกคนก็ดูออกแล้ว แต่ก็ไม่อยากจะถามความให้มาก ก็เลยได้แต่เงียบไป
ส่วนเรียวเฮเองหนีเพื่อนทั้งสองคนด้วยการทำตัวให้ยุ่งๆ เป็นธุระนู่นนี่ให้อาจารย์อยู่เรื่อย บางครั้งไม่มีอะไรก็จะไปหมกตัวอยู่ที่ห้องสมุดแทน ...วันนี้ก็เช่นกัน...
เวลาพักเที่ยงแบบนี้ ห้องหนังสือขนาดใหญ่ที่มักจะเงียบเหงาก็พอจะมีเสียงให้ครึกครื้นขึ้นมาบ้าง ร่างเล็กเดินผ่านประตูขนาดใหญ่ เดินไปยังที่นั่งว่างๆที่อยู่ด้านในพื่อจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใครนัก ภาพความทรงจำเมื่อไม่กี่วันก่อนซ้อนขึ้นมา ตอนที่เขามาที่ห้องสมุดนี้กับเคตะ ร่างเล็กพยายามจะไม่คิดถึงมัน เขาเลื่อนเก้าอี้ออกเบา ค่อยๆนั่งลง ชั้นหนังสือขนาดใหญ่เรียงรายอยู่ตรงหน้า ที่ว่างแคบๆระหว่างชั้นหนังสือ ..ตรงนั้น...ที่เคตะ..จูบ..เขา...
น้ำใสๆพาลจะเอ่อล้นดวงตากลมโตคู่นั้นขึ้นมาซะเฉยๆ....เคตะรักเขารึป่าวนะ...เคตะไม่เคยพูดเลยซักครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็อยากจะเชื่อความอบอุ่น อ่อนโยนจากผู้ชายคนนั้น ผู้ชายคนที่ดูเคยเย็นชา ไม่สนใจใครเมื่อวันแรกเห็น ร่างเล็กพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาร่วงหล่นลงมาเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนตั้งแต่วันที่เขาเห็นเคตะ..กับ..ริวอิจิ........
เขาหยิบตำราเรียนขึ้นมาเพื่อไม่ให้สมองมีพื้นมีว่างพอที่จะคิดถึงเรื่องนี้อีก แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยซักนิด เนื้อหาในตำราเรียนไม่ได้แทรกซึมเข้าสมองเลยแม้แต่น้อย กลับกัน..มีเพียงภาพเก่าๆ ความรู้สึกเดิมๆที่ยังคงฉายวนเวียนอยู่อย่างนั้น ซ้ำๆ เหมือนเดิมทุกวันๆ
....ออด...เสียงสัญญาณบอกให้รู้ว่าหมดเวลาพักเที่ยงแล้ว ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่ตัวเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือหนังสืออะไร...ต้องกลับห้องเรียนแล้วสินะ...ไม่อยากเลย... เขาปิดหนังสือลง ลุกขึ้นช้าๆ เก็บของแล้วเดินผ่านประตูใหญ่ออกมา
“รอก่อนเรียวเฮ” เสียงใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูใหญ่นั่น พร้อมกับคว้าข้อมือเรียวบางนั้นไว้ ร่างเล็กหันไปตามแรงดึงที่มือนั่น
“เค..เคตะ” ร่างเล็กร้องตกใจ ก็อุตส่าห์จะหลบแทบตาย ทำไมยังตามมาเจออีกนะเนี่ย..
“นายหลบหน้าชั้นนะ” ร่างยาวพูดเสียงแข็งเล็กน้อย
“ปะ..ป่าวซะหน่อย ก็แค่พักนี้ชั้นยุ่งๆเท่านั้นเอง” แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ “ปล่อยชั้นเหอะ ได้เวลาเข้าเรียนแล้วนะ”
“เย็นนี้เลิกเรียนแล้วชั้นจะรอที่หน้าประตูเหมือนเดิมนะ” ร่างยาวผ่อนแรงที่จับข้อมือเรียวเล็กนั่น พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “วันนี้วันศุกร์ นายไม่มีเรียนพิเศษใช่ม๊ะ”
“เอ่อ..ไม่มี... แต่ชั้นต้องไปทำงานให้อาจารย์ จะเสร็จกี่โมงก็ไม่รู้” อ้างอีกแล้ว “นายอย่ารอเลย” แล้วก็พยายามดึงมือตัวเองออก อยากจะรีบหนีไปจากตรงนี้ซะที
“กี่โมงก็ได้ ชั้นจะรอ” ร่างยาวย้ำเสียงหนักแน่น “วันนี้ชั้นไม่ต้องทำงาน” ปล่อยมือเรียวเล็กนั่นลง ร่างเล็กสีหน้าลำบากใจ รีบหันหลังกลับแล้วเดินกลับห้องเรียนไป
....คาบเรียนช่วงบ่ายค่อยๆผ่านไป...ในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกเรียน....เรียวเฮรู้สึกว่าเวลาช่วงบ่ายวันนี้ช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน แต่สำหรับเคตะแล้วมันช้าเอามากๆเลยละ
ร่างเล็กๆค่อยเก็บข้าวเก็บของช้ากว่าปกติ ก็ไม่ได้มีธุระอะไรจริงๆนี่นา รีบไปก็ไม่รู้จะไปทำอะไรต่อ เขาค่อยๆก้มหน้าก้มตาเดินออกจากห้อง..
“เรียวเฮ” เจ้าของชื่อหันมาตามเสียงเรียกคุ้นหูนั่น “อย่าลืมนะ” ร่างยาวย้ำอีกครั้ง เรียวเฮไม่ตอบอะไรแล้วก็ค่อยๆเดินออกนอกห้องไป
...จะมีใครรู้ว่าทุกคำพูด ทุกการกระทำเมื่อครู่ มีสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องรู้เห็นอยู่ตลอด... ริวอิจิทำเป็นไม่สนใจ แบกเป้เดินออกนอกห้องตรงไปที่ชมรมเหมือนเคย....
ร่างเล็กค่อยๆก้าวช้าๆ เดินเรื่อยเปื่อยไปทางห้องพักอาจารย์....แต่ก็....ไม่มีธุระอะไรนี่นา..เอาไงดีวะ... กำลังลังเลอยู่ก็เห็นใครบางคนนั่งอาการไม่ค่อยดีอยู่ตรงหน้าห้องพยาบาล ซึ่งอยู่ใกล้กับห้องพักครู
“นี่นายเป็นอะไรรึป่าว” ด้วยความเป็นพ่อพระ ขนาดตัวเองยังจะเอาไม่รอดยังมีแก่ใจไปถามคนอื่น “อ่าว พี่มัตสึโมโตะ” ...ซวยล่ะสิ ดันมาเจอพี่จุนซะได้... แต่ก็ช่วยไม่ได้ท่าทางเค้าไม่ค่อยสบายนี่นา... “พี่เป็นอะไรรึป่าว” พยายามจะเข้าไปช่วยพยุง ทั้งๆที่ตัวก็เล็กออกอย่างนั้นแท้ๆ
“เรียวจังเองเหรอ” จุนหันมายิ้มกว้าง ต่อให้ไม่สบายแต่ได้เจอคนน่ารักแบบนี้เป็นใครก็ดีใจล่ะ
“เข้าไปนั่งในห้องนี่ก่อนละกันครับพี่” ร่างเล็กเปิดประตูห้องพยาบาลออก ค่อยๆพยุงคนร่างสูงกว่าเข้าไป “ขอโทษครับ” เรียกหาอาจารย์ห้องพยาบาล
“อาจารย์คงกลับไปแล้วล่ะ เลิกเรียนแล้วนี่นา” ชายร่างผอมสูงพูดขึ้นเมื่อนั่งลงที่เตียงเรียบร้อยแล้ว
“อ่าว...แล้วนี่พี่เป็นอะไรรึป่าวครับ”
“อืม มึนๆนิดหน่อยน่ะ คงจะเป็นไข้”
“เหรอครับ ดูแลสุขภาพดีๆนะครับ ใกล้สอบเอนทรานส์แล้วนี่นา ถ้าสอบไม่ได้เพราะป่วยล่ะเสียดายแย่เลย” ร่างเล็กยิ้มบางๆให้กำลังใจ ทำเอาอีกฝ่ายดีใจซะตัวแทบลอย
ร่างเล็กเปิดหายาในตู้ หยิบยาลดไข้ออกมาให้พร้อมยื่นแก้วน้ำให้
“ขอบใจนะ” จุนรับยาไปกินอย่างว่าง่าย ร่างเล็กรับแก้วน้ำคืนมาวางที่โต๊ะแล้วนั่งลงข้างๆ ถ่วงเวลาก่อนที่จะต้องออกไปเจอเคตะตามที่นัดไว้ ดวงตากลมโตแต่ไม่สดใสอย่างเคยมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีครึ้มเช่นเดียวกับดวงตาคู่นั้น ดูเหมื่อนว่าฝนเม็ดใหญ่ๆกำลังร่วงหล่นลงมาช้าๆ
“เรียวจัง” อยู่ๆแขนเรียวยาวก็เข้ามาโอบรอบตัวร่างบางไว้อย่างไม่ทันตั้งตัว ก็คนน่ารักมานั่งอยู่ใกล้ๆแบบนี้ใครจะอดใจไหว สำหรับจุนแล้วโอกาสแบบนี้คงหาไม่ได้อีกแล้ว
“เฮ๊ยย พี่ ทำอะไรน่ะปล่อยนะ” ร่างเล็กพยายามดิ้นให้หลุดจากวงแขนแน่น แต่ดูเหมือนมันจะยิ่งแน่นขึ้นซะมากกว่า ฤทธิ์ไข้ทำให้จุนปล่อยร่างกายให้ทำตามหัวใจโดยไม่ยับยั้งสติอีกแล้ว
“ชั้นรักเรียวจังนะ” ร่างผอมสูงดันให้คนร่างเล็กล้มลงกับเตียง ริมฝีปากสัมผัสแก้มอ่อนนุ่มที่เขาเฝ้าปรารถนามาตลอด ร่างเล็กพยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้
“ปล่อยนะ” ร่างเล็กพยายามร้อง แต่จุนไม่ฟังเลยซักนิด เขาปลดกระดุมเสื้อของคนร่างเล็กลงอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วสัมผัสไปตามหน้าอกขาวเนียน ริมฝีปากสวยๆค่อยไล่ต่ำลงเรื่อยๆ “ปล่อย....ช่วยด้วย..เค....” ร่างเล็กเผลอเรียกชื่อใครบางคนอออกมา
“ใคร??? เคตะเหรอ??? ไอ้เด็กใหม่นั่นใช่มั๊ย” รุ่นพี่ที่เคยอารมณ์ดี ดูเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที “นายรักมันงั้นเหรอ”
ร่างเล็กได้แต่เบือนหน้าหนีไม่ยอมตอบ “ปล่อยผมนะ”
แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนเติมไฟให้จุนมากขึ้น สายฝนที่ตกกระหน่ำอยู่ข้างนอกราวกับพยายามจะดับไฟรักของชายหนุ่มผู้นี้ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเลยซักนิด
จุนไล้ริมฝีปากไปทั่วแก้มใสนั่น ก่อนจะไล่ต่ำลง ประกบริมฝีปากอิ่มของคนร่างเล็กที่ไม่สามารถขัดขืนได้ มีเพียงน้ำใสๆที่เอ่อล้นดวงตา และค่อยๆร่วงหล่นลงมาอย่างไม่ขาดสาย ความเปียกชื้นบนใบหน้าทำให้จุนได้สติ เขาค่อยๆปล่อยร่างเล็กนั่นให้เป็นอิสระ
“เอ่อ....” ...จะบอกว่าขอโทษเหรอ...มันคงง่ายไปมั้ง...
คนร่างผอมสูงไม่ทันได้พูดอะไร มือเรียวเล็กก็ยกขึ้น...ฉาด.... คนน่ารักที่ไม่เคยคิดทำร้ายใครตบรุ่นพี่ไปเต็มๆ จุนได้แต่ยกมือขึ้นกุมแก้มข้างซ้ายที่เป็นรอยแดง...มันก็คงสมควรแล้วละ...
ร่างเล็กกุมคอเสื้อที่ถูกปลดกระดุมขึ้น วิ่งออกนอกห้องพยาบาลทันที แล้วก็ชนกับใครบางคนเข้า....ร่างยาวที่เดินเข้ามาหลบฝนในตึกเห็นสภาพของเรียวเฮก็ตกใจ ร่างเล็กเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้ววิ่งออกไปโดยไม่เกรงสายฝนที่กระหน่ำลงมาเลยแม้แต่น้อย
“เรียวเฮ”เคตะตะโกนเรียก แต่ร่างเล็กไม่หันกลับมาเลย เขามองกลับไปในห้องพยาบาลเห็นจุนนั่งก้มหน้าอยู่ในห้อง เขาอยากจะเข้าไปชกหน้าหมอนั่นซะเดี๋ยวนี้ แต่ตอนนี้เรียวเฮสำคัญกว่า เขาตามร่างเล็กที่วิ่งออกไปท่ามกลางสายฝนทันที
“เรียวเฮ” เสียงเรียกชื่อร่างเล็กซ้ำหลายๆครั้งขณะที่เขาวิ่งตามออกไป ...ไม่มีเสียงตอบ.... ดูเหมือนเรียวเฮจะพยายามหนีจากเขาให้ได้ แต่ขายาวๆก็ก้าวตามทันได้ในไม่ช้า “เดี๋ยวสิเรียวเฮ” เขาดึงแขนเล็กๆนั่นไว้
“ปล่อยนะ” ร่างเล็กพยายามสะบัดแขนออก แต่แรงของเคตะเหนือกว่ามาก เขาดึงร่างเล็กเข้ามากอดไว้แน่นราวกับจะให้ความอบอุ่นจากตัวเขาเข้าแทนที่ความเหน็บหนาวจากสายฝน
เรียวเฮค่อยๆนิ่งลง แต่น้ำใสๆจากดวงตายังคงไหลอยู่อย่างนั้นปะปนกับสายฝนที่กระทบลงบนใบหน้า แขนเล็กๆยกขึ้นกอดร่างยาวกลับเพื่อเก็บเกี่ยวความอบอุ่นจากร่างนั้น มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆกับเสียงฝนที่ดังไม่ต่างเสียงร้องข้างในจิตใจของคนทั้งคู่....
2B Continued
Chapter 10 ‘Kiss me, I’m yours’
RRRRRR เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝนที่ยังตกลงมาขาดสาย แต่เจ้าของกลับไม่รู้สึกตัวเลยซักนิด
“เฮ๊ยย ริว โทรศัพท์ดัง รับสิวะ” ใครซักคนต้องบอกให้เจ้าของรู้สึกตัวซะที
“หะ..หา..” ก้อมัวแต่เหม่ออยู่ ไม่รู้จะมานั่งแหมะอยู่ที่ชมรมทำไม “เออ รู้ละ” แล้วค่อยหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง หน้าปัดที่มือถือขนาดเล็กบอกให้รู้ว่าใครโทรมา …พี่จุน??? โทรมาทำไมวะ??.....“ฮัลโหล ว่าไงครับพี่” .....เงียบ..... “ฮัลโหลๆ” .....ก้อยังไม่มีเสียงตอบจากคนที่โทรมาอยู่ดี..... คนรับสายชักใจไม่ดีแล้วนะ...
“ริ..ว.....” ในที่สุดก้อมีเสียงจากต้นสายซะที แต่ฟังดูเสียงเหมือนจะสั่นกว่าปกติเล็กน้อย “ชั้น....ขอโทษนะ”
“เฮ๊ยยย พี่ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ท่าทางอีกฝ่ายอาการไม่ค่อยดีแฮะ
“ชั้น...ทำร้ายเรียวจังไปแล้ว....”
“นี่ พี่อยู่ไหนเนี่ย เดี๋ยวผมไปหาเดี๋ยวนี้เลย...โอเคนะ” ได้เรื่องแล้วก็พับโทรศัพท์ลง คว้าเป้วิ่งออกจากห้องชมรมไปทันที คนที่ชมรมได้แต่งงว่าไอ้หมอนี่มันจะรีบไปไหน???
....เคตะพาคนร่างเล็กกลับมาที่บ้านของตัวเอง เปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวแล้วยื่นให้...
“เอ้า เช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวเป็นหวัดนะ”
ร่างเล็กรับมาเหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรง แล้วก็เอาแต่ยืนทื่ออยู่อย่างนั้น เคตะถอนหายใจเบาๆก่อนดึงผ้าเช็ดตัวออกจากมือร่างเล็กมาเช็ดให้ ทั้งๆที่ตัวเองก็เปียกโชกอยู่แท้ๆ เรียวเฮปล่อยให้เคตะเช็ดผมให้จนเสร็จ ไม่พูดอะไรซักคำ
“เปลี่ยนเสื้อซะนะ” ร่างยาวลูบหัวเบาๆ แต่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความอ่อนโยนนั่นจนรู้สึกว่าจะทำตัวไม่รับรู้อะไรอีกไม่ได้แล้ว ร่างเล็กพยักหน้าช้าๆอย่างว่าง่าย เคตะค่อยยิ้มออกมาได้หน่อยนึง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนกับเสื้อผ้าออกไปเปลี่ยนอีกห้องนึง....
ร่างยาวหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง ส่งข้อความหาเพื่อนสนิทที่สุดอีกคน ...เรียวเฮอยู่กับชั้นนะ ไม่ต้องห่วง...เคตะ..
ไม่นานนักก้อได้รับข้อความตอบกลับมา ...ถ้างั้นก็ฝากด้วยนะ...ริวอิจิ...
ร่างยาวพับโทรศัพท์ลงช้าๆ ถอนหายใจเบาๆ แล้วค่อยจะหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดตัวก่อนที่ตัวเองจะไม่สบายไปซะ
ซักพักเจ้าของห้องก้อเดินเปิดประตูกลับเข้ามา เสื้อผ้าของเคตะดูจะใหญ่เกินไปสำหรับคนตัวเล็ก คอเสื้อที่กว้างจนเห็นไหล่ขาวๆ แขนเสื้อยาวที่ยาวเลยออกมา ดูเหมือนเด็กใส่เสื้อตัวใหญ่ๆไม่มีผิด
“ขอโทษที่ต้องรบกวนนายนะ” ร่างเล็กพูดเสียงเบา ถึงน้ำตาจะหยุดไหลไปแล้วแต่ดวงตายังฉายแววเศร้าโศกอยู่ไม่น้อย
เคตะยิ้มให้ไม่พูดอะไร หยิบเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มของร่างเล็กเดินออกจากห้อง ยัดลงใส่เครื่องซักผ้ารวมกับของตัวเอง แล้วรีบกลับเข้ามาใหม่
ร่างเล็กนั่งนิ่งบนเตียงนุ่มไม่พูดอะไรเหมือนเดิม เคตะค่อยๆนั่งลงข้างๆ ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำห้องสลัวๆนั่น มีเพียงเสียงฝนที่ดังให้ได้ยินไม่ขาดสาย ร่างยาวอยากจะพูดอะไรออกมาบ้าง แต่กลับสรรหาคำไม่ได้ เขายื่นมือตัวเองออกไปกุมมือเล็กๆนั่น บีบเบาๆหวังว่าความอบอุ่นจากเขาจะทำให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นบ้าง แต่นั่นยิ่งกลับทำให้ดวงตาเศร้าเริ่มมีน้ำตาคลอขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆไหลลงอาบแก้มใสนั่นอีกครั้ง
....ร้องไห้มาตั้งเท่าไหร่ ทำไมน้ำตามันยังไม่หมดอีกนะ....
ร่างยาวยกสองมือขึ้นประคองใบหน้าขาวใสนั่น ใช้นิ้วเช็ดน้ำตาออกช้าๆ แล้วกอดร่างนั้นไว้แน่นราวกับจะปกป้องร่างเล็กบอบบางนั้นด้วยกำลังทั้งหมดที่มี “อย่าร้องไห้อีกเลยนะ”
น้ำใสๆยังไหลจากดวงตากลมโตที่เคยสดใสเช่นเดียวกับสายฝนที่ตกอยู่ด้านนอก ร่างยาวค่อยๆคลายอ้อมกอดลงช้าๆ ก้มลงวางริมฝีปากเรียวลงบนเปลือกตากลมโตคู่นั้นอย่างอ่อนโยน ร่างเล็กหลับตาพริ้มให้อีกฝ่ายจูบอย่างไม่มีท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย ร่างยาวค่อยๆไล่ริมฝีปากลงมาตาทางน้ำตาที่อาบแอบใสนั่นช้าๆ ราวกับจะให้คราบแห่งความเศร้าโศกเหือดแห้งไปจากทั้งใบหน้าหวานและหัวใจของร่างเล็ก ก่อนจะเลื่อนมาประกบริมฝีปากนุ่มนั่นช้าๆ อ่อนโยน นุ่มนวลและเนิ่นนาน...
แล้วร่างยาวก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อริมฝีปากอิ่มนั่นเริ่มขยับตอบรับ เรียวเฮจูบตอบริมฝีปากเรียวนั่นเบาๆ แล้วค่อยๆโน้มตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น ก่อนจะถอนริมฝีปากออกช้าๆ ใบหน้าสวยๆทั้งสองใกล้กันจนลมหายใจแทบจะรดกันอยู่แล้ว
“เรียวเฮ….” เคตะเรียกชื่ออีกฝ่าย “เอ่อ...” ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป ร่างเล็กก็ยกตัวเองขึ้นกอดร่างยาวไว้แทน ริมฝีปากเลื่อนไปใกล้ใบหูจนเคตะได้ยินเสียงลมหายใจที่แรงขึ้นของอีกฝ่าย
“จูบ...ฉัน..อีก…” เสียงกระซิบเบาๆ กับเสียงลมหายใจขัดๆ ทำเอาเคตะแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“เดี๋ยวสิ...เรียวเฮ” หน้าสวยๆเหมือนจะแดงขึ้นแทนซะเอง... นี่เรียวเฮยังมีสติดีอยู่รึป่าวเนี่ย....
“ขอร้องล่ะ..... ฉัน....อยากเป็นของนาย....”
ความเสียใจที่สะสมมาหลายวันจนกระทั่งระเบิดออกวันนี้ ...แค่นี้ก้อมากพอที่จะทำให้คนไร้เดียวสาอย่างเรียวเฮเปิดเปิงเอาได้ง่ายๆแล้วล่ะ.. พอกันทีกับการฝืนทนความรู้สึกของตัวเอง เวลานี้เขาอยากได้ความอบอุ่น อ่อนโยนจากคนๆนี้ ...แบบเดียวกับที่เขาเคยได้...
“เรียวเฮ....” เคตะเรียกชื่อคนตรงหน้าซ้ำไม่รู้กี่ครั้ง...ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยาก...แต่มันจะดีจริงๆเหรอ...
ร่างเล็กปรือตาขึ้นช้าๆ จ้องกลับไปที่ตาสวยๆของเคตะ ...นายรักชั้นรึป่าว ...รักบ้างรึป่าว...รัก...อย่างที่ชั้นรักนายบ้างมั้ย....
ร่างยาวใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผมที่ปรกหน้าขาวใส แล้วค่อยๆก้มลงประกบริมฝีปากนุ่มๆนั่นอีกครั้ง จูบที่นุ่มนวล อ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง แต่เนิ่นนานและค่อยๆเร่าร้อนขึ้นตามลำดับจนร่างเล็กเริ่มคลางไม่ได้ศัพท์...
เคตะถอนริมฝีปากขึ้นช้าๆ เสียงลมหายใจขัดของคนร่างเล็กตรงหน้าทำเอาเคตะเองก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำเหมือนกัน เขาจูบแก้มใสนั่นอย่างอ่อนโยน แล้วกอดร่างเล็กไว้แน่นอีกครั้ง กระซิบลงข้างหู
“ชั้นรักนายนะ”
น้ำตาที่เหมือนะจะหยุดไหลไปแล้วค่อยๆร่วงลงมาอีก...แค่นี้แหละ...เขาเชื่อในคำพูดของเคตะ เชื่อในอ้อมกอดที่อบอุ่นนี้เสมอ... แม้จะไม่รู้ว่าระหว่างเคตะกับริวอิจิเพื่อนรักของเขาจะมีอะไรกันรึเปล่า...แต่อย่างน้อย...ฉันเชื่อว่าความอ่อนโยนของนายไม่ใช่เรื่องหลอกลวง...
เคตะค่อยๆไล้ริมฝีปากบางลงบนแก้มใสๆ ไล่ลงมาที่ซอกคอเนียนๆ มืออีกข้างก็เริ่มซนใหญ่แล้ว เข้าสอดมือเข้าใต้เสื้อของร่างเล็ก มือใหญ่สัมผัสผิวขาวใสใต้เสื้อบางเบานั่นช้าๆ
ร่างเล็กสั่นจนอีกฝ่ายรู้สึกได้ เคตะดึงตัวเองขึ้น ยกมือสัมผัสแก้มเนียนใสเบาๆ “กลัวเหรอ”
“อะ..อืม” แก้มใสเริ่มร้อนขึ้นมาซะแล้ว ...อะไรกันก็ตัวเองเป็นคนเริ่มเองนี่นา..
เคตะจูบแก้มของคนน่ารักเบาๆอีกเป็นครั้งที่ไม่รู้เท่าไหร่ ก่อนจะค่อยๆพรมจูบไปทั่วแก้มเนียนๆนั่น ร่างเล็กยกสองแขนขึ้นกอดคออีกฝ่ายไว้แน่น ก่อนที่จะถูกร่างยาวโน้มตัวลงมาจนหลังชนกับเตียงนุ่มๆ
....ด้านนอก สายฝนยังคงร่วงหล่นลงมาไม่ได้หยุด.. ท่าทางคืนนี้มันคงจะไม่หยุดง่ายๆ เหมือนความรู้สึกเร่าร้อนของใครบางคนแน่ๆ....
2B Continued
Chapter 11 Because of YOU
เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนๆส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ ฟ้าหลังฝนมันสว่างใสแบบนี้นี่เอง ร่างเล็กค่อยๆหรี่ตาขึ้นช้าๆ ...ที่นี่ที่ไหนหว่า??.... งงๆเมื่อรู้สึกว่าสภาพรอบตัวช่างไม่คุ้นเคยเลยซักนิด ก่อนจะมองเห็นหน้าสวยๆที่ท้าวแขนจ้องอยู่ได้ซักพักใหญ่แล้ว
ร่างเล็กกระพิบตาถี่ๆ ก่อนจะลืมตาโพรงมองให้ชัดๆ.....เฮ๊ยยยยยยยยยยยยยยย....
“อรุณสวัสดิ์” หน้าสวยๆของร่างยาวที่เปลือยท่อนบนก้มลงประทับริมฝีปากที่หน้าผากของคนน่ารักที่หลับพริ้มอยู่เมื่อกี้เบาๆ
....เฮ๊ยยยยยยยยยยย(อีกที).....มือเล็กๆยกขึ้นจับหน้าผากตัวเองแบบงงๆ .....เดี๋ยวนะๆๆๆๆๆ.... เมื่อวาน...เรา....ที่ห้องพยาบาลกับพี่จุน...แล้วเราก้อวิ่งตากฝนออกมา...แล้ว...ที่นี่... คนน่ารักกวาดตาไปรอบๆทั้งๆที่มือยังจับหน้าผากตัวเองอยู่อย่างนั้น.....ห้องของ...เคตะ... เดี๋ยวสิ..เมื่อวานเรา....
ร่างเล็กนั่งระลึกชาติกับเรื่องที่เพิ่งผ่านไปแค่เมื่อคืน แล้วก็รู้สึกตัวซะทีว่าเมื่อคืนตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง....ตายละ...เมื่อวานเรา....โอ้ก้อดดดด... แล้วแก้มใสก็มีสีระเรื่อขึ้นมาซะง่ายๆ มือเล็กๆคว้าผ้าห่มนุ่มขึ้นปิดหน้าตัวเอง....ให้ตายดิ..น่าอายชะมัด...เมื่อคืนเราพูดอะไรออกไปมั่งวะ...แล้วนี่เค้านั่งจ้องเราอยู่นานรึยังเนี่ย.....มันเขินนะเฟร้ยยย....
.............อ๊ากกกกกกก....นี่เรา...โป๊อยู่นี่หว่า............
คนข้างๆเห็นอาการของคนน่ารักแล้วก็อดขำไม่ได้ “จะเขินอะไรล่ะ เมื่อวานนายเป็นคนเริ่มเองนะ”
ยิ่งพูดคนใต้ผ้าห่มยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่ นึกถึงตัวเองเมื่อคืนนี้...จริงด้วย...เราเป็นคนบอกให้เค้าทำ.......ง่า...ยิ่งคิดยิ่งเขินไปใหญ่แล้ว.....
แขนเรียวๆค่อยๆยกขึ้นดึงผ้าห่มที่คลุมแก้มใสที่แดงไปถึงหูออกช้าๆ คนน่ารักแดงไปทั้งตัวแล้วมั้งเนี่ย....น่ารักชะมัดเลย...
ร่างยาวขยับตัวช้าๆขึ้นคร่อมร่างเล็กๆไว้ ก้มลงจูบแก้มนุ่มเบาๆ แล้วไล้ลงช้าๆ ต่ำไปที่ซอกคอ ผ่านไรผมนุ่ม สูดกลิ่นหอมที่เจือกลิ่นคุ้นๆจากตัวเขาเอง... มือขวายันพื้นเตียงนุ่มไว้ ส่วนมือซ้ายก้อซนเข้า มือใหญ่ๆนิ้วเรียวๆไล้ไปตามผิวขาวๆที่เป็นสีชมพูระเรื่อ ความร้อนจากร่างเล็กๆส่งผ่านมาถึงปลายนิ้วเรียวนั่น
“..เอ่..อ...เค..ตะ....” ทั้งเสียงทั้งหัวใจสั่นซะเป็นใครก็ต้องรู้สึกได้ “อย่า..สิ....”
เรียวปากสวยยิ้มนิดๆ ก่อนจะประทับลงบนริมฝีปากอิ่มเบาๆ “ล้อเล่นน่า” มือใหญ่ๆขยี้ผมนุ่มของคนน่ารักเบาๆอย่างเอ็นดู “งั้นชั้นไปอาบน้ำก่อนนะ” ค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อ ผ้าเช็ดตัว แล้วเปิดประตูห้องจะเดินออกไป ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้คนน่ารักบนเตียง “อาบด้วยกันไม๊”
ร่างเล็กไม่ตอบแต่รีบคว้าหมอนขว้างไปที่ประตูเต็มแรง ร่างยาวแทบปิดประตูไม่ทัน ตามด้วยเสียงหัวเราะสดใสแบบที่ไม่ค่อยมีให้ได้ยิน
......แกล้งกันอยู่ได้.......
ใครจะรู้ว่าเจ้าเด็กใหม่ผู้เงียบขรึมจะขี้เล่นได้ขนาดนี้เนี่ย.....แล้วมันเพราะใครกันล่า....
เรียวเฮเงี่ยหูฟังเสียงประตูนอกห้องให้ชัวร์ว่าเคตะเข้าห้องน้ำไปแล้วจริงๆ แล้วค่อยๆลุกมาหยิบเสื้อผ้าที่กองกับพื้นขึ้นมาใส่ก่อนที่เจ้าของห้องจะกลับเข้ามา..
...ไม่นานนักเจ้าของห้องก้อเปิดประตูเข้ามา ร่างเล็กนอนแผ่อยู่ที่เตียง หันหน้าออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ท้องฟ้าด้านนอกสดใสต่างจากเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง ฟ้าหลังฝนมันสวยแบบนี้นี่เอง... ถ้าไม่มีฝน เราจะสังเกตกันบ้างไม๊ว่าท้องฟ้าสว่างสดใส สวยงามได้แค่ไหน... ร่างเล็กยิ้มให้ท้องฟ้าอย่างไร้เดียงสา ไม่ทันคิดหรอกว่าตัวเองก็สดใสไม่ต่างกันกับฟ้า ถ้าเทียบกับสภาพของตัวเองเมื่อหลายวันที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงเมื่อคืน... ความเจ็บปวดในใจหายไปเป็นปลิดทิ้ง... ง่ายๆเพียงแค่ได้รับความอบอุ่น ...ความรัก...จากคนที่เขาต้องการมากที่สุด...
ร่างยาวสาวเท้าเข้ามาช้าๆ เงียบๆ คนน่ารักไม่ได้รู้สึกตัวเลยซักนิด จนกระทั่งใบหน้าเรียวสวยของเคตะยื่นคร่อมมาตรงหน้า
“มานอนแผ่แบบนี้เดี๋ยวก้อจับปล้ำซะหรอก”
...อยู่ๆก็โผล่มาตรงหน้าตอนกำลังเผลอแบบนี้ ร่างเล็กตกใจสุดๆ ลุกขึ้นจากท่านอนทันที แล้วก้อ...โป้กกก...หน้าผากกระแทกกับคางเรียวยาวไปเต็มๆ
“โอ๊ยยยยยยยยย เจ็บๆๆๆๆๆๆ” อ๊าววว ตัวเองทำตัวเองแท้ๆ มือเล็กๆยกขึ้นกุมหน้าผาก
“โอ่ยยยย บ้าจริง จะลุกก็ไม่บอก เจ็บชะมัด” อีกคนก็เจ็บไม่แพ้กัน มือสวยๆจับคางตัวเองว่ายังโอเคดีอยู่รึป่าว เกิดหน้าหล่อๆของนายแบบเสียหายก็ราคาตกกันพอดี
“ก็นายนั่นแหละ อยู่ก็โผล่หน้ามา ตกใจหมดเลย” เสียงหวานๆแต่เถียงคำไม่ตกฝากจริงๆ
“เออ..ชั้นผิดไปแล้ว” เสียงหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ในใจแอบคิดว่าพ่อคนตัวเล็กนี่มันน่ารักซะจริ๊งง “ไถ่โทษให้ก้อได้” แล้วก้อค่อยยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ริมฝีปากสวยๆประกบปากนุ่มๆของคนร่างเล็กช้าๆ ค่อยชิมรสหวานจากริมฝีปากสีสดอยู่นาน จนอีกฝ่ายเริ่มหายใจไม่ทัน แก้มขาวใสแดงขึ้นมาอีกแล้ว เคตะค่อยๆถอนริมฝีปากออก ยิ้มให้คนน่ารักที่หน้าแดงไปถึงหู..
“นี่มันรางวัลต่างหาก” เสียงงอนๆแล้วก็รีบหันหน้าไปทางอื่น ...ก็มันร้อนผ่าวไปทั้งหน้าแล้วนี่นา...
เคตะอดยิ้มไม่ได้อีกแล้ว แขนเรียวยาวสอดเข้าสองข้างเอวบาง กอดร่างเล็กๆน่าทนุถนอมไว้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆเพิ่มแรงกอดรัดให้แน่นขึ้น...
“ปล่อยน๊า” เสียงสูงน่ารักซะจริง อย่างนี้ใครจะอยากปล่อยให้หลุดมือไปล่ะ.... เคตะไม่สนใจกอดร่างเล็กๆนั้นไว้ราวกับกำลังแกล้งเด็กเล็กน่ารัก จนกระทั่งหน้าหวานหันมาจ้อง ตากลมโตทำเหมือนจะดุ แต่ดูยังไงก็น่ารักมากกว่าอยู่ดีนั่นแหละ
“โอเค ปล่อยละๆ” ร่างยาวคลายวงแขนของตัวเองออกช้าๆ ก้มลงจูบหน้าผากคนตรงหน้าเบาๆ “หายเจ็บรึยัง”
ร่างเล็กช้อนตามองหน้าสวยๆคิ้วขมวดเล็กๆ แก้มใสยังคงมีสีระเรื่ออยู่ “ยัง” ....ตอบเสียงขุ่นเชียว....งอนใหญ่แล้วนะเนี่ย....
“งั้นไถ่โทษให้อีกที รับรองหาย” ...ได้ทีเอาใหญ่เชียวนะพ่อคุณ... ทำท่าจะโน้มตัวลงมา
“พอเลย” ร่างเล็กรีบลุกหนี ทำเอานายแบบสุดหล่อหน้าคว่ำซะแทบจะลงไปจูบเตียงแทน คนน่ารักเห็นก็อดขำไม่ได้ “ฮะๆๆๆ”
...ร่าเริงได้แบบนี้ค่อยหายห่วงล่ะ... ริมฝีปากเรียวยิ้มบางๆ
“ชั้นไปอาบน้ำมั่งดีกว่า”
ร่างยาวลุกไปเปิดตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ให้ “เอ้า จะเอาชุดไหนก็เลือกเลย ตามสบาย”
ตู้เสื้อผ้าใหญ่ เสื้อผ้าเต็มตู้สมกับคนเป็นนายแบบ ...แต่จะมีชุดไหนที่เหมาะกับคนตัวเล็กๆอย่างเรียวเฮเร้อออออ...
แขนเรียวเล็กยกขึ้นเพื่อเลือกเสื้อในตู้ แขนเสื้อใหญ่ๆไหลลงมากองอยู่ที่ต้นแขน ร่างยาวยืนมองแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ทุกที อยากจะเข้าไปช่วยเลือกหรอกนะ แต่ให้เรียวเฮเลือกเองดีกว่า
...กว่าจะเปิดดูเสื้อให้หมดตู้ก็ยกแขนซะเมื่อยเลย เสื้อผ้าของเคตะมีแต่เสื้อแขนยาวซะส่วนใหญ่ คนตัวเล็กไม่ค่อยอยากจะใส่เพราะรู้ว่าแขนมันจะยาวเกินไปน่ะสิ แล้วก้อเลื่อนไปเจอเสื้อยืดมีฮู้ดแขนกุดสีเทาอ่อนๆ ...ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเสื้อแบบนี้ในตู้เสื้อผ้าของเคตะ... ร่างเล็กหยิบลงมาทาบกับตัวหน้ากระจก
....หึหึ เข้าใจเลือกนะ เหมาะกับนายดีจริงๆ....
“ชั้นเอาตัวนี้นะ” หันมายิ้มร่าเชียว ...กว่าจะหาตัวที่เหมาะกับตัวเองได้ก็เล่นเอาทั้งคนใส่ทั้งเจ้าของตู้เสื้อผ้าเหนื่อย...
“เชิญ เอาไปเลยก็ได้นะ” ร่างยาวเริ่มกลับมาพูดเสียงเรียบแบบที่คุ้นๆหูอีกครั้ง
“อ่าว ไม่เอาแล้วเหรอ??” แค่จะขอยืมก็เกรงใจแล้ว
“อืม มันไม่เหมาะกับชั้นน่ะ นายเอาไปเหอะ” พูดแล้วก็เดินมาหยิบผ้าเช็ดตัวกับกางเกงยีนส์ตัวที่คิดว่าเล็กที่สุดออกมากก่อนจะปิดตู้ซะ เจ้าคนตัวเล็กนี่จะได้ไปอาบน้ำซะที
“อืมมม ชั้นก็ว่างั้นแหละ” พูดตรงไปไม๊เนี่ย “มันคงเหมาะกับชั้นมากกว่า” ยิ้มน่ารักอีกแล้ว “งั้นชั้นไม่เกรงใจละนะ” แล้วก็คว้ากางเกงกับผ้าเช็ดตัวจากมือร่างสูงๆเดินเข้าห้องน้ำไป
....น่ารักซะอย่างงี้แหละน้า ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่เจอกันครั้งแรก.... น่ารักซะจนทำให้เคตะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้....
ไม่นานนักร่างเล็กๆก็เดินออกจากห้องน้ำมา เสื้อแขนกุดเหมาะกับคนน่ารักคนนี้จริงๆซะด้วย ร่างเล็กยืนส่องกระจกสำรวจตัวเอง ยิ้มร่าเริง ....ท่าทางเจ้าตัวจะชอบมากเลยแฮะ...
“ชั้นชอบเสื้อนายจัง ขอบคุณมากนะที่ยกให้” หันมายิ้มให้ยังกะเด็กๆ
“อืม ไม่เปนไร” ร่างยาวยิ้มบางๆตอบ แค่เรียวเฮดีใจเขาก็ดีใจแล้วล่ะ
ร่างเล็กจับผมให้เข้าที่ หยิบนาฬิกาข้อมือที่ถอดทิ้งไว้ขึ้นมาใส่ ....เก้าโมงเช้างั้นเหรอ... ริวอิจิจะกลับบ้านรึยังนะ...ไม่ได้คุยกันหลายวันแล้ว.... ว่าแล้วก็นึกอยากจะเคลียร์ปัญหากับเพื่อนขึ้นมา “เคตะ” เสียงหวานๆเรียกชื่อเจ้าของห้อง
“หืม” เคตะนอนแผ่อยู่บนเตียง แต่สายตาแอบมองคนร่างเล็กนี่อย่างไม่วางตา
“ชั้นอยากกลับบ้านแล้วล่ะ” เสียงน่ารักๆ ถึงจะไม่อยากให้กลับแต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ
“งั้นชั้นไปส่งนะ” พูดเสียงเรียบแต่ยิ้มให้
“อื้ม” ร่างเล็กก็ยิ้มร่าตอบ ...รอยยิ้มที่เคตะไม่เห็นมาตั้งหลายวัน วันนี้มันกลับมาอยู่ในที่เดิมที่มันควรจะอยู่แล้วสินะ... เพราะใครกันน้า....
..เก็บข้าวเก็บของของตัวเองเสร็จทั้งคู่ก็เดินออกมาด้วยกัน.. ท้องฟ้าสดใสจนรู้สึกสบายใจขึ้นมาซะเฉยๆ อากาศดีแบบนี้มีคนออกมาเดินสูดอากาศกันเยอะแยะไปหมด เคตะกับเรียวเฮค่อยๆเดินไปด้วยกันช้าๆ ...จนกระทั่งถึงบ้านของคนน่ารัก..
“กลับมาแล้ว” ร่างเล็กเปิดประตูเข้าบ้านของตัวเอง หน้าประตูมีรองเท้าสองคู่....ใครมาน่ะ...
“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงดังมาจากในบ้าน ก่อนที่ชายร่างผอมสูงจะวิ่งออกมาก่อนเจ้าของบ้านอีกคนซะอีก
“พี่...มัตสึโมโตะ” ร่างเล็กแทบชะงักที่เห็นคนๆนี้ในบ้านของตัวเอง แต่คนร่างยาวที่อยู่ข้างหลังเดือดแทนไปแล้ว
...ดีเหมือนกันมาให้อัดถึงที่เลย...
เคตะเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อรุ่นพี่หนุ่มอย่างไม่ไว้หน้า “นายยังกล้าเสนอหน้ามาที่นี่อีกเหรอ” มือเรียวๆกำหมัดขึ้นสูง จุนได้แต่หลับตาปี๋ ...กรูตายแน่ๆๆๆ...
“เฮ๊ยย หยุดก่อนเคตะ” เสียงคุ้นๆดังขึ้นอีก ริวอิจิแค่เดินออกมาไม่ทันจุนเท่านั้นเอง แค่ได้ยินเสียงประตูเปิดจุนก็วิ่งแจ้นออกมาแล้ว
เมื่อวานริวอิจิตามไปเฝ้าจุนอยู่ตลอด จุนเองก็เสียใจกับการกระทำที่ไม่ยั้งคิดของตัวเอง พอได้สติดีแล้วก็เลยขอร้องให้ริวอิจิพาเขามารอเรียวเฮที่บ้านเพราะอยากจะขอโทษเรียวเฮจริงๆ
เคตะได้แต่ยกแขนค้างไว้อย่างนั้น มือที่กุมคอเสื้อของรุ่นพี่ค่อยๆคลายลง แต่อาการฉุนก็ยังไม่ได้ลดลงเลย “ริว นี่นายให้หมอนี่เข้ามาเหรอ? นายรู้รึป่าวว่ามันทำอะไรกับเรียวเฮไว้”
ริวอิจิถอนหายใจเบาๆ “รู้สิ” แล้วก็เดินมาที่เรียวเฮ ลูบหัวเพื่อนสนิทเบาๆ “นายโอเคนะ”
“อืมมม” ร่างเล็กตอบเบาๆ
“ขอโทษนะเรียวจัง!!!!!” รุ่นพี่หนุ่มพูดเสียงดังพร้อมกับก้มหัวไปแบบสุดตัว
....เงียบ.... ร่างเล็กก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเขาควรจะตอบว่ายังไง ทำเอาคนที่ก้มอยู่ใจไม่ดีซะเลย
“ขอโทษจริงๆนะเรียวจัง ฉันผิดเอง เรียวจังอาจจะไม่ยกโทษให้ฉันก็ได้ จะโกรธจะเกลียดฉันก็ได้ แต่อย่างน้อยช่วยรับคำขอโทษของฉันทีเถอะนะ” น้ำเสียงสั่นเครือทำให้รู้สึกได้ว่าเขารู้สึกผิดจริงๆ
ร่างเล็กมองหน้าเพื่อนสนิท ก่อนจะหันไปมองร่างยาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เคตะท่าทางยังหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย...ถ้าเจ้าริวไม่มาห้ามก็อัดไปแล้วแท้ๆเชียว.... ร่างเล็กเห็นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้
“พอเถอะพี่” ร่างเล็กพูดเบาๆ ....บอกว่าพอนี่แปลว่าจะยกโทษให้หรือจะไล่กลับบ้านล่ะเนี่ย... จุนค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ แต่สีหน้าก็ยังกังวลอยู่ดี “ที่จริงผมก็อยากจะโกรธจะเกลียดพี่อยู่หรอกนะ....แต่ช่างมันดีกว่า ลืมมันซะเถอะ” ยิ้มน่ารัก....ก็เป็นซะอย่างเงี้ยถึงตัดใจไม่ได้มาเป็นปี....
คนน่ารักหันไปยิ้มใสให้ร่างยาว รอยยิ้มสดใสขนาดนี้ เคตะเห็นก็เป็นต้องหายอารมณ์เสียทันที ....พ่อพระจริงๆเล๊ยยย... แต่...แบบนี้ก็คงจะดีแล้วล่ะ....
จุนได้ยินแบบนั้นก้อดีใจซะน้ำตาเล็ด “จริงเหรอเรียวจัง เรียวจังยกโทษให้ฉันจริงๆนะ”
ร่างเล็กยิ้มตอบ ริวอิจิเห็นแบบนี้ก็พลอยยิ้มออกไปด้วย แต่คนข้างๆนี่สิ ชักจะแอบหงุดหงิดเล็กน้อย...เลิกยิ้มให้หมอนั่นซะทีได้ไม๊เนี่ย....
“เย้ๆ ดีใจจัง รักเรียวจังที่สุดเลย” สองแขนอ้ากว้าง ดีใจจนอยากจะเข้ามากอดคนน่ารักนี่ซะจริงๆ
“อะแฮ่มมม” เสียงกระแอมต่ำ ผนวกกับสายตาเฉือดเฉือนของคนร่างยาวทำเอาจุนหุบแขนแทบไม่ทัน ลดลงมาจับมือเล็กๆแทน
“ขอบใจนะๆๆๆๆ” แล้วก็เขย่าๆๆๆๆมือเล็กๆนั่นอย่างแรง ....รู้แล้วว่าดีใจมาก...
…..“เ....อ่...อ...เรียวเฮ” หลังจากที่ยืนเงียบอยู่นาน ริวอิจิก็แทรกขึ้นบ้าง ร่างเล็กพยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ๆของจุน แล้วก็หันไปมองหน้าเพื่อน “คือ..เรื่องฉัน...กับเคตะน่ะ....” พูดแค่นี้ร่างเล็กก็ถอดสีหน้าซะแล้ว..
“ช่างเหอะ....ชั้นไม่อยากรู้แล้วล่ะ” ....ใช่...ชั้นไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว ให้มันผ่านๆไปทั้งหมดนั่นแหละ....
เคตะเองก็สีหน้าไม่ดี ...จะมีเรื่องอีกไม๊วะเนี่ย อุตส่าห์ลงเอยกันได้แล้วเชียว....
“เดี๋ยวสิ ฟังฉันก่อน นายเข้าใจผิดอย่างแรงเลยนะ” เหลือบตามองเคตะนิดนึงก่อนจะพูดต่อ “คือตอนนั้น...ฉันแค่สะดุดสายที่เครื่องเกม แล้วก้อล้มทับเคตะน่ะ” ...โกหกเพราะไม่อยากให้เพื่อนคิดมากอีก แค่เห็นก็รู้แล้วว่าตอนนี้เรียวเฮกับเคตะก็น่าจะลงเอยกันได้แล้ว...
“หา!!!!!” ร่างเล็กได้แต่อ้าปากค้าง หันไปที่ร่างยาว “จริงเหรอ??”
เคตะเองก็มองหน้าริวอิจิค้างๆเหมือนกันก่อนจะหันไปตอบร่างเล็ก “อะ..เออ...ก้อจริงน่ะสิ”
“แล้วทำไมนายไม่บอกชั้นแต่แรกล่ะ” ....ให้ตายสินี่เราหลงเข้าใจผิดมาตลอดเลยเหรอเนี่ย...
“ก็ชั้นจะบอกนายแล้ว นายไม่ฟังฉันเองนี่นา” ก็เรียวเฮเอาแต่หลบหน้าตลอดจริงๆนี่นา
ร่างเล็กรีบหันหน้ากลับมา แก้มใสๆเห็นเป็นสีจางๆ ....ตายจริงนี่เราร้องไห้เสียน้ำตาไปหลายถังเพราะไอ้เรื่องแค่นี้น่ะเหรอ....อายชะมัดเลย....
ขณะที่ร่างเล็กกำลังลุกลนอยู่ริวอิจิก็ยิ้มบางๆให้เคตะ ....แบบนี้แหละ ดีแล้ว....
“เออนี่เรียวเฮ” ริวอิจิเรียกอีกรอบ ยิ้มแหยๆ ร่างเล็กช้อนตาขึ้นมองทั้งๆที่ยังก้มๆอยู่นิดหน่อย ..ก็หน้ามันร้อนนี่นา.. “คือ...ชั้นไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ช่วยทำอะไรให้กินทีดิ”
“หา!!!!!!!” ร่างเล็กอ้าปากค้างอีกรอบ ...โหย..ไอ้หมอนี่มัน...เพื่อนกลับมาถึงก้อขอให้ทำข้าวให้กินเลยวุ้ย...ไอ้หมอนี่มันเพื่อนกินชัดๆ...
“ก้อไม่ได้กินอาหารฝีมือนายตั้งหลายวัน คิดถึงนี่นา” ...เอ้า..อ้อนอีกแน่ะ....
“เอ่อ...” แอบเงียบ ฟังเค้าคุยกันอยู่นาน จุนขอขัดซะหน่อย “ถ้างั้น...ชั้นกลับเลยละกันนะ...ไม่รบกวนดีกว่า”
“อ่าว….อยู่กินข้าวกันก่อนก็ได้นะ” ร่างเล็กบอก
จุนอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง ดีใจแทบซะเผลอจะเข้าไปกอดคนน่ารักอีกรอบ ...ทำไมเรียวเฮเป็นคนดีขนาดนี้เนี่ย....
เคตะมองหน้าริวอิจิอีกที ยักไหล่ให้ ...ช่วยไม่ได้ ...เรียวเฮน่ารักก็เพราะแบบนี้แหละน้า....
แล้วทั้งสี่คนก็เดินเข้าบ้าน ช่วยกันทำอาหาร แล้วก็กินด้วยกันสนุกใหญ่เชียว
.....เรียวเฮน่ะใจดีเสมอ...เพราะอย่างนี้ ทุกคนถึงได้รักไงล่ะ....
...หลายวันต่อมา...
“ริว ชั้นไปก่อนนะ” เสียงใสๆร้องบอกเพื่อน เลิกเรียนวันนี้คนน่ารักของเราก็จะไปติวหนังสือให้เคตะที่บ้านอีกแล้ว...
“อ่าวเดี๋ยวสิ ชั้นลงไปด้วย จะไปชมรมพอดี” ลุกลี้ลุกลนเก็บของแล้วก็วิ่งตามเพื่อนออกมา คนร่างยาวกับคนตัวเล็กยืนรออยู่หน้าห้องแล้ว “เสร็จแล้วๆ ไปเหอะ” แล้วสามเพื่อนซี้ก็เดินลงมาด้วยกัน ระหว่างทางก็ทักคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย... พอลงมาถึงหน้าตึกเรียน...
“งั้นแยกกันตรงนี้น้า” เสียงหวานใสบอกเพื่อนรัก
“อื้ม....อย่ากลับดึกล่ะ...กลับเช้าเลยก้อได้” ขอแซวซะหน่อยเหอะ
“เจ้าบ้า” เรียวเฮแอบค้อนเพื่อน หน้าแดงๆ
“งั้นไปละ” ร่างยาวพูดเสียงเรียบบอกเพื่อน แล้วก็เดินเคียงคู่ออกไปกับคนตัวเล็กๆ ....หวังว่าคงจะได้ติวหนังสือกันจริงๆหรอกนะ....
ริวอิจิโบกมือให้เพื่อนๆสองคน แล้วนั่งลงที่หน้าตึก....ที่จริงเขาไม่ได้จะไปชมรมหรอก ก็แค่ทำเป็นไม่ว่าง จะได้ให้สองคนนั้นเค้าอยู่ด้วยกันสองต่อสอง...
“อ้าวริว” ใครบางคนเดินลงมาจากตึกพอดี ริวอิจิหันไปตามต้นเสียง
“อ้าวพี่จุน”
“นั่งทำอะไรอยู่น่ะ” แล้วก็มองตามริวอิจิไปที่หน้าประตูโรงเรียน เห็นคนสองคนที่กำลังเดินออกไป ท่าทางมีความสุขซะจริง “เฮ้อ~” หนุ่มรุ่นพี่ถอนหายใจเบาๆ นั่งลงข้างๆ “ชั้นรักของชั้นมาตั้งเป็นปี ตามตื๊อมาตั้งนาน เรียวจังไม่เคยสนใจเลย หมอนั่นเพิ่งเข้ามาเรียนได้ไม่กี่เดือนก็คว้าดาวของเราไปซะแล้ว”
“ช่วยไม่ได้นี่พี่ ก็เค้าไม่ได้รักเรา จะให้ทำยังไง”
“นั่นสินะ.....” ตาสวยๆมองทอดออกไปไกล ก่อนจะหันกลับมาที่คนข้างๆ “ว่าแต่...ชั้นไม่คิดเลยนะว่านายจะหลงรักหมอนั่นน่ะ” ...ที่รู้เรื่องนี่ก็เพราะริวอิจิเล่าเรื่องทั้งหมดให้จุนฟังตั้งแต่ตอนที่ไปนั่งปลอบกันเองคราวก่อนแล้ว...
“ไม่รู้สิ รู้สึกตัวอีกทีก็รักไปแล้ว....”
“เห็นทีชั้นจะต้องรีบหาโปรเจคใหม่ซะแล้ว อุตส่าห์อยู่เป็นโสดรอเรียวจังอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็แห้ว”
“งั้นเอาผมดีไม๊ครับ” ยิ้มร่าเชียว...ทำเป็นเล่นนะ พ่อตัวดี...
“แหวะ ชั้นไม่เอาหมูอย่างแกมาเป็นแฟนหรอก” ทำหน้าแหยงๆเล็กน้อย
“โหย ใจร้ายจัง ผมก็ดังไม่แพ้เรียวเฮมันน้า ถึงก็หมูแต่ก็น่ารักออกขนาดนี้” ก้มมายิ้มกว้างใส่หน้ารุ่นพี่ นิ้วชี้สองข้างชี้แก้มตัวเอง
....โอ๊ะ...ไอ้ยิ้มเห็นเขี้ยวใสๆนี่มันก็น่ารักดีวุ้ย... จุนแอบยิ้มเล็กๆ ยกแขนขึ้นกอดคอรุ่นน้องให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน “อกหักทั้งที ไปกินเหล้ากันดีกว่า” แล้วก็ออกเดินไม่รอฟังคำตอบใดๆทั้งสิ้น
“ไปก้อได้แต่พี่เลี้ยงนะ” ก็โดนลากมาแบบนี้ก็คงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะ
“อะไรวะ ก้ออกหักทั้งคู่ ต่างคนต่างจ่ายเด่ะ” โวยวายเล็กน้อยแล้วก็ลากรุ่นน้องตัวใหญ่ๆออกนอกประตูโรงเรียนไป.....
......หวังว่าโปรเจคคราวนี้คงจะไม่แห้วแล้วนะ....
The End
