Everything’s gonna be fine
“ริว
ฉันกลับก่อนนะ”
หลังเลิกเรียน
ร่างบางเดินเข้ามาบอกลาเพื่อนร่วมห้อง
ซึ่งเป็นรูมเมทของตัวเองด้วย
โดยมีใครบางคนเดินขนาบมาข้างๆ
“กลับก่อน
หรือว่าจะไม่กลับกันแน่” ถามร่างบาง
แต่สายตากลับหันไปที่ร่างสูงข้างๆ
“มามองหน้าฉันทำไมเล่า”
“เอาเหอะ
ตามสบาย
จะกลับไม่กลับก็เมลล์มาบอกฉันละกันนะ”
กรรมการห้องแสนร่าเริงยิ้มตอบ
พลางเก็บข้าวเก็บของลงกระเป๋า
“งั้นไปนะ
บ๊ายบาย”
คนน่ารักยิ้ม
ก่อนจะเดินออกทางประตูหลังห้อง
แล้วก็เจอะกับใครบางคนเข้า
“อ้าว
พี่จุน!!”
เสียงเล็กๆของร่างบางกะทบเข้าหูของเพื่อนที่ยังอยู่ในห้อง
“ริวอยู่ป่าว?”
นายจุนถามเป็นคำแรกทันทีที่เจอ
พร้อมกับชะเง้อคอเข้าไปในห้องเรียน
ที่เหลือนร.เพียงบางเบา
“ริวเหรอ...”
ร่างบางรวมถึงร่างสูงข้างๆหันกลับไปที่ห้องแต่ก็ไม่พบร่างของเพื่อนสนิทซะแล้ว
“กลับไปแล้วละพี่”
“อ้าว??
ทำไมกลับเร็วจัง” รุ่นพี่หน้าตาไฮเปอร์ไม่แพ้คนที่ถูกถามถึง
หน้าเศร้าลงไปถนัดตา
“งั้นฉันไปละ”พอไม่เจอคนที่อยากเจอ
ก็เลยเดินคอตกกลับไป...
เพื่อนสองคนหันกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง
รู้ดีว่าริวอิจิยังอยู่ที่นั่น
“ไปละนะ
บ๊ายบาย”
แล้วก็เดินออกจากห้องเรียนไป
“ไม่น่าเชื่อเนอะ
ว่าพี่จุนจะหันมาตามตื๊อเจ้าริวแทน”
ร่างสูงพูดกับคนข้างๆแบบขำๆ
“ฮะๆ
นั่นสิ
แปลกดีเนอะ”
คนน่ารักก็แอบขำกับเขาด้วย
“แต่ก็น่าสงสารริวมันเหมือนกันนะ
พี่จุนน่ะลูกตื๊อสุดยอดเลยละ”
“แต่ก็ตื๊อนายไม่สำเร็จนี่นา”
ร่างสูงพูดยิ้มๆ
นึกภูมิใจที่ตัวเองต่างหากที่เป็นคนที่เรียวเฮเลือก
“พูดอะไรน่ะ”
ร่างบางก้มหน้าเขินๆ
แล้วก็ทำเป็นรีบเดิน
“อ้าว
รอก่อนสิ”
ร่างสูงวิ่งตามยิ้มๆ
...เวลาเรียวเฮเขินเนี่ย
น่ารักชะมัดเลย...
เจ้ากรรมการห้องค่อยๆโผล่หน้าออกจากใต้แท่นโพเดียมหน้าห้อง
กระซิบถามคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
เมื่อมั่นใจว่ารุ่นพี่สุดหล่อคนนั้นกลับไปแล้วก็ค่อยๆลุกขึ้น
เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
....เฮ้อ..รู้ซึ้งเลยว่าเรียวเฮรู้สึกยังไง
โดนจุนตามตื๊อมาตั้งเป็นปี....
ริวอิจิถอนหายใจเบาๆ
ก่อนจะเก็บข้าวเก็บของเดินออกจากห้อง
มุ่งหน้าไปยังชมรม
เสียงเพื่อนๆและรุ่นน้องหลายคนดังออกมาจากห้องชมรม
บอกให้รู้ว่าสมาชิกทั้งหลายมารวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว
และหนึ่งในนั้นก็มีเสียงคุ้นๆหูอยู่
....ลางสังหรณ์ไม่ดีเลยเว้ย...
ริวอิจิคิดในใจ
แล้วเสียงรุ่นน้องบางคนก็ช่วยตอกย้ำลางสังหรณ์นั่น
“พี่จุนมาอีกแล้ว
ดีเลยๆ
มาช่วยพวกเราซ้อมด้วยนะครับ”
“ได้อยู่แล้ว”
รุ่นพี่หนุ่มตอบ
ขณะที่ริวอิจิโผล่หน้าเข้าไปพอดี
.....เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย....หนียังไงก็ไม่พ้น....
“เฮ้
มาแล้วเหรอริว”
รุ่นพี่ร่างโปร่งสูงยิ้มทัก
“เมื่อกี้ฉันไปหาที่ห้องด้วยนะ
แต่ไม่เจอก็เลยมารอที่นี่
ไปไหนมาเหรอ?”
“เอ่อ...ก็นิดหน่อยน่ะพี่...”
ไม่อยากจะบอกว่าตัวเองหลบต่างหาก
“ช่างเถอะ
นายมาซ้อมดีกว่า
คนอื่นเขามากันครบแล้วเนี่ย”
“อ..อืม..”
วางกระเป๋าแล้วก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมาซ้อมเต้น
ก็วันคริสต์มาสอีฟที่จะถึงนี่
ที่โรงเรียนเค้ามาจัดงานเทศกาลประจำปี
ชมรมแดนซ์ของริวอิจิก็เลยต้องเตรียมการแสดงไปเล่นเหมือนทุกๆปี
ปีก่อนๆคนที่สุดในงานก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
พี่จุน
มัตสึโมโตะคนนี้นี่แหละ
แต่พอขึ้นปีสาม
ต้องเตรียมสอบเข้ามหาลัย
ทำให้รุ่นพี่คนนี้ไม่ค่อยจะโผล่หัวมาสักเท่าไร
เพิ่งจะมาบ่อยๆก็ไม่นานนี้แหละ
แล้วใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละว่าเพราะอะไร
ชม.กว่าๆผ่านไป
หลังเสร็จสิ้นการซ้อมทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
“พี่มาชมรมบ่อยๆแบบนี้
ไม่ต้องเตรียมสอบเข้ามหาลัยเหรอ”
ริวอิจิถามขณะเดินออกจากประตูโรงเรียนพร้อมรุ่นพี่
“อืมม..ก็....”
จะบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่ได้ซะทีเดียว
แต่มันช่วยไม่ได้นี่นา
“ผมถามเพราะเป็นห่วงหรอกนะ
เดี๋ยวก็สอบเข้ามหาลัยไม่ได้พอดี”
“โห
นี่นายเป็นห่วงฉันด้วย
ดีใจจัง”
แขนกว้างๆอ้าเข้ากอดคนข้างๆแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
“เฮ๊ย
จะบ้าเหรอ
ปล่อยนะ” ริวอิจิร้องโวยวาย
ถึงจะไม่ค่อยอยากเท่าไร
แต่แขนเรียวยาวก็ยอมปล่อยร่างนั้นแต่โดยดี
“เดี๋ยวฉันไปส่งนายที่บ้านนะ”
“ไม่ต้องหรอกพี่
ส่งแค่สถานีก็พอแล้ว
พี่กลับไปอ่านหนังสือดีกว่ามั้ง”
คราวนี้ไม่เชิงพูดเพราะเป็นห่วงแล้ว
แต่อยากให้รีบๆไปซะที
“เอ...เอางั้นก็ได้
ถือว่านายขอร้องละกันนะ”
จุนยิ้มกว้างตอบ
ไม่นานขายาวๆก็พาทั้งคู่มาถึงหน้าสถานีรถไฟ
“ขอบคุณที่มาส่ง” ริวอิจิหันไปขอบคุณตามมารยาท
“กลับดีๆนะ”
“เออน่า
ผมไม่ใช่เรียวเฮนะ!!” เผลอหลุดปากออกมาแล้วก็ต้องรีบปิดปาก
แต่จุนกลับอมยิ้ม
“ฉันไปนะ”
บอกลาสั้นๆแล้วก็หันหลังเดินกลับไปอีกทาง
ริวอิจิเองก็เดินช้าๆ
ผ่านช่องตรวจตั๋วแล้วก็เดินขึ้นรถไฟไป
...พี่เขาคงไม่ได้เข้าใจว่า
เราคิดว่าพี่เขาจะเอาเราไปเปรียบเทียบกับเรียวเฮหรอกนะ....
...ก็เราไม่ได้คิดอะไรกับพี่เขาสักหน่อย...
หลายวันผ่านไป
คุณพี่จุนก็คอยมาช่วยน้องๆซ้อมที่ชมรมให้แทบทุกวันทั้งๆที่ไม่ได้ร่วมแสดงกับเขาเลย
แต่ก็ช่วยทำให้การซ้อมง่ายขึ้น
“ซ้อมกันได้จบเพลงเร็วกว่าที่คิดอีก
เพราะที่จุนมาช่วยแท้ๆเลย”
เสียงร่าเริงของรุ่นน้องบางคนดังมาเข้าหู
ริวอิจิเองก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่าการที่จุนมาช่วย
ทำให้การเต้นของทุกคนดีขึ้นจริงๆ
“เคตะ
เดี๋ยว เคตะ
พอได้แล้ว”
เสียงเล็กๆร้องห้ามเมื่อคนตรงหน้าง่วนอยู่แต่กับการซุกใบหน้าลงบนซอกคอสวยๆของตัวเอง
“เดี๋ยวริวอิจิก็กลับมาแล้วนะ”
“ก็ใช่สิ
ฉันถึงได้บอกให้ไปบ้านฉันไง” ร่างสูงท้วง
แต่ก็จำใจหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่
“จะไม่ให้ฉันกลับบ้านบ้างเลยรึไงล่ะ”
ก็เล่นให้เรียวเฮไปค้างที่บ้านซะหลายคืนแล้ว
ปล่อยริวอิจิอยู่บ้านคนเดียวน่าสงสารแย่
“แต่ว่านะ...ริวบอกว่าเดี๋ยวนี้พี่จุนไปช่วยซ้อมให้ทุกวันเลยละ” ร่างเล็กว่ายิ้มๆ
กะว่าเพื่อนเราจะได้มีคนดูแลซะที
“โห..พี่จุนอยู่ด้วย
งั้นคงไม่ได้กลับเร็วหรอก
เรามาต่อกันดีกว่า”
ร่างสูงว่าพลางโน้มตัวลงจะกอดร่างตรงหน้า
แต่อีกฝ่ายรีบหลบ
หน้าสวยๆของนายแบบอย่างเคตะก็เลยทิ่มลงกับที่นอนซะงั้น
“ฮะๆๆๆ”
เสียงหวานๆหัวเราะ
“พี่จุนเขาไม่เหมือนนายหรอกน่า”
“อ๋อ
ไม่เหมือนแน่ละ
ฉันไม่ได้ช่างตื๊ออย่างพี่เขานิ”
“กลับมาแล้ว”
พูดยังไม่ทันขาดคำ
เสียงคุ้นๆหูก็ดังมาจากประตู
ร่างบางรีบฉวยโอกาสนี้ลุกวิ่งออกไปดู
เจ้าของบ้านเปิดประตูเข้ามาเห็นรองเท้าอยู่สองคู่ก็พอจะรู้ว่าใคร
ไม่ได้แปลกใจหรอกว่าทำไมเคตะถึงมาที่นี่
แต่แปลกใจว่าทำไมทั้งคู่ถึงอยู่ที่นี่มากกว่า
ก็เคตะเล่นไม่ปล่อยเรียวเฮกลับบ้านมาตั้งกี่คืนแล้วละ
“กลับมาแล้วเหรอ” ร่างบางว่า
โดยมีร่างสูงเดินตามมาติดๆ
...คนที่เพิ่งกลับมาก็ไม่ต่างกันหรอก...
“อ้าว?
พี่จุน?
มาส่งริวเหรอ”
คนน่ารักยิ้ม
“อื้ม
หวัดดีเรียวจัง
หวัดดีเคตะ”
ทักเจ้าของห้องแล้วก็อดแซวไม่ได้
“สวีทกันจังนะ”
ก่อนจะหันไปหาคนที่ตัวเองเดินมาส่ง
“เมื่อไรเราจะสวีทกับเขาบ้างละริว”
“อะไรพี่
ผมไม่ได้เป็นอะไรกะพี่สักหน่อย” พูดออกไปตามอัตโนมัติ
....แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเขินด้วย....
สองมือพยายามดันร่างสูงโปร่งออกนอกประตูบ้าน
“เสร็จแล้วก็กลับไปซะทีสิ”
“ไล่จัง”
รุ่นพี่ทำหน้านิ่ว
“ไปก็ได้
แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ”
ทำท่าจะเดินออกไป
“เอ้า
เคตะ
นายก็กลับไปได้แล้วละ”
ร่างเล็กพูดแทรกขึ้นมาซะงั้น
“อ้าวเฮ๊ย
เกี่ยวอะไรกะฉันละ”
ร่างบางไม่ตอบ
สองมือดันร่างสูงออกไปแบบเดียวกับเพื่อนเด๊ะ
“กลับๆไปเหอะน่า
พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนนะ
บ๊ายบาย”
...ปัง...
พูดจบก็ปิดประตูลงทันที
“อะไรฟะ???”
งงกับตัวเองอยู่แล้วก็หันไปเรื่องใส่รุ่นพี่แทน
“เพราะพี่แท้ๆเลย”
“อะไรวะ?
เกี่ยวอะไรกะฉัน??” นี่ก็งงๆ
จู่ๆก็มาโทษกันซะงั้น
แล้วก็เดินไปทำท่าไม่สนใจ
“เฮ๊ยพี่
รอด้วยดิวะ”
ขายาวๆรีบก้าวตาม
แล้วทั้งคู่ก็มุ่งหน้ากลับบ้านใครบ้านมันไป...
“เฮ้อ...เหนื่อยชะมัด”
ริวอิจิบ่นอุบเมื่อรุ่นพี่จอมวุ่นกลับไปซะที
“เหนื่อยเรื่องซ้อม
หรือเรื่องอะไรกันแน่”
ร่างบางถามยิ้มๆ
“เพราะนายนั่นแหละ
ทำให้ฉันต้องวุ่นวายแบบนี้”
“อ้าว??
มาโทษกันอย่างนี้ได้ยังไง”
“ก็พอนายคบกับเคตะ
พี่จุนก็เลยมาวุ่นวายกับฉันแทน”
“รู้ซึ้งแล้วใช่มั้ยล่ะว่าเมื่อก่อนฉันลำบากแค่ไหน
ที่มีพี่จุนคอยตามตื๊ออยู่น่ะ”
“ซึ้งสุดๆเลยละ
น่าเห็นใจนายอยู่เหมือนกันนะ
โดนตามมาได้เป็นปีๆ”
“ว่าแต่....”
คนน่ารักยิ้มเจ้าเล่ห์
“นายไม่สนพี่เค้าบ้างเหรอ??”
“อย่าล้อเล่นดิเรียวเฮ
แค่นี้ฉันก็เหนื่อยจะแย่แล้วนะ
ไปอาบน้ำนอนดีกว่า”
พูดเสร็จก็เดินหนีเข้าห้องตัวเองไปหยิบเสื้อผ้าก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
ปล่อยให้เพื่อนร่วมห้องแอบอมยิ้มอยู่คนเดียว
....ถ้าไม่ชอบที่เค้าตื๊อ
แล้วทำไมตอนพูดถึงจะต้องหน้าแดงด้วยล่ะ
ห๊า??...
หลังจากที่การซ้อมผ่านไปหลายต่อหลายวัน
โดยทุกวันก็มีคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมแสดงกับเขาเลยอย่างคุณมัตสึจุนมาเสนอหน้าอยู่ที่ชมรมได้ทุกวี่ทุกวัน
ไม่ต้องถามว่ามาทำไมเพราะใครๆต่างก็รู้ดีอยู่แล้ว
ที่สำคัญการที่จุนมาก็ช่วยให้การซ้อมเป็นไปได้ง่ายขึ้นมาก
ริวอิจิเองก็ดูจะพอใจกับผลงานที่กำลังจะออกมาด้วย
...และแล้วในที่สุดวันงานคริสต์มาสปาร์ตี้ก็มาถึง...
“เรียวเฮ
ฉันไปก่อนนะ” ริวอิจิตะโกนบอกเพื่อนร่วมห้องแล้วก็วิ่งออกจากบ้านไป
ไม่รอฟังเสียงตอบรับของคนน่ารักเลย
“รีบไปแต่เช้าเชียว
ตื่นเต้นล่ะสิ”
ร่างบางบ่นกับตัวเอง
ยังไม่ทันจะทำอะไรก็โดนแขนยาวๆมารัดเอวบางให้กลับลงมานอนที่เตียงอีกครั้ง
“ปล่อยมันไปเหอะน่า”
ร่างสูงว่าขณะที่แขนยังกอดร่างเล็กไว้หลวมๆ
หน้าตามีความสุขจนคน(แต่ง)อิจฉา
“นายนั่นแหละ
ปล่อยฉันได้แล้ว
ฉันจะไปอาบน้ำแล้วนะ”
มือเล็กๆพยายามแกะแขนยาวๆที่รัดตัวเองยังกะปลาหมึกออก
“งั้น...”
ร่างสูงค่อยๆงัวเงียลุกขึ้น
“อาบด้วยกันนะ”
ยิ้มให้คนน่ารักพร้อมมอร์นิ่งคิสหวานๆ
แล้วทั้งคู่ก็เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอารมณ์สวีทๆอย่างเคย
ริวอิจิเดินไปถึงหน้าห้องชมรม
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ก่อนจะค่อยๆเปิดประตูเข้าไป
“อรุณสวัสดิ์ครับผม” คนแรกที่เจอหน้า
ไม่ใช่เพื่อนร่วมการแสดงความนี้
แต่เป็นรุ่นพี่ตัวดีคนเดิม
แต่ไม่รู้ทำไม
พอเห็นหน้าจุนแล้ว
ริวอิจิรู้สึกเหมือนมีกำลังใจมากขึ้น
“อรุณสวัสดิ์ครับ”
ริวอิจิทักตอบด้วยรอยยิ้ม
โชว์เขี้ยวสวยๆที่ยิ่งจะกระชากใจคนตรงหน้าเข้าไปอีก
“มาแต่เช้าเลย
ตื่นเต้นรึเปล่า?”
คนถามถามยิ้มๆ
รู้สึกว่าตัวเองก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน
ก็จุนเขาก็เป็นสมาชิกเก่าชมรมนี้เหมือนกันนี่นา
“ก็นิดหน่อยน่ะ
ว่าแต่พี่มาเช้ากว่าผมอีก
ทำอย่างกับเป็นคนแสดงเองแน่ะ”
“ก็มารอนายไง”
คำพูดสั้นๆ
แต่ทำให้คนฟังใจเต้นไม่เป็นจังหวะเอาได้ง่ายๆ
คนยิ่งตื่นเต้นอยู่แล้วด้วยยิ่งทำเอาสติหลุดลอยเข้าไปใหญ่
ริวอิจิรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น
เพิ่งนึกได้ว่าตั้งแต่เปิดประตูเข้ามายังไม่ทันได้ทักเพื่อนๆน้องๆคนอื่นเลย
“ริวอิจิ!!!”
ยังไม่ทันได้ทักใคร
ก็มีคนเปิดประตูหน้าตาตื่นเข้ามา
“เรียกซะดัง
ตกใจหมด
มีเรื่องอะไรวะ??”
คนโดนเรียกหันไปถาม
“แย่แล้ว!!
เจ้ามาซากิมัน...”(ไอบะ???..คนแต่งซี้ซั้วตั้งชื่อมา
มันจะใครก็ช่างเหอะนะ)
“เอ่อ..คือ...”
แล้วเจ้ามาซากิที่ว่าก็เดินตามหลังคนๆนั้นเข้ามา
ทุกคนในห้องต่างมองตรงไปที่ขาของเขาเป็นตาเดียว
“เฮ๊ยย
เกิดอะไรขึ้น
ไปทำอะไรมาน่ะ??”
ริวอิจิรีบโยนคำถามใส่
ก็เล่นมีผ้าพันแผลอยู่ตรงข้อเท้า
แถมยังเดินกะเผลกๆอีกต่างหาก
“คือฉันพลาดหกล้มตอนซ้อมที่บ้านน่ะ”
“ห๊า???
นายอย่าล้อเล่นดิ
นี่ขาดนายไปคนนึง
พวกเราก็แย่เลยนะ”
“ฉัน..ขอโทษ” มาซากิก้มหัวขอโทษริวอิจิ
รวมไปถึงเพื่อนๆทุกคนตรงนั้นด้วย
ท่าทางเขารู้สึกผิดจริงๆกับความสะเพร่าของตัวเอง
“โธ่
แล้วจะทำยังไงกันล่ะเนี่ย”
พ่องานอย่างริวอิจิเริ่มหัวเสีย
ก็พวกเขาอุตสาห์ซักซ้อมกันมาตั้งนาน
จะมาล่มแบบนี้ได้ยังไง
หลายคนเข้าใจความรู้สึกของริวอิจิดี
คนที่ทุ่มเทกับงานนี้ที่สุดก็คือตัวริวอิจินั่นแหละ
แต่ทุกคนก็อดสงสารมาซากิไม่ได้เหมือนกัน
แต่ละคนจึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
“เอาน่าๆ”
มือเรียวๆทาบลงบนไหล่ของริวอิจิเบาๆ
ก่อนจะจูงเจ้าตัวแยกออกมาจากคนอื่นๆ
ระหว่างนั้นเองเพื่อนๆคนอื่นต่างก็เข้าไปปลอบมาซากิด้วย
“อย่าหัวเสียไปหน่อยเลย
มาซากิมันก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้สักหน่อย”
“แต่ว่า....”
“หรือว่านายจะบังคับให้มันไปเต้นทั้งๆขาเจ็บแบบนี้”
“ไม่ใช่หรอกน่า”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่สงสารเพื่อน
แต่มันก็อดเจ็บใจไม่ได้ถ้างานจะต้องมาล่มเอาตอนนี้
“เอางี้...” จุนว่า
ก่อนจะหันไปหาทุกคนในห้องแล้วพูดเสียงดังขึ้น
“ฉันจะเต้นแทนมาซากิเอง
โอเคมั้ยทุกคน”
พูดจบทุกคนก็หันมาที่จุนเป็นตาเดียว
ตามด้วยเสียงฮือฮากันยกใหญ่
“เฮ๊ยยย
อะไรของพี่น่ะ”
ริวอิจิแย้งขึ้นมาทันที
ก็มันไม่ใช่เรื่องที่พี่จะต้องมาทำแทนอะไรให้สักหน่อย
“เอาน่า
อย่าพูดมากเลย”
รุ่นพี่รีบขัด
“นายเองไม่อยากให้งานล่มไม่ใช่เหรอ
ให้ฉันเต้นแทน
ยังง่ายกว่าพวกนายมาคิดเปลี่ยนท่าเต้นเอาตอนนี้นะ
มันไม่ทันหรอกน่า”
“เอ่อ...”
ริวอิจิเถียงไม่ออก
เพราะมันก็จริงอย่างที่จุนว่านั่นแหละ
“ตกลงเอาตามนี้นะ” จุนยิ้ม
แล้วหันไปบอกทุกคน
รุ่นน้องต่างก็ฮือฮา
ที่สำคัญทุกคนก็ดีใจไม่น้อยที่จะมีรุ่นพี่คนเก่งคนนี้มาร่วมแสดงด้วย
“แล้วพี่จำท่าเต้นได้เหรอครับ”
ใครคนนึงถามขึ้น
“เฮ๊ย
ถามผิดคนแล้วไอ้น้อง
แค่ดูพวกนายซ้อมทุกวันฉันก็จำได้ขึ้นใจแล้ว
เปิดเพลงมาได้เลย”
ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มแล้วเดินเข้ามาซ้อมแบบไม่ต้องให้ใครเรียกจนริวอิจิเองยังต้องตกใจ
มาซากิรับหน้าที่เป็นคนเดินไปเปิดเพลงให้
เพียงแค่เสียงดนตรีที่คุ้นหูดังขึ้น
ทุกคนก็เข้าจังหวะกันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
การที่มีจุนอยู่เหมือนช่วยเป็นลีดเดอร์ให้กับทุกคนโดยอัตโนมัติ
ริวอิจิเองก็ต้องยอมรับว่ารุ่นพี่คนนี้เก่งจริงๆนั้นแหละ
สมแล้วที่น้องๆทุกคนต่างยอมรับและให้ความเคารพเขา
แม้ในเรื่องอื่นๆเขาจะไม่ค่อยเอาไหนนักก็ตาม
“ริวอิจิจะเป็นไงบ้างน้า”
ร่างสูงว่าขณะยืนรอให้กำลังใจอยู่หน้าเวที
โดยมีร่างบางขนาบข้างอย่างเคย
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า
ริวมันมีคนคอยดูแลอยู่แล้ว”
ร่างเล็กว่ายิ้มๆ
“รู้สึกนายจะเชียร์พี่จุนจังนะ”
“ไม่ดีเหรอไง
นายไม่รู้สึกเหรอว่าเดี๋ยวนี้ริวมันน่ารักขึ้น”
“ไม่รู้สิ
ฉันไม่เคยเห็นใครน่ารักกว่านายอยู่แล้ว”
แกล้งพูดเล่น
แต่ว่าพูดจากใจจริงนะเนี่ย
ทำเอาคนฟังเขินเอาได้ง่ายๆ
“เกี่ยวอะไรกับฉันเล่า”
เถียงกันได้ไม่เท่าไร
เมื่อดนตรีก็ดังขึ้น
เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นตามกลบเสียงพูดคุยของทั้งคู่
สายตาทุกคู่ของคนที่อยู่ตรงนั้นมองไปบนเวทีกันหมด
“Woo~~~”
เสียงร้องของคนดูดังเมื่อเพื่อนของใครต่อใครค่อยๆปรากฏตัวขึ้นบทเวที
รวมถึงเสียงของเรียวเฮกับเคตะตอนที่ริวอิจโผล่ขึ้นมาด้วย
“ริวเท่จังเนอะ”
ร่างบางยิ้มภูมิใจกับเพื่อนของตัวเอง
เคตะยังไม่ทันหันมาพูดอะไรต่อ
ทั้งคู่ก็หันไปตาค้างกับคนที่เดินขึ้นเวทีมาเป็นคนสุดท้าย
พร้อมด้วยเสียงฮือฮาจากคนดูที่ดังกว่าใครเพื่อน
“พี่จุน~~~~”
เสียงร้องที่ดังขึ้นจากกลุ่มคนดูดังไปทั่ว
“เฮ๊ย
พี่จุนมาได้ไงอ่ะ” เคตะว่า
“ถามฉันแล้วฉันจะรู้ไม๊เนี่ย?” ก็อยู่ด้วยกัน
ไม่รู้ก็ไม่รู้เหมือนกันดิ
“แต่ว่า...พี่จุนเท่จังเนอะ”
“เท่มากม๊ะ”
“ฮะๆ
อะไรน่ะ
อย่าหึงอะไรบ้าๆน่า”
ร่างบางยิ้ม “ก็เขาเท่จริงๆนิ
หรือนายจะเถียง”
ร่างสูงไม่ตอบ
เพราะเขาก็ยอมรับว่าจุนดูเด่นที่สุดบนเวทีนี้จริงๆ
แล้วการแสดงก็ดำเนินต่อไปท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดของคนดู
ตามด้วยเสียงปรบมือดังกระหึ่มเมื่อการแสดงจบลง
“เหนื่อยมั้ย”
ร่างสูงเดินเข้ามาหลังเวที
พูดกับเพื่อนสนิท
“เอ้า”
พร้อมกับโยนขวดน้ำให้
“ขอบใจนะ” ริวอิจิรับน้ำมาเปิด
กำลังจะยกขึ้นดื่ม
แต่มองไปเห็นขวดน้ำอีกขวดในมือร่างเล็ก
“เรียวเฮ..
น้ำขวดนั้น..”
“อ๋อ ซื้อมาเผื่อพี่จุนอ่ะ
นาย...”
กำลังจะบอกว่าให้ริวช่วยเอาไปให้ที
แต่ริวอิจิก็ขัดขึ้นซะก่อน
“ฉันเอาไปให้เอง
ขอบใจนะ”
แล้วก็คว้าขวดน้ำมาเองซะงั้นเลย
ร่างเล็กได้แต่หันไปอมยิ้มกับคนข้างๆ
“พี่”
ริวอิจิเรียกรุ่นพี่ร่างสูงที่กำลังนั่งคุยเฮฮาอยู่กับน้องๆคนอื่น
พอเห็นคนที่กำลังเดินมาทุกคนก็รู้หน้าที่ดี
ก็เลยเดินหลบๆไปที่อื่นกัน
“เอ้า”
ริวอิจิโยนขวดน้ำที่เอามาจากเรียวเฮให้
“ขอบใจนะ”
แล้วก็เปิดขวดน้ำออกมาดื่ม
ริวอิจิค่อยๆนั่งลงข้างๆ
“ขอบคุณนะพี่”
ได้ยินแบบนั้นจุนก็ยิ้มออกมา
“ไม่เป็นไรหรอก
เรื่องแค่นี้”
มือเรียวๆอดขยี้หัวคนข้างๆเบาๆไม่ได้
“โอ๊ย
พี่อย่าเล่นดิ”
โวยวายเล็กๆ
แต่ยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า
“งั้นฉัน....ขอรางวัลหน่อยละกัน” พูดเสร็จก็
รุ่นพี่ร่างสูงก็ก้มลงขโมยจูบจากปากสวยๆนั่นโดยไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว
“อร่อยจัง” เลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ
แล้วก็ลุกขึ้นเดินไป
เพราะรู้ดีว่าริอวิจิไม่อยู่นิ่งแน่ๆ
คนโดนขโมยจูบได้แต่อึ้งไปนิดนึง
เหมือนกำลังคิดว่า
...เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น...
พอตั้งสติได้ก็ลุกขึ้นไล่เจ้าหัวขโมยนั่นทันที
“เฮ๊ยยยย
หยุดเดี๋ยวนี้นะพี่”
“ฮะๆๆๆๆ” ขายาวๆวิ่งวนไปมาหลังเวที
พร้อมด้วยเสียงหัวเราะ
สายตาทุกคู่ของคนที่อยู่ตรงนั้น
รวมไปถึงเคตะและเรียวเฮได้แต่ยืนยิ้ม
มองคนสองคนที่ดูจะสร้างความวุ่นวายไปทั่วหลังเวที
....พี่จุนเอ๊ย....เจอคนปากแข็งแบบริวเข้าไป
คงลำบากหน่อยละนะ....
The End
