Sweet
Little Thing (Ryohei x Ryuichi)
“ริวอิจิคุง
วันนี้คุณแม่มารับช้าจังนะ”
คุณครูอนุบาลสาวสวยพูด
เมื่อเห็นเด็กน้อยคนสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในห้องเรียนกำลังนั่งมุ่นอยู่กับตัวต่อสีสันสดใส
“วันนี้คุณแม่ไม่ว่าง
ให้พี่เรียวเฮมารับครับ”
เด็กน้อยยิ้มร่า
แม้จะต้องนั่งรอนานกว่าให้คุณแม่มารับ
แต่กลับรู้สึกตื่นเต้นดีใจกว่ากันเป็นไหนๆ
“อ๋อ
พี่เรียวเฮที่เป็นญาติของริวอิจิคุงใช่มั้ยจ้ะ”
“ริวอิจิ!! ริวอิจิ!!”
เสียงหวานๆดังขึ้นจากนอกห้อง
สร้างรอยยิ้มให้ผุดขึ้นบนใบหน้าของใครบางคนได้ทันที
“อ๊ะ
นั่นไง
พี่เรียวเฮมาแล้ว” ริวอิจิน้อยยิ้มดีใจ
“ริวอิจิ
ขอโทษนะที่ให้รอนะ
พี่เลิกเรียนช้าไปหน่อย
รอนานมั้ยครับ?” ชายหนุ่มหน้าหวานเดินเข้ามายังห้องเรียนที่มีเพียงริวอิจิน้อยกับคุณครูสาวเพียงสองคน
“ขอโทษที่ต้องรบกวนคุณครูด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มหันไปพูดกับคุณครู
ทำเอาคุณครูอายุยังน้อยแอบหน้าแดงขึ้นมาเพราะเขินที่เห็นหนุ่มหล่อมารยาทงามคนนี้
“อ๋อ..
ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
ริวอิจิคุงเป็นเด็กดีมากเลย”
“ผมเป็นเด็กดี
คุณครูก็เลยรักผม”
เจ้าหนูว่าไปตามประสาเด็ก
“จ้า
ริวอิจิเป็นเด็กดีมาก
พี่รู้อยู่แล้วล่ะ”
มือเรียวขยี้หัวริวอิจิน้อยเบาๆ
ทำเอาผมเส้นเล็กเละไม่เป็นทรงไปเล็กน้อย
“ถ้างั้น
ผมขออนุญาตพอริวอิจิกลับนะครับ”
เรียวเฮหันไปพูดกับคุณครู
“ไปแล้วนะครับคุณครู
พรุ่งนี้เจอกันนะครับ”
ริวอิจิหันไปทักทายคุณครูก่อนกลับ
...เด็กอาร๊ายย
น่ารักซะ...
“จ้า..กลับดีๆนะครับ” คุณครูว่า
“บ๊ายบายครับ”
แล้วทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ก็เดินจูงมือออกจากโรงเรียนอนุบาลด้วยกัน
“เมื่อนรึเปล่า
ให้พี่อุ้มมั้ย?”
เรียวเฮคุงหันไปถาม
“ไม่เอา...”
ริวอิจิตอบเสียงใส
แต่ทำคนถามเสียใจไม่น้อย
“ผมโตแล้ว
เดินเองได้
ไม่ต้องให้พี่เรียวเฮอุ้มหรอก”
“ครับๆ
ริวอิจิคุงน่ะเก่งอยู่แล้วเนอะ”
รอยยิ้มหวานๆผุดขึ้นบนใบหน้าสวย
ไม่นานนักทั้งคู่ก็เดินมาถึงบ้าน
“เย้
ถึงบ้านแล้ว”
หนูน้อยร้องดีใจแล้วก็กระโดดขึ้นไปบนโซฟาหน้าทีวี
จัดการหยิบรีโมทมาเปิดทันที
แต่ดูไปยังไม่ทันไร
ทีวีก็ดับลง
“พี่เรียวเฮอ่าาาา....”
เจ้าหนูทำหน้าเศร้าเมื่อหันไปเห็นเรียวเฮที่ยืนถือรีโมทปิดโทรทัศน์อยู่ด้านหลัง
“ก่อนดูทีวีต้องทำอะไรก่อนครับ
ริวอิจิ?”
“แต่ผมอยากดูทีวีก่อนนี่นา” หนูน้อยทำหน้าอ้อน
แบบนี้เป็นใครเห็นก็ต้องใจอ่อนไปซะทุกราย
เป็นเด็กเป็นเล็กรู้จักใช้ทีเด็ดของตัวเองเป็นแล้ว
แบบนี้จะไม่ให้หลงได้ยังไงกัน
แต่ถึงอย่างนั้นเรียวเฮก็รู้จักยับยั้งห้ามใจตัวเองเป็นหรอก
“ไม่ต้องมาอ้อนเลย
ทำการบ้านก่อนนะ
แล้วเดี๋ยวริวอิจิค่อยดูทีวีตอนพี่ทำอาหารเย็นให้ไงครับ”
ชายหนุ่มยิ้มหวานให้
กลายเป็นว่าคนที่ต้องยอมใจอ่อนเลยกลายเป็นเจ้าหนูน้อยซะเอง
“.....ก็ได้ครับ..” ริวอิจิรับคำหน้าเศร้าๆอย่างเสียไม่ได้
เห็นหนูน้อยทำหน้าแบบนั้นแล้วเรียวเฮก็อดใจดีด้วยไม่ได้
เข้าไปจุ๊บหน้าผากของริวอิจิน้อยเบาๆ
“ถ้าทำเสร็จเร็วพี่จะให้รางวัลนะ”
“ฮ๊า
จริงเหรอครับ”
ได้ยินแบบนั้นปุ๊บเจ้าเด็กน้อยก็ยิ้มร่า
รีบเดินไปอุ้มกระเป๋านักเรียนมา
แล้วก็หยิบสมุดการบ้านออกมานั่งทำที่โต๊ะอาหาร
ส่วนพี่เรียวเฮที่แสนจะใจดีก็หยิบงานของตัวเองขึ้นมาทำหน้าเครียดไม่น้อย
ไม่นานริวอิจิน้อยก็ทำการบ้านของตัวเองเสร็จ
“เสร็จแล้วครับ”
“.......................”
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
เนื่องจากเรียวเฮยังคงทำหน้ายุ่งอยู่กับตำราจิตวิทยาเด็กที่ถืออยู่ในมือ
“พี่เรียวเฮ
พี่เรียวเฮครับ!!”
เจ้าหนูเรียกเสียงดังขึ้น
“หา...ริวอิจิ
ว่าไงเหรอ?”
“พี่เรียวเฮอ่านอะไรเหรอครับ
มันยากมากเลยเหรอ?”
ก็เห็นพี่ชายทำหน้านิ่วคิ้วขมวดซะขนาดนั้น
“อ...อ๋อ...พี่มีสอบวันมะรืนนี้น่ะก็เลยต้องอ่านหนังสือเยอะ
แล้วริวอิจิเรียกพี่ทำไมเหรอ?”
“คือ
ผมทำการบ้านเสร็จแล้วครับ”
หนูน้อยยิ้มให้กับความสำเร็จของตัวเอง
“เก่งมากริวอิจิ”
คำชมจากพี่ชายสุดที่รัก
แค่นี้ละที่ทำให้ริวอิจิยิ้มแก้มปริ
“งั้นริวอิจิไปดูทีวีได้แล้วละ
เดี๋ยวพี่จะทำข้าวเย็นให้กิน”
“ครับผม”
หนูน้อยรับคำ
“ว่าแต่....”
แล้วก็ก้มหน้าพูดเบาด้วยอาการเขินๆ
“พี่เรียวเฮลืมรางวัลที่บอกว่าให้จะรึเปล่าครับ”
ได้ยินแบบนั้นพี่ชายก็ยิ้มไม่หุบเหมือนกัน
“พี่ไม่ลืมหรอกครับ
อดใจรอหน่อยนะ”
มือเรียวเล็กลูบหัวหนูน้อยน่ารักเบาๆ
ก่อนจะเดินเข้าครัว
ปล่อยให้ริวอิจินั่งหัวเราะอยู่หน้าทีวีไป
“เอ้า...อาหารเย็นเสร็จแล้วครับ”
“........................”
ไม่มีเสียงตอบ
หากมีแต่เสียงจากทีวีลอยมาจากห้องนั่งเล่น
“ริวอิจิ?”
เมื่อไม่ได้ยินเสียงของเจ้าหนู
เรียวเฮก็เลยต้องเดินมาหา
แล้วก็พบว่าริวอิจิน้อยหลับคาทีวีไปซะแล้ว
“อ้าว?
หลับซะแล้ว
อย่างนี้ทุกทีเลย”
รอยยิ้มใสปรากฏบนใบหน้าหวาน
ร่างบางนั่งลงข้างๆร่างของหนูน้อย
ใบหน้าตอนหลับของริวอิจินี่มันน่าเอ็นดูซะจนเรียวเฮอดใจไม่ไหวที่จะยื่นมือไปลูบแก้มใสๆนั่น
“ไหนเมื่อกี้ยังทวงรางวัลอยู่เลย
หรือว่าจะไม่เอาแล้ว” พูดเบาๆ
แล้วก็ก้มลงจูบริมฝีปากนุ่มๆสีหวานๆของเด็กน้อยเบาๆ
“อื้อ.....”
ริวอิจิน้อยขยับตัวเบาๆ
มือเล็กๆยกขึ้นขยี้ตาตัวเองก่อนจะค่อยๆลืมตาช้าๆ
พอเห็นหน้าหวานๆของเรียวเฮอยู่ใกล้จนจะชิดหน้าของตัวเองอยู่แล้ว
เจ้าหนูก็เลยตกใจขึ้นมา
“อ๊ะ...พี่เรียวเฮ”
แล้วจู่ๆหน้าก็แดงขึ้นมาด้วย
“อย่าเพิ่งรีบหลับสิครับ
พี่ยังไม่ได้ให้รางวัลริวอิจิเลยนะ”
“...อื้อ...ค...ครับ...”
จู่ๆตื่นมาก็เจออีกฝ่ายโผล่หน้ามาซะใกล้แถมยังยิ้มหวานใส่
ถึงเป็นเด็กก็เขินเป็นเหมือนกันนะ
“งั้นไปทานข้าวนะครับ
วันนี้พี่ทำแกงกะหรีของโปรดริวอิจิด้วยนะ”
“เย้
แกงกะหรี่
แกงกะหรี่”
พอเห็นของกิน
ริวอิจิน้อยก็ลืมเรื่องอื่นไปในบัดดล
แล้วก็กระโดดขึ้นไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะอาหารทันที
“อร่อยมั้ย?” พี่ชายหน้าหวานถาม
ถามแค่นี้ทำไมต้องทำหน้าหวานหยดขนาดนั้นก็ไม่รู้
เด็กเห็นยังอดหวั่นไหวไม่ได้เลย
“อ...อร่อยครับ” เจ้าหนูตอบตะกุกตะกักเล็กน้อย
“ทานให้หมดนะ
พี่ทำเพื่อริวอิจิเลยนะ”
“คร้าบบบ”
แล้วริวอิจิน้อยก็ตั้งอกตั้งใจกับการจัดการกับอาหารตรงหน้า
ไม่นานนักข้าวแกงกะหรี่เต็มจานก็ลงท้องเจ้าหนูหมดเรียบ
“หมดแล้ววววว”
“กินอื่มแล้ว
งั้นไปอาบน้ำเนอะ”
พี่ชายยิ้มดีใจเมื่อริวอิจิน้อยทานอาหารที่ทำอย่างสุดฝีมืออย่างเอร็ดอร่อย
“อื้อ”
หนูน้อยยิ้มแป้น
แยกเขี้ยวน่ารักให้เห็น
ทำเอาคนเห็นแล้วนึกอยากกอดเจ้าหนูนี้ชะมัด
“แต่ว่า....”
“หืม
มีอะไรเหรอ?”
“พี่เรียวเฮอาบน้ำกันนะ” มือเล็กๆดึงขากางเกงของพี่ชายใจดีเอาไว้
ยิ่งทำหน้าอ้อนก็ยิ่งน่ารัก
แล้วยิ่งน่ารักมากเท่าไรก็ยิ่งอยากแกล้งมากเท่านั้น
“เอ๋?
แต่ว่าริวอิจิโตแล้ว
อาบเองก็ได้นี่ครับ”
“............” ได้ยินแบบนั้นหนูน้อยก็คอตกหน้าเศร้าลงไปทันที
“ผมไม่อยากอาบคนเดียวนี่นา”
“โอ๋ๆ
พี่ล้อเล่นน่า
งั้นริวอิจิขึ้นไปหยิบเสื้อผ้านะ
เดี๋ยวพี่ล้างจานเสร็จแล้วจะตามไป”
“ครับ”
ได้ยินพี่ชายว่าอย่างนั้นปุ๊บ
ริวอิจิน้อยก็ยิ้มแยกเขี้ยวให้เห็นอีกรอบ
รีบกระโดดลงจากเก้าอี้
วิ่งแจ้นไปหยิบเสื้อผ้าที่ห้องทันที
....เดี๋ยวยิ้ม
เดี๋ยวหัวเราะ
เดี๋ยวเศร้า...
เปลี่ยนอารมณ์ง่ายจริงนะ...
เรียวเฮนึกแล้วก็ยิ้มอยู่กับตัวเอง
พอล้างจานเสร็จก็ตามไปที่ห้องน้ำทันที
“พี่เรียวเฮมาช้าจังเลย”
เสียงแหลมๆดังออกมาจากข้างในห้องน้ำ
ขณะที่ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไป
“นี่แน่ะๆ”
แล้วเจ้าหนูก็เล่นซนด้วยการกวักน้ำในอ่างใส่พี่ชาย
“เอ๊ะ
อย่าเล่นซนสิ
ซนมากๆพี่จะทำโทษนะ” เรียวเฮดุ
แต่เวลาดุเสียงก็ยังหวานอยู่
มือเรียวจับแขนนุ่มๆของเด็กน้อยไว้
แล้วสายตาก็พลันไปเห็นอะไรเข้า
“อ๊ะ
นี่ริวอิจิไปโดนอะไรมาน่ะ”
ร่างบางร้องเสียงหลง
ก็ที่ต้นแขนของริวอิจิมันมีรอยแผลขนาดไม่เล็กอยู่น่ะสิ
“อ๋อ
โดนกิ่งไม้เกี่ยวมาครับ”
หนูน้อยยิ้มแห้งๆ
นึกกลัวๆอยู่เหมือนกันว่าพี่ชายต้องดุแน่ที่เขาไปเล่นซนจนได้แผลมาอีกแล้ว
“ไปปีนต้นไม้มาล่ะสิ
ซนจริงๆนะเรา”
มือเรียวขยุ้มหัวเจ้าหนูเบาๆ
“แล้วโดนนานรึยัง
เจ็บมั้ยเนี่ย?”
“สองวันก่อนเองครับ
ไม่ค่อยเจ็บแล้วล่ะ”
ริวอิจิน้อยยังยิ้มสู้
ที่จริงมันก็แอบเจ็บอยู่เหมือนกันละ
แต่ถ้าบ่นว่าเจ็บมีหวังโดนดุแล้วก็โดนห้ามไม่ให้ออกไปเล่นอีกแน่ๆ
“ผิวสวยๆเป็นรอยหมดเลย.....” เรียวเฮว่าก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากลงไปบนรอยแผลนั่นเบาๆ
“เอ่อ.....พ...พี่เรียว...เฮ”
เล่นแบบนี้ริวอิจิก็เขินแย่สิ
เห็นหนูน้อยเขินแบบนี้แล้วมันอดไม่ได้จริงๆ
ได้ทีเรียวเฮก็เลยค่อยๆพรมจูบไปบนแก้มนุ่มๆของริวอิจิอีก
“คราวหลังห้ามซนแบบนี้อีกนะ
ไม่งั้นพี่จะทำโทษอีก
รู้มั้ย”
พี่ชายว่า
แต่สีหน้ามันไม่ใช่หน้าตาที่กำลังโกรธหรือกำลังดุใครเลยสักนิด
“ค...ครับ....” ริวอิจิว่าตามอย่างว่าง่าย
ไม่ใช่ว่าไม่กลัวโดนทำโทษหรอกนะ
แต่ว่าหัวใจมันเต้นเร็วอย่างกับจะออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว
แล้วเรียวเฮยังจะมายิ้มหวานใส่อีก
ทรมานเด็กเกินไปแล้ว
.....นี่เราแกล้งมากไปรึเปล่านะ.....
เรียวเฮแอบยิ้ม
เห็นริวอิจิทำหน้าปั้นยากแบบนั้นแล้ว
ก็เลยนึกสงสารเด็ก(?)ขึ้นมา
“งั้นก็รีบอาบน้ำเหอะ
เดี๋ยวเข้านอนดึกแล้วแม่ริวอิจิจะมาว่าพี่ได้”
แล้วพี่ชายก็จัดการช่วยริวอิจิน้อยอาบน้ำจนเสร็จ
ใส่ชุดนอนแล้วก็พาไปที่ห้อง
“ยังไม่ง่วงเลยอ่ะ”
น้องหนูโวยวายเล็กน้อย
ก็ยังอยากเล่นกับพี่เรียวเฮอีกนานๆนี่นา
ถ้านอนหลับตอนนี้ก็น่าเสียดายแย่
“แล้วก็นะ....”
“อะไรเหรอ??”
“พี่เรียวเฮยังไม่ได้ให้รางวัลผมตามที่สัญญาไว้เลย”
เจ้าตัวน้อยพูดพลางขยุ้มผ้าห่มไปด้วย
“ลืมแล้วใช่มั้ยล่ะครับ”
“ฮะๆๆ
ไม่ได้ลืมหรอกน่า” ....ใช่
ใครจะไปลืมกัน
ของแบบนี้รับรองไม่พลาดอยู่แล้ว....
“งั้น...ริวอิจิอยากทำแบบไหนล่ะ
พี่ให้ริวอิจิเป็นคนทำละกันนะ”
“ผ...ผมทำไม่เป็นหรอกครับ....”
ร่างเล็กเขินจนหน้าแดง
“อะไรกัน
พี่สอนไปตั้งเยอะแล้วนะ
ริวอิจิคนเก่งต้องทำได้สิ”
ร่างบางหลับตาแล้วก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้โดยไม่ฟังคำค้านของริวอิจิเลย
โดนไม้นี้แล้ว
จะให้ทำไงได้
ยังไงก็ต้องทำอะไรสักอย่างละ
เด็กน้อยยกมือเล็กๆที่ออกอาการสั่นเล็กน้อย
แล้วก็ประคองหน้าสวยๆของคนตรงหน้าไว้
ก่อนจะประทับริมฝีปากของตัวเองลงไปเบาๆ
สร้างความพอใจให้เรียวเฮได้ไม่น้อย
แต่แค่นั้นมันไม่พอหรอกนะ
คนสวยค่อยๆแทรกลิ้นของตัวเองผ่านริมฝีปากนุ่มของเจ้าตัวน้อยเบาๆ
แล้วก็อ่อนโยนที่สุด
“อา....พี่....เรียว....”
นิ้วเรียวค่อยๆปลดกระดุมเสื้อนอนที่เพิ่งจะใส่เข้าไปได้ไม่ทันไรลงทีละเม็ดๆ
พลางใช้นิ้มมือลูบไล้ผิวนุ่มๆของริวอิจิอย่างห้ามใจไม่ได้
พร้อมกับประทับริมฝีปากลงไปบนผิวเนียนเรียบนั้นเบาๆ
เพื่อไม่ให้เกิดรอยที่จะดูเด่นจนเกินไป
“พี่....เรียวเฮ......อืมมม...”
“ว่าไงครับ
ชอบให้พี่ทำแบบนี้รึเปล่า?”
“อื้อ.......”
เด็กน้อยครางเสียงแหลม
แขนเล็กๆยกขึ้นกอดคอพี่ชายเอาไว้
ยิ่งทำให้คนตรงหน้าอดใจไม่ไหวเข้าไปอีก
“พี่เรียวเฮ....ผม.....”
ดูท่าริวอิจิจะไม่ไหวซะแล้ว
แกล้งเด็กมากๆก็น่าสงสาร
ถึงแม้ชายหนุ่มจะนึกสงสารตัวเองอยู่ด้วยก็เถอะ
ร่างบางดึงตัวเองออกจากอ้อมกอดเล็กๆของเด็กน้อย
ก่อนจะก้มลงจูบเบาๆที่หน้าผากอีกที
“นอนซะนะเด็กดี”
ค่อยๆติดกระดุมเสื้อชุดนอนกลับเข้าไปให้อย่างเดิม
แล้วก้ดึงผ้าห่มมาห่มให้
“ไว้ริวอิจิโตกว่านี้
แล้วพี่จะสอนอะไรให้อีกละกัน
วันนี้พอแค่นี้นะครับ”
“อ...อื้อ....” ริวอิจิตัวน้อยรับคำอย่างว่าง่ายทั้งๆที่หน้าแดงไปหมด
“พี่จะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าริวอิจิจะหลับนะ”
“อื้อ”
เจ้าตัวเล็กยิ้ม
ก่อนจะหลับตาลงทั้งรอยยิ้มบนใบหน้า
แค่ได้เห็นใบหน้าตอนหลับอย่างมีความสุขของริวอิจิ
ก็ทำให้เรียวเฮยิ้มออกมาได้แล้วละ
.....เฮ้อ...เรียวเฮผู้น่าสงสารจะต้องอดใจไปถึงไหนนะกว่าริวอิจิน้อยจะโตน่ะ....
The End
แต่ว่าจะทำให้อะไรก็ระวังหน่อยน่ะเคอะ...เหอๆ
