Endless
Story …intro…
...เคยมีมั้ยครับ
ความรู้สึกที่มันติดอยู่ในใจคุณตลอดเวลา...
...ไม่ว่า....เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม...........
“เคตะ
ยืมดูสมุดโน้ตหน่อย”
ผมพูดกับเพื่อนร่างสูงที่นั่งข้างๆ
เพื่อนคนแรกในโรงเรียนใหม่
เพื่อนคนที่ผมสนิทด้วยมากที่สุดที่นี่
“ได้สิ
เอ้า”
แขนยาวๆยื่นสมุดที่หยิบมาจากกระเป๋าให้ผม
“ขอบใจ” ผมยิ้มตอบ “แล้วจะรีบคืนให้นะ”
“ไม่ต้องก็ได้
ฉันไม่อ่านอยู่แล้ว
นายเอาไปเหอะ
เรียนไม่ค่อยทันไม่ใช่เหรอ”
ผมยิ้มให้อีกครั้งแทนคำขอบคุณ
อ๊ะ!อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมเรียนห่วยนะครับ
ที่เคตะบอกว่าผมเรียนไม่ทันเนี่ย
เพราะว่าผมเพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ต่างหาก
พอดีเขาสอนเร็วกว่าที่โรงเรียนเก่า
ผมก็เลยตามไม่ทันไปบ้าง
แต่ไม่ใช่เพราะผมหัวไม่ดีนะครับ
ส่วนผู้ชายคนนี้ชื่อทาจิบานะ
เคตะครับ เขาช่วยผมทั้งเรื่องเรียนแล้วก็ช่วยให้ผมคุ้นกับที่นี่ได้เร็วขึ้น
ผมไม่ใช่คนคุยเก่ง
แต่ไม่รู้ทำไมกับเขาที่ผมเพิ่งจะรู้จักได้ไม่กี่วัน
ผมถึงรู้สึกสบายใจที่จะคุยด้วย
ตอนที่รู้ว่าต้องย้ายโรงเรียนน่ะ
ผมกังวลแทบตาย
แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆเลยที่ได้รู้จักแล้วก็สนิทกับเพื่อนคนนี้
อ้อ..พูดมาตั้งเยอะ
ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลย
ผมชื่อจิบะ
เรียวเฮครับ
เพิ่งย้ายมาเรียนที่นี่ได้สองอาทิตย์
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ
“ใจดีอีกแล้วนะ”
ใครคนนึงพูดขึ้นหลังจากได้บินบทสนทนาของผมกับเคตะ
“เพื่อนกันก็ต้องช่วยกันสิ
เนอะ”
เคตะพูดใส่เพื่อนคนนั้น
ก่อนจะหันมายิ้มที่ผม
นร.ใหม่อย่างผม
มีคนเรียกว่าเป็น
“เพื่อน” แบบนี้
ผมล่ะดีใจชะมัดเลย
เรื่องที่เคตะใจดีกับใครๆน่ะ
ผมพอจะรู้อยู่หรอก
ก็เขาใจดีกับผมมากเลยนี่นา
แล้วเท่าที่ผมเห็น
เขาก็มักจะคอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอๆ
ในสายตาของผม
เขาเป็นคนที่เพื่อนๆทุกคนรักมากเลยละครับ
“เอาเหอะ
จะกลับรึยัง” ใครคนเดิมพูดต่อ
“เออๆ
เร่งจัง
บ้านมันไม่หนีไปไหนหรอก”
เขาว่าพลางลุกขึ้นยืน
“หรือว่ามีใครรอนายอยู่”
พูดต่อยิ้มๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นพาดไหล่
“เรียวเฮ
กลับด้วยกันไม๊”
เขาหันมาถาม
“เอ่อ....”
ที่จริงไม่ใช่ว่าผมไม่อยากกลับด้วยหรอกนะครับ
เพียงแต่ไม่อยากจะเข้าไปเป็นส่วนเกินมากกว่า
ก็สองคนนี้เขาเพื่อนสนิทกันนี่ครับ
“กลับด้วยกันเหอะ
ถ้าไม่มีธุระอะไรที่ไหน”
มือใหญ่ๆตบหลังผมเบาๆ
“กลับคนเดียวน่าเบื่อจะตาย”
“ใช่ๆ
กลับด้วยกันเหอะ”
เพื่อนคนที่ยืนข้างๆเคตะยิ้มให้ผม
ผู้ชายคนนี้ชื่อริวอิจิ
โองาตะครับ
เป็นเพื่อนสนิทของเคตะเขา
สาเหตุที่ผมรู้จักกับเคตะได้ก็เพราะริวอิจินี่แหละครับ
พอดีผมได้ที่นั่งข้างๆเขา
เราก็เลยได้คุยกัน
หลังจากนั้นเขาก็แนะนำเคตะให้ผมรู้จักอีกที...
ด้วยลูกตื๊อของทั้งคู่
สุดท้ายวันนั้นผมก็เลยได้กลับบ้านพร้อมกับทั้งสองคน
แถมทั้งคู่ยังมาส่งผมถึงสถานีรถไฟด้วย
....ใจดีอย่างที่ผมว่าใช่มั้ยล่ะครับ...
“เรียวเฮ
ไปกันเหอะ”
ผมหันไปตามเสียงเรียก
ริวอิจินั่นเอง
วิชาต่อไปเราต้องไปเรียนที่ห้องLABกันน่ะครับ
...เผลอแป๊บเดียว
ผมย้ายมาเรียนที่นี่ได้สามเดือนแล้วนะครับ...
“แล้วเคตะล่ะ?”
ผมถามเมื่อมองไม่เห็นเพื่อนร่างสูงเลย
“เคตะมันโดดไปนอนห้องพยาบาลแล้วน่ะ
อย่าไปสนเลย”
“อ้าว?เหรอ??”
ผมตอบคำไปอย่างนั้น
หยิบหนังสือ
เดินตามริวอิจิไปห้องLABแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไร
....ไปนอนห้องพยาบาล??
ทำไมไม่เป็นบอกเราเลย...
ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องอะไรที่เขาจะต้องมาคอยรายงานผม
แต่ไม่รู้ทำไมพักนี้ผมถึงอดคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ไม่ได้
ตัวเองยังรู้สึกแปลกใจเลยครับ
“อ๊ะ
เดี๋ยวฉันขอเข้าห้องน้ำก่อน
นายไปก่อนก็ได้”
ผมพูดกับริวอิจิ
แล้วก็เดินเลี้ยวเข้าห้องน้ำไปคนเดียว
ก่อนจะรีบเดินตามไปห้องLAB
“อ้าว?เรียวเฮ”
ใครคนนึงทักผมที่ทางเดิน
ใครที่ไม่ใช่เพื่อนในห้องแต่ดูเหมือนจะรู้จักผมดี
สามเดือนที่ผ่านมา
ไม่รู้เพราะผมสนิทกับเคตะและริวอิจิหรือยังไง
ใครๆต่างก็พารู้จักผมไปทั่ว
“เคตะไม่อยู่ด้วยเหรอ?”
ใครคนนั้นถามผม
เป็นที่รู้ๆว่าเห็นผมที่ไหนมักจะเห็นเคตะที่นั่น
ก็เรียนห้องเดียวกันนี่ครับ
ไปไหนมาไหนก็มักจะไปด้วยกันตลอด
“เคตะ...เอ่อ...”
ผมคิดอีกทีว่าควรจะบอก...ใคร..ก็ไม่รู้..ว่าเคตะโดดเรียนดีมั้ย
“อ๊ะ..
สายแล้ว
ฉันต้องรีบไปเข้าเรียนละ
โทษทีนะ”
แล้วผมก็รีบเดีนหนีไปซะอย่างนั้น
“....น่ารักจัง
เสียดายเว๊ย
ทำไมต้องเป็นของไอ้เคตะมันด้วยวะ”
ใครคนนั้นเอ่ยตามหลังผม
ขณะที่ผมเดินไกลออกมาแล้ว
“เลิกเรียนแล้วนะเคตะ
กลับบ้านกันเหอะ”
ผมเดินเข้าไปเรียกร่างสูงที่หลับเป็นตายอยู่ที่ห้องพยาบาล
“เคตะ!!”
ผมเรียกเสียงดังขึ้น
เขย่าไหล่กว้างนั่นเบาๆเมื่อเจ้าของร่างนั้นไม่มีท่าทีว่าจะตื่น
“อืม...”
ร่างบนเตียงขยับเบาๆ
ผมหลงว่าเขาจะตื่นแล้ว
แต่ที่ไหนได้
เขาแค่งึมงำแล้วก็พลิกตัวเฉยๆ
แขนยาวๆคว้าเอาร่างของผมไปติดกับหน้าอกตัวเองโดยที่ไม่ได้รู้สึกตัวเลย
“เคตะ!! ปล่อยสิ
นี่ฉันเองนะ!!” ผมงี้ตื่นเต้นซะแทบแย่
แถมยังรู้สึกร้อนๆขึ้นมาซะเฉยๆ
“ตื่นสิ”
ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนนั่น
มือข้างนึงยกขึ้นทั้งๆที่ยังมือกระเป๋าอยู่ในมือ
ฟาดไปที่ร่างบนเตียงนันซะเต็มแรงโดยไม่ได้ตั้งใจ
“โอ๊ย!!!”
เสียงเคตะร้องซะดัง
“เรียวเฮเองเหรอ
คราวหลังปลุกดีๆก็ได้”
ท่าทางเจ้าตัวจะไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง
ผมเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
ว่าทำไมจะต้องใจสั่นขนาดนั้นด้วย
กับแค่โดนเพื่อนผู้ชายด้วยกันกอด
“กลับเหอะ”
ผมโยนกระเป๋าให้เขา
แล้วก็เดินหนีออกมาจากห้องนั้นเลย
“เฮ้!!จะรีบไปไหนน่ะ”
เสียงเคตะตะโกนไล่หลังมา
“รอฉันด้วยยยย”
“แล้วริวล่ะ??”
ท่าทางเขาจะเพิ่งนึกได้ว่าเพื่อนตัวเองไม่ได้มาด้วยก็ตอนที่เราเดินออกจากตึกเรียนมาแล้ว
“กลับไปแล้ว”
“อะไรว้าาาา” ท่าทางไม่สบอารมณ์เมื่อรู้ว่าเพื่อนซี้หนีกลับไปก่อน
....ทีตัวเองหนีไปนอนคนเดียวล่ะไม่เห็นจะสนใจเพื่อนเลย...
“อ้าว
เรียวเฮ
กลับบ้านแล้วเหรอ??”
ใครคนนึงทักผม
ขณะเดินสวนกันมา
“อื้อ
กลับก่อนนะ
บ๊ายบาย”
ผมซี้ซั้วทักตอบไป
ทั้งๆที่ยังนึกชื่อคนตรงหน้าไม่ออกเลย
“กลับดีๆนะ”
เขายิ้มให้ก่อนจะหันไปหาเคตะ
“บายเคตะ”
“บาย”
ร่างสูงตอบสั้นๆ
แล้วเขาคนนั้นก็เดินเลยไป
เคตะหันกลับมาที่ผม
“รู้จักคนเยอะนิ”
“ไม่หรอก” ผมว่า
ก็บอกแล้วว่าผมยังนึกชื่อคนเมื่อตะกี้ไม่ออกเลย
..ผมไม่ทันคิดเลยว่าที่เคตะพูดเนี่ย
ตั้งใจจะบอกอะไรผมกันแน่...
ตั้งใจจะกลับบ้านแท้ๆ
รู้สึกตัวอีกทีผมก็มานั่งเล่นวีดีโอเกมอยู่ที่ห้องเคตะซะแล้ว
แต่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกนะครับที่ผมมาที่นี่
“โหย
แพ้อีกแล้วอ่าาาาาา” ผมว่า
ทิ้งที่บังคับลง
แล้วล้มตัวลงบนที่นอนนุ่มๆ
“ฮ่าๆ
ขืนนายชนะก็แย่สิ
นี่มันเกมถนัดของฉันนี่นา”
“เฮ๊ยย
ดึกป่านนี้แล้วเหรอ?”
ผมสปริงตัวเองขึ้นมาจากที่นอนทันทีที่มองไปเห็นนาฬิกา
ก่อนจะมาที่นี่พวกผมแวะไปเดินเล่นตามศูนย์การค้ากันอยู่สักพัก
กว่าจะมาถึงบ้านเคตะก็เย็นมากแล้ว
แต่ตอนนี้จะเที่ยงคืนแล้วครับ
นี่เราเล่นเกมกันนานขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?
ข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กิน
“ฉันกลับก่อนดีกว่า”
ผมพูดแล้วก็พรวดพราดลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยวก่อน”
มือใหญ่ๆดึงผมไว้จนผมเสียหลักล้มลงบนเตียงอีกรอบ
“ไม่ต้องกลับหรอก
นอนที่แหละ
พรุ่งนี้วันเสาร์นะ”
“แต่ว่า....”
ผมพูดอะไรต่อไม่ออก
ถึงผมจะเคยมาเล่นที่นี่บ่อยๆ
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาชวนให้ผมนอนซะที่นี่
...มันจะดีเหรอครับ...
“ไม่ต้องแต่แล้ว
ดึกแล้วมันอันตราย
ฉันขี้เกียจไปส่ง
นอนที่นี่แหละ”
“ก็อย่าไปส่งสิ” ผมว่างอนๆ
...ที่แท้ก็เอาตัวเองสบายเข้าว่านี่เอง..โธ่เอ๊ยย...
“บอกว่าให้นอนที่นี่ก็นอนที่นี่สิ
ดื้อจัง”
มือใหญ่ๆยังคุงฉุดผมไว้
“เอ้านี่
ฉันให้”
แล้วก็โยนถุงเล็กๆมาให้
ผมก้มลงดูถุงกระดาษเล็กๆ
มีการ์ดแนบมาข้างๆ
เขียนว่า
..ถึงเคตะคุง...
จาก...
ลงท้ายด้วยชื่อของเด็กผู้หญิงที่ผมไม่รู้จัก
“ใครให้มาอ่ะ??” ผมถาม
“ก็ดูชื่อเอาเองสิ”
เขาตอบแบบไม่ใส่ใจ
“ดูแล้ว
..ก็ฉันไม่รู้จักนิ” ผมว่า
“ใครก็ช่างเหอะ
ไม่เห็นต้องสนใจเลย”
...จะไม่ให้สนได้ยังไงล่ะ?...
ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับที่จะมีใครคอยเอาอะไรๆมาให้เคตะแบบนี้
ก็เขาหน้าตาดี
ตัวก็สูง
แถมยังใจดีด้วย
สาวๆก็ต้องหลงเป็นธรรมดา
ถึงบางครั้งผมจะไม่อยากเห็นเขาใจดีกับคนอื่นสักเท่าไร
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คนอย่างผมจะเข้าไปก้าวก่ายได้
ผมก็ไม่เข้าใจนักหรอกว่าทำไมจะต้องแคร์นักหนา
แต่มันก็เป็นไปแล้วนี่ครับ
“ฉันไม่ใช่เจ้าริวนะ
เอาขนมมาล่อเนี่ย
แล้วก็ไม่ใช่เด็กๆด้วย”
ผมแกล้งเปลี่ยนเรื่องแล้วแกะถุงขนมมากิน
พยายามทำเหมือนไม่ใส่ใจ
“ก็นายตัวเล็ก
น่ารัก
เหมือนเด็กนี่นา”
มือใหญ่ๆลูบหัวผมเบาๆเหมือนกำลังลูบหัวเด็ก
“ขอกอดทีนะ”
แล้วจู่ๆแขนยาวๆก็อ้าออกมากอดตัวผมไว้
หน้าของผมน่ะซุกอยู่ตรงกลางหน้าอกเขาพอดีเลย
หัวใจเต้นรัวอย่างกับจะหลุดออกมาให้ได้
...ผมกลัวชะมัดเลยว่าตอนนั้น
เขาจะรู้สึกถึงมัน...
“เฮ๊ยยย
เคตะจะบ้าเหรอ”
ผมรีบโวยวายออกมาทันทีที่ตั้งสติได้
“แฮะๆ
โทษที”
อ้อมแขนนั้นคล่อยๆคลายออก
เขายิ้มเหมือนไม่มีอะไร
คงจะคิดว่าเหมือนกอดเด็กตัวเล็กๆคนนึง
แล้วเขาก็ลุกขึ้น
เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
หยิบเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวให้
“ตกลงค้างที่นี่นะ”
2B Continued
Endless Story …Chapter1…#More Than Just a Friend
...หลายวันต่อมา...
“อรุณสวัสดิ์เรียวเฮ”
ใครคนนึงเดินเข้ามาทัก
ขณะที่ผมกำลังเดินเข้าประตูโรงเรียน
“อรุณสวัสดิ์
ฮิโรกิคุง” ผมทักตอบ
...ผู้ชายคนนี้เหรอครับ??...
เขาชื่อนากาโดอิ
ฮิโรกิ
เรียนอยู่ห้องข้างๆ
เขาชอบมายืมหนังสือเรียนจากเพื่อนในห้องผม
จำได้ไหมครับ
คนที่เคยทักผมตอนผมจะกลับบ้านแล้วผมนึกชื่อเขาไม่ออกไงครับ
ไม่รู้บังเอิญหรือยังไง
พักนี้ผมเจอหน้าเขาบ่อยมาก
พอได้คุยกันบ่อยๆก็เลยเหมือนจะสนิทกันไปแล้ว
“เอ่อเรียวเฮ
เมื่อวานห้องนายมีการบ้านวิชาอังกฤษเหมือนกันใช่ปะ”
“อืม
ของอ.ซาซากินะ”
“นั่นแหละๆ
คือ..ฉันขอยืมลอกหน่อยสิ
ฉันทำไม่ค่อยได้น่ะ”
“อ๋อ
ได้ๆ”
ผมยิ้ม
เปิดกระเป๋ายื่นสมุดการบ้านให้
ก็เคยบอกแล้วนี่ครับว่าผมไม่ใช่คนเรียนไม่เก่ง
ตอนนี้ผมเรียนตามเพื่อนๆที่นี่ทันแล้วนะ
แถมยังเรียนได้ดีกว่าเพื่อนร่วมห้องบางคนด้วยซ้ำ
“เรียวเฮ.....”
เสียงคุ้นๆหูดังมาจากข้างหลัง
ผมหันไปยิ้มกว้างให้เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นใคร
“หวัดดีเคตะ”
“ไปกันเหอะ”
เจอหน้าปุ๊บมือใหญ่ๆก็เข้ามาดึงมือผมเพื่อนให้ขึ้นตึกเรียนไปด้วยกัน
เหมือนเขาไม่สนใจเลยว่าผมกำลังอยู่กับใคร
แถมยังไม่ได้ยินด้วยว่าฮิโรกิคุงก็มีหันไปทักตัวเองเหมือนกัน
ผมเองก็โดนลากออกไปอย่างช่วยไม่ได้
“แล้วเจอกันนะฮิโรกิคุง”
ผมหันหลังไปบอกฮิโรกิคุงที่ยืนเหมือนเป็นคนนอกระหว่างผมกับเคตะ
“ทำอะไรน่ะเคตะ”
แล้วผมก็หันไปว่าเคตะ
ก็เขาทำเหมือนจะไม่ให้ผมคุยกับฮิโรกิคุงนี่ครับ
ผมว่าผมคงไม่ได้คิดไปเองหรอกนะ
“อะไรเหรอ”
เขาหันมายิ้มให้เหมือนไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรลงไป
เห็นรอยยิ้มแบบนี้แล้วผมก็โกรธไม่ลงหรอกครับ
“ช่างเหอะ” ผมขี้เกียจพูดแล้วล่ะ
“เรียวเฮ
การบ้านนายละ??”
ร่างสูงว่าเมื่อเราเดินขึ้นมาถึงห้องเรียนแล้ว
“เอ่อ...ฉันให้ฮิโรกิคุงยืมไปน่ะ”
“อ้าว??แล้วฉันล่ะ??”
ร่างสูงทำท่าโวยวาย
“ก็ทำเองสิ”
...ทำเองก็ทำได้นะ
แต่ไม่รู้จักทำ...
“อะไรกัน
ให้คนอื่นลอก
แต่ทีฉันให้ทำเองเนี่ยนะ
นายใจร้ายจัง”
“ก็นายทำเองได้นี่นา” ผมว่า “เดี๋ยวฉันช่วยก็ได้
แป๊บเดียวก็เสร็จ”
ผมบอกพลางลากเก้าอี้ตัวข้างๆโต๊ะของเคตะมานั่งด้วย
แล้วมันก็ทำให้เขายอมเงียบแล้วยิ้มออกมาได้
.....อะไรนะครับ??
จะถามเรื่องที่ผมไปค้างบ้านเคตะเมื่อคราวก่อนน่ะเหรอครับ
ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ
จะให้มีอะไรได้ล่ะ
ก็แค่นอนด้วยกัน
พออีกวันนึงผมก็กลับบ้านตัวเอง
โดยมีเขามาส่ง
ก็แค่นั้นเองครับ...
“อรุณสวัสดิ์”
เสียงคุ้นๆหูอีกหนึ่งเสียงดังขึ้น
ผมหันไปยิ้มให้เจ้าของเสียงร่าเริงนั่น
“หวัดดี
ริวอิจิ”
“แหม
สวีตกันแต่เช้าเชียวนะพวกนาย”
เขาว่าเมื่อเห็นผมนั่งติดอยู่กับเคตะที่โต๊ะเดียวกัน
ผมเลยคิดจะรีบแก้ตัว
“พูดอะไรน่ะ...”
พูดยังไม่ทันจบ
เจ้าร่างสูงข้างๆผมก็ดันแทรกขึ้นมาซะก่อน
“อิจฉาล่ะซี้~~”
สายตาผมหันไปมองคนข้างๆตัวเองอย่างงงๆ
อยากจะถามว่า
...พูดอะไรออกไปน่ะ??..
แต่เขาก็แค่ยิ้มๆ
ยักไหล่ทำเหมือนเล่นๆ
ไม่ได้ต่างไปจากคนเปิดประเด็นอย่างริวอิจิเลย
...เอาเหอะ
ใครๆก็คงรู้แหละว่าเคตะมันล้อเล่น
อย่าไปใส่ใจดีกว่า...
ผมคิดซะอย่างนั้นแล้วก็พยายามไม่สนใจกับมัน
........ออดดดดดดดด.........
สัญญาณบอกหมดเวลาเรียนช่วงเช้า
นร.แต่ละคนต่างกุลีกุจอจะเดินมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารกัน
“ไปเหอะ”
เคตะเดินมาหาผมที่โต๊ะ
“เอ่อ..ทาจิบนะกับโองาตะช่วยครูเอาโปรเจคเตอร์ไปคืนที่ห้องเก็บอุปกรณ์ให้ทีสิ”
เสียงอาจารย์ดังขึ้นขัดใจพวกเรา
“โหย
ทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะครับ”
คนถูกเรียกโวยวายกันยกใหญ่
“อย่าบ่นน่า
ช่วยๆกันหน่อย”
อาจารย์ที่ดูคุ้นเคยกับทั้งเคตะและริวอิจิดีว่า
“ช่วยอาจารย์เค้าหน่อยน่า”
ผมหันไปบอกเคตะ
“ค้าบๆ
งั้นเดี๋ยวพวกฉันตามไป
นายไปนั่งรอที่โต๊ะเดิมนะ”
“อื้ม” ผมยิ้มตอบ
แล้วก็เดินไปที่โรงอาหารเองคนเดียว
“เรียวเฮ”
ผมหันไปตามเสียงเรียก
หากแต่มันไม่ใช่เสียงของใครที่ผมกำลังรออยู่
“นั่งกินข้าวคนเดียวเหรอ”
ใครคนนั้นนั่งลงตรงหน้าผม
ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหนหรอกครับ
ฮิโรกิคุงน่ะ
“เดี๋ยวเคตะกับริวอิจิมาน่ะ”
ผมขี้เกียจบอกว่าสองคนนั้นไปไหน
“เหรอ....เอ่อ..ที่จริง..”
“อ๊ะ
นั่นไง
มากันแล้ว”
ผมร้องออกมา
ลืมตัวว่าไปขัดเรื่องที่ฮิโรกิคุงจะพูด
“รอนานไม๊”
ร่างสูงเดินมาถึงโต๊ะ
ยิ้มให้ผม
เหลือบมองฮิโรกิคุงนิดหน่อย
แต่ไม่ได้พูดอะไร
ผมพอจะมองเห็นท่าทีแปลกๆได้จากเขา
..แต่...ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้...
“ไม่นานหรอก” ผมยิ้มให้ “แล้วไม่ไปซื้อข้าวล่ะ”
ผมถามเมื่อเคตะนั่งลงข้างผมแทนที่จะไปซื้อข้าวมาก่อน
“ฝากริวซื้อแล้วน่ะ”
นึกได้อีกทีผมก็รีบหันไปหาคนตรงหน้า
“เมื่อกี้ฮิโรกิคุงว่าอะไรนะ??”
“อ๋อ
ไม่มีอะไรหรอก
ฉันไม่รบกวนละ
ไปก่อนนะ”
เขายิ้มให้ผม
“อ้อ..ฉันส่งการบ้านแทนให้นายแล้วนะ”
“ขอบคุณนะ”
“อืม
ไปละ
แล้วเจอกัน”
เขายิ้มให้ผมก่อนจะหันไปทางเคตะ
ไม่ได้พูดอะไรแล้วก็ลุกเดินไป
“ฮิโรกิคุงเขากลัวนายรึเปล่า”
ผมแอบแซวเจ้าคนข้างๆ
“พอนายมาเขาก็รีบไปเลย”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“แค่เห็นสายตานายเขาก็กลัวแล้ว”
เขายิ้มเมื่อได้ยินผมพูดแบบนี้แต่ก็ไม่ได้แก้ตัวอะไร
พอดีกับที่ริวอิจิยกข้าวมาที่โต๊ะพอดี
พวกเราก็เลยหันไปกินข้าว
ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กันต่อ
.....เย็นวันเดียวกัน.....
ผมกลับบ้านพร้อมเคตะและริวอิจิเหมือนอย่างเคย
พอถึงสถานีริวอิจิก็ขอแยกตัวไปก่อน
พักนี้ดูเขาห่างๆกับเคตะไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมเข้ามาแทรกรึเปล่า
แต่ถึงจะคิดแบบนั้น
ผมก็ไม่เคยพูดอะไรออกมา
ริวอิจิเป็นเพื่อนที่ดีคนนึงสำหรับผม
เวลาเขาอยู่ด้วยพวกเราสามคนก็สนุกสนานเฮฮากันดี
แต่บางครั้งการที่เขาไม่อยู่ก็ทำให้ผมได้มีเวลาอยู่กับเคตะแค่สองคน
ซึ่งผมก็รู้สึกดีมากๆเช่นกัน
“น้องครับ”
ใครคนนึงเดินมาดักหน้าผมกับเคตะ
ตอนที่เรากำลังเดินเล่นอยู่ตามศูนย์การค้า
“สนใจจะเป็นนายแบบบ้างมั้ยครับ”
ชายคนนั้นพูดขณะมองหน้าเคตะ
พอได้ยินแบบนั้นพวกผมก็หันมามองหน้ากันเองแบบงงๆ
“ล้อเล่นน่ะ”
ร่างสูงหัวเราะเพราะคิดว่าคนๆนี้พูดเล่น
แล้วก็ทำท่าจะเดินหนีไป
“เดี๋ยวสิครับน้อง” คนตรงหน้าก้าวมาขวางเราไว้อีกพร้อมกับยื่นนามบัตรให้
“พี่มาจากโมเดลลิ่งนี้
น้องลองเอาคิดดูก่อนก็ได้นะครับ”
“พูดจริงอ่ะ??”
เคตะว่าเมื่อรับนามบัตรมาดู
ชื่อโมเดลลิ่งบนนามบัตรบอกให้รู้ว่าเป็นบริษัทใหญ่ที่น่าเชื่อถือทีเดียว
“จริงสิ
รูปร่างหน้าตาอย่างน้องอ่ะ
ขายได้อยู่แล้ว” เขาพูดต่อ
ผมได้ยินก็แอบยิ้มเพราะเห็นด้วยกับเขาจริงๆ
“แต่ว่า....”
“อย่าเพิ่งปฏิเสธเลยน้อง
กลับไปคิดดูก่อน
เอาไปปรึกษาพ่อแม่
แฟน คนใกล้ตัวก่อนก็ได้
สนใจก็ติดต่อมาตามเบอร์บนบัตรนี้ได้เลย
ยังไงพี่จะรอนะครับ”
เขาพูดทิ้งท้ายไว้แล้วก็เดินจากไป
“เอาจริงเหรอเนี่ย”
เคตะยังงงๆไม่หาย
แล้วก็หันมามองหน้าผม
“แต่ก็น่าสนใจนะ
นายไม่อยากลองทำเหรอ?”
“ก็น่าลองอยู่หรอก” เขาว่า “แล้วนายว่าไงอ่ะ?”
แล้วก็หันมาถามผมซะงั้น
“ถามฉันทำไมล่ะ
ตัดสินใจเองสิ”
“ก็เขาบอกให้ถาม...เอ่อ..คนใกล้ตัวนิ
จะให้ถามใครที่ไหนนอกจากนายอีกละ”
ตอนที่เขาเงียบไปนิดนึงผมนึกว่าเขาจะบอกว่าผมเป็น...แฟน...ซะอีก
แต่ยังไงผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญอยู่ดีตอนที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น
แล้วผมก็ได้แต่อึ้งไป
“ว่าไงล่ะ?” เขาถามย้ำ
“ก็นายอยากลองทำไม่ใช่เหรอ?”
“แต่ถ้านายไม่อยากให้ทำ
ฉันก็จะไม่ทำ”
คำพูดของเขายิ่งทำให้ผมใจเต้นรัวมากขึ้นเรื่อยๆ
“ตกลงว่าไงล่ะ?”
เขายังย้ำคำถามเดิมเมื่อเห็นผมเงียบไป
“ฉันว่า...มีโอกาสก็น่าลองดูนะ”
ผมตอบไปตามที่คิด
เพราะถ้าเป็นผม
ผมก็อยากจะลองดูเหมือนกัน
เพียงแต่ผมไม่ได้หล่อ
เท่
หน้าตาดีแบบเคตะนี่ครับ
“งั้นฉันจะลองดูนะ”
เขาตัดสินใจได้แล้วก็ยิ้มให้
ผมรู้สึกบอกไม่ถูกที่เขาให้ความสำคัญกับผมขนาดนี้
ผมเป็นใคร
ทำไมถึงมีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรให้เขาด้วย
......แต่ถึงอย่างนั้น
ผมก็รู้สึกดีใจอยู่ลึกๆอยู่ดีแหละครับ...
ผ่านไปหลายวัน
หลังจากที่เคตะไปเทสต์หน้ากล้องมา
ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาหรอกครับ
ผมรู้ว่าเขาผ่านชัวร์ๆอยู่แล้ว
“เรียวเฮ
ขอโทษนะ
วันนี้กลับกับริวอิจิสองคนนะ”
เคตะบอกผมตอนเช้า
ขณะที่เดินเจอกันใกล้ประตูโรงเรียน
“ฉันต้องไปถ่ายแบบน่ะ”
“จริงเหรอ!!
เขาเริ่มมีงานให้นายแล้วสินะ”
“อื้อ”
เขายิ้มแห้งๆ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีใจที่มีงานหรอกนะครับ
เพียงแต่เขากลัวว่าจะต้องปล่อยผมกลับบ้านคนเดียว
ซึ่งตอนนั้นผมไม่ได้แคร์อะไรเลย
“แต่ฉันเลยไปส่งนายไม่ได้เลย”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย
ฉันกลับเองได้น่า
ไม่ใช่เด็กๆสักหน่อย
นายไปทำงานให้เต็มที่ดีกว่า
ไม่ต้องห่วงฉันหรอก”
ผมยิ้มดีใจกับเขาซะมากกว่าที่มีงานให้ทำ
ถึงจะรู้ว่าเขาไม่ได้คิดจริงจังกับงานนักสักเท่าไรก็เถอะ
และหลังจากที่มีงานแรกเข้ามา ก็เริ่มมีงานอื่นๆตามมาเรื่อยๆ นอกจากเวลาเรียนแล้วผมกับเคตะ