Say the word ..Chapter1..
....ทางเดินหน้าห้องในตึกเรียนที่เงียบสงบ...
แดดยามบ่ายของฤดูใบไม้ผลิ
สายลมอ่อนๆพัดกลีบซากุระที่ร่วงหล่นใกล้จะหมดต้น
และกำลังผลิใบสีเขียวสดขึ้นมาแทนที่....
....ความสงบ
ร่มรื่น
สวยงามของธรรมชาติที่กำลังจะหมดลงภายในเวลาไม่กี่วินาที....
....ออออดดดดดดดดดดดดด....
สัญญาณบอกเวลาเลิกเรียนนั้นเองที่ทำลายบรรยากาศสวยงามลงหมดสิ้น
“เย้~~~~เลิกเรียนแล้วโว๊ยยย”
“อย่าลืมทำการบ้านมาด้วยล่ะ!!!”
“กลับก่อนนะคร๊าบบบบบบ~~~~”
“นี่!!!
พวกเธอให้มันเบาๆหน่อยเป็นบ้างไม๊เนี่ย!!!!”
สภาพปกติของห้องเรียนแทบทุกห้องในรร.ม.ปลายชายล้วนแห่งหนึ่ง
เสียงอาจารย์บ่นสลับกับเสียงจอจอของนร.หนุ่มทั้งหลาย
อาจารย์พูดไปเถอะ..ยังกะจะมีใครสนใจฟังงั้นแหละ...
“เฮ๊ยยยยยย
หยุดเดี๋ยวนี้นะเคตะ
จะหนีไปไหน
วันนี้เวรนายนะเว๊ย”
เสียงใสแหกปากขึ้นจนฟังดูเหมือนเสียงแสบแก้วหูมากกว่า
เมื่อเห็นชายร่างสูงโย่งคนหนึ่งกำลังย่องออกจากห้องเรียน
...ปี2ห้อง4...ห้องเรียนธรรมดาๆห้องนึงที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าห้องอื่น
นอกเสียจากว่าห้องนี้มีนร.คนดังของโรงเรียนอยู่คนนึงก็เท่านั้นเอง...
...ซวยเลย
โดน “แม่” จับได้อีกแล้ว...
เจ้าของชื่อหันมายิ้มแหยๆ
ให้คนตัวเล็กๆน่ารักที่ส่งเสียงดังเมื่อครู่
“ง่า....ไม่ได้จะหนีน้า
แค่จะไปห้องน้ำแป๊บเดียวเอง”
“อ๋อเหรอ...”
ยิ้มหวานซะ “งั้นก้อไปได้”
ร่างยาวยิ้มดีใจ...ทำไมหลอกง่ายจังวะ...
กำลังจะหันหลังวิ่งต่อ...
“เดี๋ยว”
เสียงสูงๆเรียกให้ต้องชะงักอีก
...อะไรอีกวะ...น่ากลัวชิบหาย...
“กระเป๋าน่ะ
จะเอาไปทำไม” เสียงดุไม่ได้เข้ากับหน้าหวานๆเอาซะเล๊ยย
“กลัวหายรึไง
เดี่ยวเฝ้าให้ก้อได้”
ร่างยาวที่หันหลังให้เป็นไหล่ตก
คอพับ ...เฮ้อ..ซวยจริง..จะรีบกลับไปดูแข่งบอลถ่ายทอดสดซะหน่อย...
แล้วก็หันกลับ
เดินเข้ามาในห้อง
วางกระเป๋าลงกับโต๊ะ
“อ่าว
ไม่แล้วเหรอ” ยิ้มมุมปากเล็กๆ
ถามทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
“เออ
หายปวดแล้ว” ...เซ็งเลยวุ้ย... แล้วก็เดินไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ตู้หลังห้อง....
....เวลาผ่านไปชม.กว่าๆ...เด็กหนุ่มหลายคนที่กำลังทำความสะอาดห้องไป
แหกปากร้องเพลงไป
และคละเคล้าด้วยเสียงหัวเราะ
...ก็มัวแต่เล่นไปด้วยทำไปด้วย
ก็เลยไม่เสร็จกันซักที...
..ตึง..ตึง...เสียงเท้ากระแทกพื้นดังมาจากหน้าห้อง
คนตัวเล็กๆยืนลบกระดานแต่เอื้อมไปลบที่สูงๆไม่ถึง
เลยได้แต่กระโดดเหยงๆเป็นจังหวะ
เพื่อนร่างสูงมอง
ยกมือขึ้นเกาหัวแรกๆ
“ใครใช้ให้เจ้าเปี๊ยกนั่นไปลบกระดานล่ะเนี่ย” พูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
ยัดไม้ถูพื้นใส่มือเพื่อนก่อนจะเดินไปหน้ากระดาน
เพื่อนๆมองตามแล้วก็ได้แต่แอบยิ้มกันเอง...
ร่างเล็กทำท่าเตรียมจะกระโดดอีกรอบ
แต่...อ้าว...มือใหญ่ๆเข้ามาวางทับมือเล็กที่ถือแปรงลบกระดานซะนี่...
“เดี๋ยวชั้นลบเอง ไปทำอย่างอื่นไป๊”
คนตัวเล็กหันมายิ้มให้น่ารักต่างกับคนที่ส่งเสียงแว๊ดๆเมื่อกี้เป็นคนละคนเชียว
แล้วก้อวิ่งไปหลังห้องช่วยเพื่อนๆคนอื่น
แถมยังช่วยแหกปากร้องเพลงกะเค้าอีกแน่ะ
....กว่าหนุ่มๆจะทำความสะอาดเสร็จ
ฟ้าก็ทำท่าจะเปลี่ยนสีซะแล้ว...เห็นทีจะได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้านซะที...
“ฉันกลับก่อนน้า
บ๊ายบาย”
เพื่อนร่วมเวร(ทำความสะอาด)คนสุดท้ายกำลังจะเดินออกจากห้อง
“กลับดีๆล่ะ”
คนตัวเล็กยิ้มให้เพื่อน
“โชคดีเพื่อน”
ร่างสูงๆยืนพิงแท่นยืนสำหรับอาจารย์หน้าห้อง
ยกมือเป็นสัญญาณบอกลา
...แล้วห้องเรียนที่เสียงดังอยู่เสมอก็เหลือแค่คนตัวเล็กๆ
กับเพื่อนร่างโย่งอีกคน..
แสงแดดยามเย็นส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง
ย้อมห้องทั้งห้องให้เป็นสีส้ม
รวมถึงใบหน้าขาวใสของคนตัวเล็กๆนี่ด้วย
“เราก้อกลับกันเหอะ”
เรียวปากบางยิ้มๆเล็กให้ตัวเองก่อนลุกขึ้นหยิบกระเป๋า
“อื้อ” เสียงใสตอบพร้อมรอยยิ้มหวานๆบนใบหน้า
แก้มขาวใส
ใบหน้าหวานๆ ดวงตากลมโต
เสียงน่ารักๆ
กับรอยยิ้มไร้เดียงสาที่มักมีให้ทุกคนเห็นเสมอๆ...นี่แหละที่ทำให้คนตัวเล็กคนนี้เป็นคนดังของห้อง
และยังเป็นดาวเด่นของโรงเรียนอีกด้วย...คนน่ารักคนนี้...จิบะ
เรียวเฮ...
คนร่างผอมสูงกับอีกคนตัวเล็กน่ารักเดินเคียงคู่กันกลับบ้าน
ระหว่างทางก็จ้อกันเสียงดังปนด้วยเสียงหัวเราะแหลมของคนร่างเล็กไปตลอดทาง...จนกระทั่งถึงที่หมาย...
“บายนะ พรุ่งนี้อย่าสายล่ะ” เสียงหวานๆบอกลาเพื่อนที่เดินมาส่งถึงหน้าบ้านโดยไม่รอฟังคำตอบแล้วก็เดินเข้าบ้านตัวเองไป
“กลับมาแล้วครับ” เสียงเหนื่อยๆบอกคนในบ้านขณะยืนถอดรองเท้าทั้งๆที่ยังไม่ได้ปิดประตู
“กลับมาแล้วเหรอเรียวจัง”
เสียงของผู้เป็นแม่ทักเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับบ้านมาแล้ว
“อ้าวเคจัง
มาด้วยเหรอ”
แล้วก็ทักใครอีกคนที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หลังลูกชายของตัวเอง
...เคจัง???..อะไรวะ???...
หันหลังจะไปปิดประตู...
“เฮ๊ยยยยยยยยยยยยย” ร่างสูงโย่งตามเข้าบ้านมาแถมยืนบังประตูซะแทบมิด
“ตามเข้ามาทำไม
กลับบ้านตัวเองไปดิ”
...บ้านของหมอนี่น่ะเหรอ...ก็หลังถัดไปนี่ไง...บ้านอยู่ติดกัน
เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ..อันที่จริงต้องเรียกว่ายิ่งกว่าเพื่อนด้วยซ้ำ...ผู้ชายร่างผอมสูงที่ผิดกับกับคนตัวเล็กอย่างสิ้นเชิง..ทาจิบานะ
เคตะ..
“อ๊าววว
ไปไล่เคจังเค้าทำไมล่ะลูก
ไหนๆก็เข้ามาแล้วอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนดีกว่านะ”
แม่ของเรียวเฮต้อนรับซะอย่างดี
“แหม
เกรงใจจัง
แต่ก็รบกวนหน่อยนะคร๊าบบ” ยิ้มทักเจ้าของบ้านอย่างคุ้นเคย
แล้วเดินเข้าไปบนบ้านราวกับเป็นบ้านของตัวเอง…..
“นี่
ทีเมื่อกี้ทำเป็นจะรีบหนีกลับบ้านนะ” ร่างเล็กแอบหน้าหงิกเล็กน้อยหลังจากเดินขึ้นมาที่ห้องของตัวเองแล้วโดยมีเพื่อนตัวดีตามเข้ามาด้วย
...หมั่นไส้จริง
ทำไมแม่ต้องชวนมันอยู่กินข้าวด้วยวะ
บ้านตัวเองก็มีแท้ๆ...
ร่างยาวทิ้งตัวลงบนเตียง
ห้องที่คุ้นเคยเพราะเคยเข้ามาไม่รู้กี่ครั้ง
“ก็อยากกินข้าวบ้านนี้อ่ะ อร่อยกว่าข้าวบ้านชั้นตั้งเยอะ” ...อีกอย่าง...จะรีบกลับบ้านตัวเองทำไมล่ะ
กลับไปป่านนี้ก้อไม่มีบอลให้ดูแล้ว
แถมคนที่บ้านก็คงยังไม่มีใครกลับมาด้วย...
ร่างเล็กมองด้วยหางตา
“ที่พูดมานี่มีความเกรงใจบ้างไม๊เนี่ย”
“เฮ้อ~~” คนตัวสูงถอนหายใจ
“นายเนี่ยน้า~ กับคนอื่นทำตัวซะน่ารักเชียว
แต่กับชั้นนี่ไม่เคยอ่ะ
มีแต่บ่นๆๆๆ
ทำตัวเป็นแม่อยู่ได้” ...ใช่แล้ว..เรียวเฮมักทำตัวเป็น
“แม่”
อยู่เสมอ....ไม่ใช่อะไรหรอก..ก็หมอนี่มันชอบทำตัวไม่ได้เรื่องอยู่เรื่อยนี่นา
ถ้าเรียวเฮไม่คุมแล้วใครจะคุมล่า...
“หนอย
ว่าชั้นบ่นเป็นคนแก่เรอะ
(เค้าไม่ได้พูดซะหน่อย)
ตัวเองนั่นแหละที่ทำตัวไม่ได้เรื่องอยู่เรื่อย
ชั้นถึงต้องคอยบ่นปากเปียกปากแฉะอยู่เนี่ย”แอบโมโหนิดนึงแล้วก็ดึงหมอนที่หัวสวยๆหนุนอยู่ออกมาตีร่างยาวๆนั่นไปเต็มๆ
“โอ๊ยยย
เจ็บนะเฟ้ยย”
แล้วก็คว้าหมอนอีกใบมาตีกลับ
ฟาดกันไปฟาดกันมาอย่างเมามันส์...น่าเอ็นดู้~~…
ไม่นานนักอาหารเย็นก็พร้อมสำหรับทุกคน...
“ทานเยอะๆเลยนะเคจัง” คุณแม่ผู้ใจดียิ้มหน้าบาน
ส่วนลูกชายก็ยังหน้าหงิกต่อไป
...หมั่นไส้โว๊ยยย...
“ขอบคุณครับคุณป้า....ทานนะคร๊าบบบบ”
แล้วก็เริ่มลงมือทันที
...กินซะอย่างกะไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน...
ไม่ทันไรก้อเอ่ยปากขอเพิ่มซะแล้ว
“ขออีกชามคร๊าบบบ”
ร่างเล็กเห็นแล้วก็อดขำนิดๆไม่ได้...ยังกะเด็ก..เมื่อไหร่ไอ้หมอนี่มันจะโตวะ...(แล้วตัวเองนี่โตจังนะ)
“เอ...แล้วคุณลุงล่ะครับ”
..หมายถึงพ่อของเรียวเฮน่ะ...
“อ๋อ
เค้าไปดูงานที่ต่างประเทศน่ะ”
แม่ของเรียวเฮตอบยิ้มๆ
พลางเติมข้าวให้ “ว่าแต่เคจังมาอยู่แต่กับเรียวจังตลอดอย่างงี้
เมื่อไหร่จะหาแฟนได้ล่ะลูก”
ประสาคนเป็นแม่
ก็ชวนคุยไปเรื่อย..
แต่ทำเอาเรียวเฮที่กำลังยกชามาซดอยู่แทบจะสำลักคอตาย
“โธ่
คุณป้าครับ
ถ้าผมมีแฟนแล้วเรียวจังของคุณป้าจะอยู่กับใครล่ะครับ
ผมกลัวมันเหงาหรอกครับ
ถึงได้อยู่เป็นเพื่อนมันเนี่ย”
พูดจบก็โซ้ยข้าวเข้าปากต่อ
“ขอบจายยยนะ” ...พูดจาน่าหมั่นไส้ซะจริง....แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นอย่างที่เคตะพูดจริงๆนั่นแหละ
...ถึงจะไม่ได้เป็นดนดังอะไรมากมาย
แต่หมอนี่น่ะตัวก็สูง
หน้าตาก็ดี ใครเห็นเป็นก็ต้องหลง
ถ้าไม่นับว่าชอบทำตัวไม่ได้ความอยู่เรื่อยล่ะก็หาแฟนได้ไม่ยากหรอก...
กลืนข้าวลงคอเสร็จปากสวยๆก็พล่ามต่อ
“ผมว่าเป็นห่วงเรียวเฮดีกว่านะครับ
มีคนมารุมจีบได้ไม่เว้นวันเลย
แต่ไม่รู้ทำไมหาแฟนไม่ได้ซัก...โอ๊ยยย”
พูดยังไม่ทันจบดี
เรียวเฮก็กระแทกเท้าใส่ขายาวๆที่อยู่ใต้โต๊ะกินข้าวไปเต็มๆ
“พูดมากน่ะ
กินๆแล้วก็กลับบ้านตัวเองไปได้แล้ว”
“ดุจังโว๊ย” บ่นเสร็จก็โซ้ยข้าวในชามต่อ...(ห่วงเรื่องกินมากกว่านี่เอง)...
กว่าเพื่อนตัวยุ่งจะกลับไปได้ก็ดึกดื่นมืดค่ำ
...บ้านค่อยสงบสุขซะที...คนตัวเล็กเดินไปอาบน้ำ
แล้วก็กลับมาทำการบ้านที่ห้อง
ก่อนจะเข้านอน...เป็นกิจวัตรเหมือนเดิม
อย่างนี้
ทุกวันๆ....
เช้าวันต่อมา....
“เคต๊า~~~~ ตื่นเดี๋ยวนี้นะ”
...ปังๆๆๆ...
เสียงแสบหูกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้องแต่คนในห้องก็ยังนอนต่อไป...จะลุกทำไมล่ะ
ไม่ลุกเดี๋ยวเจ้าคนหน้าห้องมันก้อเปิดประตูเข้ามาเองแหละ...
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ที่จริงจะเคาะไปทำไมไม่รู้
ในเมื่อก็รู้ๆอยู่ว่ายังไงก็ต้องเข้าไปปลุกถึงเตียงอยู่ดี
...มันก็เป็นแบบนี้ทุกเช้านั่นแหละ... เคตะตื่นสายประจำ
แล้วคนที่ต้องเข้ามาปลุกถึงที่ทุกเช้าก็หาใช่คนในบ้านไม่
แต่กลับเป็นเรียวเฮ...เพื่อนที่อยู่ข้างบ้านซะนี่...
ร่างเล็กเปิดประตูเข้าห้อง
ร่างยาวๆขดอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่ม...ท่าทางสบายซะเหลือเกิน...
ผู้บุกรุกไม่รีรอใดๆทั้งสิ้น
สองมือเล็กกระชากผ้าห่มออกทันที
“จะตื่นไม๊ห๊า
เคตะ”
แต่ขอโทษทีเหอะ
ร่างยาวหาได้สะทกสะท้านไม่
ยังนอนขดต่อไปนั่นแหละ
.. “...โอ่ย...หนวกหู...น่า......” คนอะไรสามารถจริงๆ...เสียงแสบหูขนาดนี้แล้วยังนอนต่อได้อีก...
“นี่..
ถ้าไม่ตื่นชั้นจะจูบนะ” ร่างเล็กลดระดับเสียงลงมา
พูดเบาๆ
...แค่นั้นแหละ...ร่างยาวเด้งขึ้นจากเตียงทันที...ไม้เด็ดนี่ใช้ได้ผลจริงๆ..
เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว
เรียวเฮที่เข้ามาปลุกเพื่อนแบบเดิมๆทุกวันแต่เคตะก็ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นซักที
พอแค่พูดเล่นว่า
...ถ้าไม่ตื่นจะจูบนะ...
หมอนี่ก็ยอมตื่นทันที...ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
...จูบของเรียวเฮมันน่ากลัวนักรึไง
ทำไมต้องรังเกียจกันขนาดนี้...
...กว่าจะปลุกเคตะได้สำเร็จ
เรียวเฮก็ยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านจนกว่าเพื่อนจะแต่งตัวเสร็จ...
ยังดีว่าหมอนี่มันไว
ห้านาทีก็เสร็จแล้ว
(เออ ไวจริงๆ)
“เสร็จแล้วๆ”
ร่างยาววิ่งลงบันไดมา
แว๊บเข้าไปคว้าขนมปังในครัว
ก่อนจะออกมาเจอคนตัวเล็กรออยู่ที่หน้าประตูเหมือนเดิมทุกวัน “ผมไปนะคร๊าบบบบ” ร่างยาวคาบขนมปังไว้คาปาก
ก่อนจะหันไปล๊อกประตูบ้าน
แล้วทำท่าจะเดินออก..
“อ๊ะ”
คนตัวเล็กส่งเสียงขึ้น
“เนคไทเบี้ยวแน่ะ” ว่าแล้วก็วางกระเป๋าลงข้างๆ
เดินหน้าเข้ามาชิด
ยกแขนขึ้นจัดเนคไทให้คนตัวสูง
เคตะยืนนิ่งให้เพื่อนตัวเล็กจัดเนคไทให้เข้าที่
ขนมปังยังคาอยู่ในปากอย่างนั้น
“เสร็จละ” ร่างเล็กยิ้มใสปิ๊งให้เพื่อน
หน้าตาภูมิใจกับผลงานของตัวเองมาก
ไม่ได้รู้เล๊ยยว่าเมื่อกี้นายเคตะเค้าแอบเขินซะหน้าแดง
แถมใจเต้นตึกตักอีกตะหาก
“ขะ..ขอบใจ” ดึงขนมปังออกจากปาก
ปรับหน้าให้เข้าที่(ยังไง???)
แล้วก็รีบทำเป็นเดินนำ
...กลัวเค้าจะเห็นว่าหน้าแดงล่ะซี้...
“อ่าวเฮ๊ยย
รอด้วยดิ๊” แล้วคนตัวเล็กก็ต้องรีบวิ่งตามขายาวๆนั่น
ก่อนที่จะตามไม่ทัน.....
2B Continued
Say the word ..Chapter2..
“หวัดดีเรียวเฮ
หวัดดีเคตะ”
เสียงเพื่อนๆทักเมื่อเห็นสองหนุ่มเดินเคียงคู่มาด้วยกันเฉกเช่นทุกวัน
“หวัดดีฮิโรกิ”
คนตัวเล็กยิ้มใสให้เพื่อนร่วมห้องที่เจอกันหน้าตึก
เดินไปที่ตู้เก็บรองเท้าด้วยกัน ...เปิดตู้มาแล้วก้อ...สีหน้าเบื่อหน่ายสุดขีด
“อีกแล้วเหรอเนี่ย......”
ได้ยินอย่างนั้นเพื่อนตัวดีก็ชะโงกมาดูตู้เก็บรองเท้าของคนตัวเล็ก
...ซองจม.สีขาวสะอาด....จม.รักอีกแล้วคับท่าน...
แล้วด้วยความมือไว
ขณะที่มือเล็กๆกำลังจะหยิบซองขาวๆนั่นออกมา
เคตะก็ยืดแขนมาคว้าจม.ออกจากตู้ของเพื่อนรักไปอย่างไร้มารยาทที่สุด
(- -“)
“เฮ๊ยย
นั่นมันของชั้นนะ”
...ยั่วโมโหแต่เช้าเลยนะ...
“โธ่
ยังไงนายก็เอาไปทิ้งไม่อ่านอยู่แล้ว
ขอชั้นดูหน่อยละกัน” ...ก็บอกแล้วว่าเรียวเฮน่ะคนดัง
มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง
รวมถึงรุ่นเดียวกันรุมจีบ
แถบส่งจม.รักให้ได้ไม่เว้นวัน
แต่พ่อคนน่ารักก้อไม่เคยมีท่าทีจะสนใจใครเลยซักนิด
แถมจม.รักที่ได้
เรียวเฮก็จะโยนทิ้งโดยที่ไม่เคยแกะอ่านเลยด้วยซ้ำ...
“อะไร เรียวเฮได้จม.รักอีกแล้วเหรอ” นายฮิโรกิที่ยืนอยู่ใกล้ๆได้ยินก็ช่วยเข้ามาผสมโรง ทำให้จากเดิมที่เสียงเคตะคนเดียวก็ดังอยู่แล้ว ยังดังเพิ่มขึ$