2006/Sep/12

Endless Story…Chapter8…

Endless Story…Chapter8…#Just for you

 

ช่วงนี้ผมมีความสุขทุกวันเลย ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะช่วงก่อนสอบเข้ามหาลัยเนี่ย เคตะไม่ต้องไปทำงานไงครับ ถึงเราจะต้องนั่งปวดหัวกับการท่องตำรา แต่ผมก็ได้นั่งติวหนังสือกับเขาแค่สองคน ส่วนริวอิจิน่ะเหรอ ขอโทษนะครับ จะหาว่าผมไม่สนใจเพื่อนก็ได้ ผมไล่ให้เขาไปเดทกับเอริจังที่สอบเสร็จแล้วเหมือนกันเองแหละ ก็ขืนให้มาอยู่ด้วยก็เป็นกขค.ระหว่างผมกับเคตะน่ะสิ อุ๊บบ ผมล้อเล่นน่ะ แต่เขาสบายแล้วนิ ไม่ต้องอ่านหนังสือสอบ ถ้ามาอยู่กับพวกเราเขาก็เซ็งแย่สิ หรือไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นว่าเขามากวนให้พวกเราไม่มีสมาธิอ่านหนังสือไปแทน

เรียวเฮ เรียวเฮ คนตรงหน้าเรียกผม แต่ผมกลับเหม่ออยู่ซะงั้น เป็นอะไร นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว รู้นะคิดอะไรอยู่ พูดเสร็จก็ยิ้มแบบมีเลศนัย

จะบ้าเหรอ ไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย ...บ้าจริง อย่างนี้ก็เท่ากับว่าต่อให้ริวอิจิอยู่หรือไม่อยู่ผมก็ไม่มีสมาธิอยู่ดี แล้วจะสอบเข้ามหาลัยได้ไม๊เนี่ยเรา... (ป่านนี้ริวอิจิจามไปหลายรอบละ)

ถ้านายต้องการล่ะก็ ฉันพร้อมเสมอ แล้วก็ยื่นมือมาลูบแก้มผมเบาๆ ผมถึงกับต้องรีบปัดออก

เคตะ ทำอะไรน่ะ คนอื่นเขาเห็นหมดนะ ....ที่จริงๆผมไม่ได้อายคนอื่นหรอก ผมอายเคตะคนเดียวนั่นแหละ...

ล้อเล่นน่ะ ก็เห็นนายไม่มีสมาธิ เรียกก็ไม่ตอบ

....จริงของเคตะ แต่รู้มั้ยว่านายยิ่งทำให้ฉันไม่มีสมาธิเข้าไปใหญ่....

แล้วเรียกทำไมล่ะ? ผมถาม

ก็จะถามสูตรของโจทย์ข้อนี้น่ะ ฉันไม่ค่อยแน่ใจ แล้วก็ยื่นชีทมาให้ผม ผมก็อธิบายไปตามเรื่องตามราว

อ๋อ เข้าใจละ นายนี่เก่งชะมัดเลย ฉันเกือบจะลืมไปแล้วนะว่านายเคยต้องให้ฉันติวให้สมัยย้ายโรงเรียนมาใหม่ๆ

ฮะๆๆ นั่นมันนานมาแล้วนะ ตอนนั้นฉันก็หลงคิดว่านายเรียนเก่งมากซะอีก ผมแกล้งแซว

หนอย แอบว่าฉันนี่นา ไม่ใช่เรียนไม่เก่งเว๊ย แค่ขาดเรียนบ่อยเท่านั้นเอง ถ้าฉันมาเรียนได้ทุกวันเหมือนนาย รับรองนายแพ้ฉันแน่ เรียวเฮ

ฮะๆๆๆ โอเคๆ เชื่อแล้วๆ เห็นเคตะทำท่าอวดว่าตัวเองเก่งแบบนี้แล้วผมละอดขำไม่ได้ แต่ผมก็เชื่อว่าเขาเก่งจริงๆนะ เพียงแต่ขยันน้อยไปหน่อยเท่านั้นแหละ

ข้างนอกฟ้ามืดๆนะ ฉันว่าเรากลับบ้านดีกว่า เคตะว่าหลังจากมองผ่านกระจกร้านกาแฟออกไปข้างนอก ถ้าฝนตกล่ะแย่เลย

อืม นั่นสิ แต่ว่าไปบ้านฉันนะ ผมตอบ ก็ไม่ได้กลับบ้านหลายวันแล้วนี่นา ตั้งแต่ต้องเริ่มติวสอบผมก็หอบหิ้วตำรามานั่งติวกับเคตะตลอดเลย

เอ๊ะ พูดแบบนี้ ชวนฉันเข้าบ้านรึไง? ร่างสูงพูดเสียงทะเล้น

.....อ๊ะ...ที่จริงเราพูดว่าจะกลับบ้านตัวเอง ไม่ต้องบอกให้เคตะไปด้วยก็ได้นี่นา....พลาดซะแล้วสิ....

ไม่ได้ชวนซะหน่อย ก็แค่จากที่นี่เดินไปบ้านฉันมันใกล้กว่า ถ้าไม่อยากไปก็อย่าไป กลับบ้านตัวเองไปสิ ผมรีบแก้ตัว รวบกองหนังสือใส่มือข้างนึงแล้วลุกขึ้นยืน

เดี๋ยวๆๆๆ เคตะว่าพลางดึงแขนข้างที่ยังว่างของผมไว้ ใครว่าไม่อยากไปล่ะ รอให้ชวนมาตั้งหลายวันแล้ว คิดถึงกลิ่นที่นอนบ้านนายจะตาย

...บ้า... ผมว่าเบาๆแล้วก็เดินหนีออกจากร้านไป แต่ก็ห้ามตัวเองไม่ให้ยิ้มไม่ได้

อ้าว รอก่อนสิ เคตะรีบลุกไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก่อนจะวิ่งไล่ตามผมมานอกร้าน ผมซึ่งเดินก้มหน้าก้มตาเพราะว่ากำลังเขินก็เลยซุ่มซ่ามไปชนใครเขาเข้าให้จนหนังสือในมือผมหล่นกระจายไปหมด

อ๊ะ ขอโทษครับ ผมรีบก้มเก็บหนังสือขึ้นมา คนที่โดนผมชนก็ใจดีช่วยผมเก็บด้วย

ซุ่มซ่ามจริงเชียวนายนี่ เคตะที่เดินตามหลังมาถึงว่ายิ้มๆ แล้วก็รับของในมือของผมไปถือ

ขอบคุณนะคร.... ผมกำลังจะขอบคุณคนตรงหน้าที่ช่วยเก็บหนังสือให้ แต่ก็พูดได้ไม่ทันจบดี.......ฮิ...โรกิคุง มือที่ยื่นไปรับของหยุดนิ่งไปโดยที่ผมไม่ตั้งใจ จนเคตะต้องยื่นมือไปรับซะเอง

บังเอิญจัง ไม่ได้เจอกันนานนะเรียวเฮ สบายดีรึเปล่า

อ..อื้ม ผมตอบไปแค่นั้น แล้วก็รู้สึกถึงแรงกอดจากเคตะ ก็เขาเล่นเอื้อมมือมากอดไหล่ผมไว้แน่นเลย

สบายดีสิ ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ เคตะพูดต่อแทนผม

ยังรักกันดีนะ ฮิโรกิว่ายิ้มๆ แต่ผมรู้ว่าบรรยากาศมันมาคุยังไงก็ไม่รู้ ท่าทางเคตะจะอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาแล้วแน่ๆเลย

ใช่ รักกันมากด้วย เคตะยังพูดต่อ พูดแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นผมก็เขินนะ ถึงอีกใจจะดีใจอยู่ลึกๆก็เถอะ ไปกันเถอะเรียวเฮ แล้วก็ลากผมออกมาจากตรงนั้นทั้งๆที่ยังกอดไหล่ผมเอาไว้อยู่

โอ๊ย เดี๋ยวสิเคตะ ผมนึกอยากจะขอโทษฮิโรกิคุง เห็นชัดๆว่าเคตะเขาจงใจจะไม่ให้ผมได้คุยกับฮิโรกิคุงเลย เสียมารยาทชะมัดเลย จะว่าไปผมก็ไม่ได้เจอฮิโรกิคุงตั้งนานแล้ว ผมเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคตะเขาเคย...เคยหึงผม..เรื่องของฮิโรกิคุงมาก่อน

เคตะ ฉันเดินลำบากนะ ผมว่า ก็เล่นกอดไหล่ทั้งๆที่ถือของเต็มมือ แถมยังเดินเร็วๆอีก เคตะ

พอผมพูดหลายทีเข้า เขาก็เลยกอดปล่อยมือออก แล้วก็เดินจ้ำอ้าว นำลิ่วไปอยู่คนเดียว ลำบากให้ผมต้องวิ่งตามอีก

จะโกรธอะไรนักหนาเล่า จู่ๆก็เล่นไม่พูดไม่จาแบบนี้

ไม่ได้โกรธสักหน่อย

....เชอะ หน้าบึ้งแบบนั้น เห็นอยู่ชัดๆว่าโกรธแท้ๆ...

ถ้าไม่ได้โกรธแล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยล่ะ

................. เวลาเคตะหึงแล้วเป็นแบบนี้สินะ ถ้าไม่โวยวายไร้สติแบบคราวก่อน ก็เงียบไปเลย เอ...หรือว่าจะเป็นลมสงบก่อนพายุเข้าหว่า ชักเสียวๆเหมือนกันนะเนี่ย

นี่..... ผมก็เลยต้องเป็นฝ่ายง้อ ดีกว่าให้พายุถล่ม เดี๋ยวจะไปกันใหญ่

ท่าทางอาลัยอาวรณ์กันจังนะ  ....นั่นปะไร ยังไม่ทันขาดคำ เริ่มซะแล้ว...

ห๊ะ??? หมายความว่าไงน่ะ?

ก็ดูสายตาของเจ้าฮิโรกิมันดิ ท่าทางมันยังมีใจให้นายอยู่แน่ๆ แล้วนายยังจะไปคุยดีกับมันอีก

......เคตะ นายบ้ารึเปล่า ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ต้องคบเพื่อนคนอื่นนอกจากนายเลยสิ ถ้าคุยกับใครแล้วนายจะคิดแบบนี้ไปซะหมดน่ะ.... ßผมอยากจะพูดออกไปแบบนี้จัง แต่ถ้าพูดไป เกิดเคตะยิ่งฉุนขึ้นมามีหวังแย่แน่ๆ ผมไม่อยากให้เราต้องมาทะเลาะกันหรอกนะ

เคตะ ฮิโรกิคุงน่ะเป็นแค่เพื่อนฉันนะ ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงกับฉัน แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราสองคนนี่นา

...............

เชื่อเถอะ ว่าฉันน่ะ ....เป็นของนายคนเดียว..... ผมยิ้มให้ แปลกนะ เวลาแบบนี้ผมกลับไม่รู้สึกเขินมากมายเหมือนอย่างทุกที อาจจะเป็นเพราะว่า ยอมเขินก็ยังดีกว่าต้องเสียเคตะไป ผมคิดแบบนั้นจริงๆ

นะ หายโกรธยัง

............... ...แน่ะ ยังไม่ยอมพูดอีก...

ยังไม่หายโกรธเหรอ แล้วต้องทำยังไงอีกล่ะ

.............. เคตะยังเงียบไปนิดนึง ก่อนจะ....  น่ารักแบบนี้ ใครจะใจแข็งอยู่ได้อีกละ เขาว่าพลางยกแขนขึ้นกอดเอวผมไว้ พอโดนอีกฝ่ายเป็นคนรุกแบบนี้แล้วผมก็กลับรู้สึกเขินขึ้นมาอีก

ก็น่ารักแค่กับนายคนเดียวนั่นแหละ ผมตอบทั้งๆที่ตัวยังอยู่ใต้อ้อมแขนของเขาอยู่

ให้มันจริงเหอะ เห็นโปรยเสน่ห์ไปทั่ว แล้วจะไม่ให้ฉันหึงได้ยังไง

ตาคนขี้หึง

ก็อยากน่ารักเกินไปทำไมล่ะ

....น่ารัก....แล้วนายรักฉันรึเปล่าล่ะ .......ตายๆๆๆ นี่ผมกล้าถามออกไปได้ยังไงเนี่ย....

รู้สึกตัวอีกทีนี่เราเดินมาถึงหน้าบ้านแล้ว ผมถามออกไปขณะก้มหน้าก้มตาไขกุญแจเข้าบ้านอยู่

อยากรู้เหรอ? ร่างสูงยิ้ม ยิ้มแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้....เดี๋ยวก็รู้ พูดเสร็จตอนที่ผมเปิดประตูได้ แล้วมือใหญ่ๆก็ฉุดแขนผมเข้าห้อง

........ปัง...........

เสียงประตูปิดดังลั่นเพราะเคตะใช้แรงผลักมันกลับ มือนึงคว้าเข้าข้างเอวผมไว้ ส่วนอีกมือก็เชยคางผมขึ้น พร้อมกับประกบริมฝีปากลงมา ...ไม่ครับ เขาไม่ได้จูบเบาๆหวานๆแบบทุกที แต่แทบจะกดลงมาเลยก็ว่าได้ แล้วผมจะไปตั้งรับทันได้ยังไง

อื้อ..... ผมร้องเพราะหายใจไม่ได้ ฉันไม่ได้...... พอได้จังหวะจะพูด แต่ก็ยังพูดได้ไม่จบ เขาก็ปิดปากผมลงมาซ้ำอีกรอบ แถมคราวนี้ยังดันลิ้นเข้ามาอีก อา.......... ไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ผมทำอะไรก็ไม่ถูก คิดอะไรก็ไม่ออก สองแขนของผมขึ้นไปโอบที่คอของเคตะตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ มือใหญ่ๆของเขาข้างนึงประคองข้างหลังผมไว้ ไม่อย่างนั้นผมคงทรงตัวให้ยืนไม่อยู่แน่ๆ ขาผมมันหมดเรี่ยวแรงแทบจะทรุดลงมาอยู่แล้ว อา....เคตะ....เดี๋ยว...... ผมพูดอะไรไม่ได้เลย เมื่อริมฝีปากของผมยังถูกโลมเลียอยู่ตลอด อื้อ.............

อยากรู้ใช่มั้ย? เขาพูด ริมฝีปากบางค่อยๆลากไปยังแก้มของผม เขาจูบลงตรงนั้นทีตรงนี้ที ลากไปเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ข้างหู แล้วกระซิบเบาๆ อยากรู้ใช่มั้ยว่าฉันรักรึเปล่า?

........แถมแบบนี้แล้วจะให้ตอบยังไงกัน........

ผมไม่ตอบ ได้แต่ก้มหน้างุดๆอยู่ตรงหน้าอกกว้างของเคตะ

ว่าไงล่ะ? ว่าแล้วก็บรรจงจูบลงข้างหู ก่อนจะลากลงมาที่ซอกคอ แล้วก็ลามต่ำลงมาเรื่อยๆ

....อื้อ...... ผมตอบอึกอักอยู่ในลำคอ เขินจะแย่ ก็พูดแบบนี้มันเท่ากับว่า อยากให้เคตะ รัก ให้มากกว่านี้นี่ครับ >///<

พอได้ยินผมพูดแบบนั้น เขาก็รีบช้อนร่างของผมขึ้นอุ้ม แล้วก็พาไปที่เตียงนอนพร้อมกับจับผมนอนลงทันที

รับรองว่านายต้องสำลักความรักของฉันแน่ๆ นิ้วเรียวๆปัดผมที่ลงมาปรกหน้าผากผมออกเบาๆ เขาเริ่มจากค่อยๆเลียริมฝีปากผมเบาๆ ช้าๆ หวานจัง อยากชิมอีกเยอะๆเลย (เมื่อกี้ยังไม่พออีกเหรอยะ?) ว่าแล้วก็ก้มลงจูบแบบหวานๆ นุ่มๆ อย่างที่เคยทำ

อืมมมมม เคตะ..... ....มันหวานอย่างที่เคตะบอกจริงๆด้วย.....

ลิ้นอุ่นๆค่อยๆแทรกผ่านเข้ามาช้าๆ ก่อนที่เคตะจะค่อยๆเพิ่มแรงกดลงจนผมเริ่มหายใจไม่ทันอีกครั้ง

อา..... มือข้างนึงค่อยๆเลิกเสื้อยืดผมขึ้นจากด้านล่างจนกระทั่งถูกถอดทิ้งไป ผมสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิของปลายนิ้วเรียวที่ลากอยู่บนท้อง ลามขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงหน้าอก

เขาค่อยๆถอนริมฝีปากออกแล้วลากมันผ่านลงไปตรงหน้าอก ก่อนจะโลมเลียไปทั่ว

อาา.............

รู้รึยัง? เคตะใช้ปลายลิ้นลากผ่านผิวหนังของผม ผมรู้ได้เลยว่ามันคงต้องร้อนไปหมดแล้วแน่ๆ รู้รึยัง ว่าฉันรักนายมั้ย?

อื้อ............. ผมเผลอครางออกไปโดยไม่ได้คิด ถ้าเป็นปกติแล้วผมคงไม่กล้าตอบหรอก

น่ารักจัง.......น่ารักแบบนี้กับฉันได้คนเดียวนะ

......อื้อ....... บ้าจังผมครางออกไปอีกแล้ว ก็เคตะเขา.......

ฉันจะรักนายให้ดีที่สุดเลย....เรียวเฮ.....

 

2B Continued

 

Endless Story…Chapter9… #one more night

 

...เฮ้อ..ในที่สุดเวลาความสุขก็หมดลง...

เย้!! สอบเสร็จสักทีเนอะ เคตะหันมายิ้มกับผมขณะเดินออกจากห้องสอบ ผมก็แสร้งทำเป็นยิ้มตอบ

ผมไม่ได้พูดผิดหรอกนะครับ ที่ว่าเวลาแห่งความสุขหมดลงน่ะ ก็ตอนนี้พวกผมสอบเช้ามหาลัยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่รอฟังผลอยู่กับบ้านไม่ต้องทำอะไร ที่จริงผมน่าจะบอกว่าช่วงเวลาแห่งความทรมานสิ้นสุดลงใช่มั้ยล่ะ แต่สำหรับผมแล้วไม่ใช่เลย

สอบเสร็จ แปลว่า เคตะจะกลับไปทำงานอย่างเดิม แล้วผมก็คงจะถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว...

เอ๋?? เรียวเฮ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ อย่าบอกนะว่าทำข้อสอบไม่ได้

...อ๊ะ แย่ละสิ ผมเผลอคิดมากจนแสดงออกมาทางสีหน้าอีกจนได้ กะจะไม่ให้เคตะจับได้แล้วเชียวนะ..

เอ๊ะ หรือกลัวว่าจะไม่ได้เต็ม

ฮะๆๆ ผมยิ้มออกมาได้นิดนึง พูดเกินไปน่ะ ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้นสักหน่อย สำหรับฉันแค่สอบติดก็พอแล้วล่ะ

สอบเสร็จแล้ว เราไปฉลองกันนะ เคตะพูดต่อ

เอาสิ

งั้นโทรเรียกริวอิจิออกมาด้วยละกันนะ

อื้อ ผมยิ้มตอบ ที่จริงถ้าได้ฉลองกับเคตะสองคนก็ดีหรอก แต่พักหลังๆช่วงก่อนสอบพวกเราไม่ค่อยเจอริวอิจิสักเท่าไร ถ้าได้ออกมาเที่ยวด้วยกันสักหน่อยก็น่าจะดี ผมเองก็คิดถึงเขาอยู่เหมือนกัน

 

เป็นไงบ้างเพื่อน ทำข้อสอบได้ปะ เสียงริวอิจิตะโกนเข้ามาในร้านทักทายพวกเราที่ยืนสั่งเครื่องดื่มอยู่หน้าเค้าท์เตอร์

หน้าระรื่นมาเชียวนะ ไม่สบายเหมือนคนสอบโควต้าได้หรอก เคตะแอบกัดเพื่อนสนิทเล็กน้อย แต่ระดับอย่างพวกฉันแล้ว ไม่มีคำว่าทำไม่ได้เว๊ย

เออ...แล้วจะคอยดู เกิดสอบไม่ติดขึ้นมาจะสมน้ำหน้าให้

ฮะๆๆ เห็นสองคนนี้เถียงกันแล้วผมก็อดขำไม่ได้ เออ..แล้วเอริจังล่ะ ไม่มาด้วยกันเหรอ? ผมถามหาแฟนสาวของเจ้าริว

เด็กๆจะมาร้านแบบนี้ได้ยังไง

อ๊ะ...จริงด้วยสิ ผมลืมไปว่าเราอยู่กันที่ผับแห่งนึง คงไม่เหมาะสักเท่าไรถ้าจะให้เอริจังมาด้วย จะว่าไปที่จริงผมก็ไม่ได้ชอบร้านพวกนี้สักเท่าไรหรอกนะ แต่ถือว่านานๆมาสักทีละกัน

นี่ๆๆ เอาเป็นว่าไหนๆก็สอบเสร็จกันหมดทุกคนแล้ว งั้นฉลองกันให้เต็มที่ดีกว่าเนอะ เคตะยิ้มซะกว้าง ท่าทางเขาคงโล่งอกจริงๆนั่นแหละที่สอบเสร็จสักที ...ไม่เหมือนกับผม..

ได้เลยเพื่อน รอพวกแกสอบเสร็จอยู่เนี่ย ฉันเลยหาเพื่อนดื่มด้วยกันไม่ได้เลย ริวอิจิบ่น ก่อนจะหยิบแก้วค็อกเทลสีสวยขึ้นกรอกปาก

นี่ ดื่มมากระวังเมากลับบ้านไม่ถูกนะ ผมเตือน

โธ่ เรียวเฮก็ ฉลองกันเต็มที่ทั้งที จะห่วงเรื่องเมาทำไม เคตะหันมาว่าก่อนจะหยิบแก้วเหล้าขึ้นดื่มบ้าง (เด็กดีไม่ควรเอาอย่างนะคะ)

.....อืม...จริงสินะ ผมยิ้มตอบ ...เอาเหอะนะ นานๆที.... แล้วพวกเราก็สนุกสนานกันยกใหญ่

อ๊ะ...เรียวเฮ ไปเต้นกันดีกว่า ฉันชอบเพลงนี้ จู่ๆมือใหญ่ๆก็ฉุดผมออกจากที่นั่งออกไปเต้น

เฮ๊ย เดี๋ยวสิ ฉันเต้นเป็นซะที่ไหนล่ะ ผมพยายามจะดึงตัวเองกลับไปนั่งที่ แต่เคตะกลับออกแรงดึงผมมากกว่าเดิม

ไม่เห็นเป็นไรเลย เดี๋ยวฉันสอนให้

สุดท้ายผมก็เลยจำใจต้องออกไปเต้นด้วยทั้งๆที่เต้นไม่เป็นเลยสักนิด อายคนอื่นเขาจะตายไป

โอ๊ย.... จู่ๆก็มีใครชนหลังผมเข้าจนผมล้มใส่เคตะที่ยืนอยู่ตรงหน้า โชคดีที่ร่างใหญ่ๆกับแขนของเคตะรับตัวผมเอาไว้พอดี

อ้าว เมาซะแล้วเหรอ เขาพูดทั้งๆที่หน้าของผมชนลงตรงหน้าอกเขาพอดี

ป..ป่าว...... ตั้งใจจะปฏิเสธว่าไม่ได้เมา แต่พอจะเงยหน้าขึ้น ผมก็รู้สึกมึนหัวขึ้นมาเล็กน้อย มือของผมจับแขนเคตะไว้แน่นเพราะรู้สึกว่าไม่มีแรงจะทรงตัวให้ตรงได้เท่าที่ควร

เป็นอะไรรึเปล่าเรียวเฮ แขนของเคตะรับรู้ได้ถึงน้ำหนักตัวที่ผมกดลงไป ไปนั่งพักก่อนนะ แล้วก็เลยพาผมกลับไปที่นั่ง

เฮ้ เรียวเฮเป็นอะไรรึเปล่า? พอริวอิจิเห็นผมถูกหิ้วกลับมาก็เลยตกใจใหญ่เลย พร้อมกับรีบยื่นแก้วน้ำให้ เมาเหรอ? เห็นดื่มไปไม่เท่าไรนี่นา

เปล่าหรอก...แค่หายใจไม่ค่อยออกน่ะ ก็ในร้านคนมันเยอะนี่นา แถมยังมีแต่ควันบุหรี่ ถึงแม้อีกส่วนนึงจะมาจากเหล้าที่ดื่มเข้าไปด้วยก็เถอะ เดี๋ยวก็หายน่ะ

งั้น...กลับกันก่อนดีมั้ย? เคตะถาม ท่าทางเขาจะเป็นห่วงผมมากเลย ...ดีใจจังแฮะ...

ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันก็หาย พวกนายอุตส่าห์ตั้งใจจะมาสนุกกัน คงไม่ดีแน่ถ้างานจะกร่อยเพราะผมคนเดียวแบบนี้

จะบ้าเหรอ เรื่องแค่นี้เอง นายน่ะสำคัญกว่านะ เคตะว่า ได้ยินแล้วหัวใจมันพองโตบอกไม่ถูกเลยครับ อ้อ..แล้วผมก็รู้สึกว่าจะเห็นริวอิจิแอบยิ้มด้วยล่ะ

ฉันไม่เป็นไรจริงนะ พอได้นั่งสักพักแล้วผมก็รู้สึกดีขึ้นแล้วด้วย

แต่ว่า..... ทั้งเคตะและริวอิจิดูจะห่วงผมกันเกินเหตุไปละ ผมล่ะไม่อยากทำตัวให้วุ่นวายเลยจริงๆ

งั้นเอางี้... ผมยิ้มเพราะนึกอะไรดีๆออก เราไปต่อกันที่บ้านละกันนะ ซื้ออะไรเข้าไปกินที่บ้านกันก็ได้

สองหนุ่มหันมามองหน้ากันกระพริบตาปริบๆนิดนึงก่อนจะยิ้มออกมา

เอางั้นก็ได้ ริวอิจิยิ้ม แล้วจะไปบ้านใครล่ะ

ลังเลกันอยู่พักนึง สุดท้ายก็ไปลงเอยที่บ้านของเคตะ แล้วพวกเราก็เฮฮากันยกใหญ่

ที่จริงผมว่าแบบนี้สนุกกว่าไปเที่ยวข้างนอก เบียดกับคนอื่นตั้งเยอะ

 

อ้าว เบียร์หมดซะแล้ว ริวอิจิว่าเมื่อยกกระป๋องเบียร์ขึ้นมาพบว่าเหลือแค่กระป๋องเปล่า

ไม่ต้องมามองหน้าฉันเลย กินหมดแล้วก็ออกไปซื้อเองสิ เจ้าของห้องว่าทันทีที่เห็นแววตาอ้อนวอนจากเพื่อนซี้

เออ..ไปก็ได้ ทำท่าจะลุกขึ้นแล้วก็หันมาทางผม งั้นเดี๋ยวฉันกลับมานะเรียว อยากได้อะไรรึเปล่า?

.................... ไม่มีเสียงตอบ

อ้าว?? หลับซะแล้ว เคตะหันมามองผมซึ่งตอนนั้นผมเผลอหลับไม่รู้เรื่องไปซะแล้ว

เหมือนเด็กเลยเนอะ ริวอิจิมองแล้วก็แอบยิ้ม งั้น...ฉันกลับดีกว่า

มารู้ทีหลังว่าพอผมหลับไปได้ไม่นาน ริวอิจิก็เลยขอกลับบ้านไปก่อน ผมนี่แย่จังเลย ชวนเขามาเองแท้ๆ แล้วยังจะหลับไปได้

เรียวเฮ.....เรียว ตื่นเหอะ นอนตรงนี้เดี๋ยวเป็นหวัดนะ มือใหญ่ๆเขย่าผมเบาๆให้ตื่น

หืมมมม.... ผมค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วก็เห็นเคตะยิ้มให้อยู่ตรงหน้า เคตะ.... มองซ้ายมองขวาแล้วก็นึกได้ว่าเผลอหลับไปกลางปาร์ตี้ อ้าว? แล้วริวอิจิล่ะ?

กลับไปแล้วล่ะ

อ่า..ขอโทษนะ เพราะฉันใช่มั้ย? ผมทำหน้าเศร้า

ไม่เป็นไรหรอกน่า นี่มันก็ดึกแล้ว ถ้ามันยังไม่กลับ ฉันก็ต้องไล่มันกลับไปเองอยู่ดีแหละ เคตะว่า จะให้มันมาอยู่เป็นก้างขวางคอเราทำไมเนอะ

....อ.....เอ่อ....... พูดมาแบบนี้แล้วจะให้ผมทำหน้ายังไงดีล่ะเนี่ย ก็เลยได้แต่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นซะเฉยๆ

แล้วร่างสูงก็ใช้แขนช้อนตัวผมขึ้นอุ้ม

ด...เดี๋ยวก่อน..เคตะ แล้วก็วางร่างของผมลงบนเตียงนุ่มๆที่ผมคุ้นเคยดี

ขอรางวัลในฐานะที่สอบเสร็จแล้วหน่อยสิ แล้วริมฝีปากสวยๆค่อยๆสัมผัสแก้มของผมก่อนจะเคลื่อนๆช้าไปยังข้างหู นะ...

หน้าผมตอนนี้คงจะแดงไปหมดแล้วแน่ๆ ที่รู้ๆคือเสียงหัวใจมันดังจนจะระเบิดออกมาได้เชียวละ เดี๋ยวสิเคตะ....ค..แค่สอบเสร็จเอง...ยังไม่ใช่ว่าจะสอบผ่านสักหน่อย ผมแกล้งอ้างไปเรื่อยเปื่อย ก็รู้หรอกว่ามันหยุดเคตะไว้ได้ซะที่ไหนกัน

เอ๊ะ? พูดแบบนี้ไม่เชื่อว่าฉันจะสอบติดรึไง

ป...เปล่า...ก็.... โอ๊ย ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว เวลาแบบนี้มันตื่นเต้นจนคิดอะไรไม่ออกเลยจริงๆนะให้ตายเหอะ

ฉันรักนายนะเรียวเฮ เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู ทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะไปหมด เป็นของฉัน...คนเดียวนะ.....

อืม....เคตะ.......

 

เช้าวันถัดมา ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมา มองไปรอบๆห้อง แล้วก็รู้ทันทีว่าตัวเองมาอยู่ที่ห้องของเคตะอีกแล้ว ภายในห้องมีอาหาร ขนม กับกระป๋องเบียร์ที่พวกผมรวมทั้งริวอิจิทานทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนวางระเกะระกะอยู่บ้าง ผมมองหาเจ้าของห้องร่างสูง แต่ก็ไม่พบตัวเลย

ไม่แปลกหรอก ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมตื่นมาที่ห้องนี้แล้วพบว่าตัวเองอยู่คนเดียว ผมรู้ในทันทีว่าเคตะคงออกไปทำงานอย่างเคย

ผมค่อยๆก้าวลงจากเตียงช้าๆ(โดยหอบผ้าห่มพันตัวไปด้วย) เดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ บนโต๊ะจะต้องมีโน้ตของเคตะเขียนไว้อย่างเคย

......ตื่นแล้วเหรอ...ฉันออกไปทำงานก่อน แล้วจะโทรหานะ มีนมอยู่ในตู้เย็น เอาไปอุ่นมาดื่มเองนะ

จะคิดถึงนายทั้งวันเลย....เคตะ

ผมอ่านข้อความนั้นแล้วก็แอบยิ้มอยู่คนเดียว ก่อนจะเดินไปหยิบนมในตู้เย็นมาอุ่น จากนั้นก็เก็บกวาดข้าวของขยะทั้งหลายแหล่ให้สะอาดเรียบร้อย ก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้าน

....อ๊ะ หนังสือที่